ยินดีต้อนรับ กรุณา สมัครสมาชิก หรือเข้าสู่ระบบ

Home » webboard » สุขภาพ และ ธรรมมะ
เข้าชม : 1035

ดูแลสุขภาพ แก้ปัญหาสุขภาพ อาการเจ็บป่วย เบื้องต้นด้วยตัวเอง

โพสต์เมื่อ: วันพฤหัสบดี 11 มกราคม 2561  14:17 น.

(เขียนจากประสบการณ์ตัวเอง โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

บำรุงไต

หญ้าหนวดแมว - บำรุงไต ควรกินเฉพาะหลังอาหารเพราะมีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด ไม่ควรกินครั้งละมากๆ อาจทำให้น้ำตาลลดต่ำมากเกิดอาการใจสั่นเพราะหิวได้ ช่วยขับกรดยูริค สาเหตุของโรคเกาต์ นิ่ว ขับปัสสาวะ ลดสภาวะเลือดเป็นกรด มีฤทธิ์ยับยั้งการก่อตัวของนิ่ว ช่วยขับนิ่วในไต ควรกินคู่กับแมกนีเซียม ซึ่งเป็นสารอีกตัวที่ช่วยยับยั้งการก่อตัวของนิ่วได้ ลดข้ออักเสบ เจ็บข้อต่อ เจ็บบั้นเอวด้านหลัง(ไตอักเสบ) หากกรดยูริคในเลือดมาก กรดยูริคจะจับตัวเป็นผลึกในเลือด เมื่อเจอกับอากาศเย็น ทำให้เลือดไม่เดิน เลือดไหลเวียนไม่สะดวก **ผู้ป่วยโรคหัวใจห้ามรับประทาน ห้ามกินคู่กับยาต้านความซึมเศร้า ห้ามกินคู่กับยาแอสไพริน ผู้ป่วยโรคไตเสื่อมควรระวังปริมาณในการกินให้มากๆ ควรกินในครั้งละน้อยๆ เพราะในหญ้าหนวดแมวมีโพแทสเซียมสูง หากทานโพแทสเซียมเกิน ไตจะต้องทำหน้าที่ขับออก หากไตไม่แข็งแรง อาจทำให้ไตขับออกไม่ทันได้ ควรระมัดระวังในการกิน

* การอบซาวน่า หรือ ยาหรืออาหารขับปัสสาวะ ไม่ควรรับประทานบ่อย เพราะเมื่อร่างกายมีการขับน้ำทางปัสสาวะ หรือสูญเสียเหงื่อ จากการซาวน่า อบสมุนไพร หรือออกกำลังกาย จะทำให้ร่างกายสูญเสียวิตามินและเกลือแร่ที่ดีๆ เช่น แมกนีเซียม ฯลฯ ในร่างกายไปด้วย ดังนั้นเมื่อมีการทานยาหรืออาหาร สมุนไพร เพื่อขับปัสสาวะ หรือมีการสูญเสียน้ำ หรือ เหงื่อ จึงควรรับประทานวิตามินรวม หรือ ผัก-ผลไม้ตามให้มาก ๆ เพื่อให้ร่างกายเสียความสมดุล


แมกนีเซียม - มีหน้าที่สำคัญอย่างหนึ่ง คือ ช่วยสังเคราะห์โปรตีน ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อ ยับยั้งการก่อตัวของนิ่วในไต หากขาดแมกนีเซียมเป็นเวลานาน จะมีอาการ ตะคริว กล้ามเนื้อตึง หลังตื่นนอนขาแข็ง แขนแข็ง ท้องแข็ง-ตึง ไม่ยืดหยุ่น หด-เกร็งค้าง กล้ามเนื้อที่หัวตึงแข็ง ปวดหัวไมเกรน โรคปลอกประสามเสื่อมแข็ง มักเห็นอาการชัดๆ ในเวลาหลังตื่นนอน คนที่
กินยาขับปัสสาวะ หรือมีการขับเหงื่อ อาจขาดได้ ร่างกายต้องการวันละ 250-500 มก. ไม่ควรกินหลังอาหารเพราะจะลดกรดในกระเพาะอาหาร วิธีแก้ อาการไอ แบบมีเสมหะติดคอตลอดเวลา เหตุจากกรดไหลย้อน กินแมกนีเซียม ครั้งละ 250 mg. เช้า และ ก่อนนอน อัตราที่เหมาะสมระหว่าง แคลเซียม:แมกนีเซียม คือ 2:1 ควรทานให้สมดุลกัน ถ้ากินแคลเซียมมากเกินไปจะทำให้ไปขัดขวางการดูดซีมแมกนีเซียมได้ ควรวัดเช็คมวลกระดูกก่อนกินแคลเซียม และห้ามกินน้ำอัดลมเพราะมีฟอสฟอรัสสูง จะไปขัดขวางการดูดซึมแมกนีเซียมได้ แมกนีเซียมช่วยควบคุมอุณภูมิในร่างกายให้สมดุล บำรุงกระดูก ช่วยควบคุมความดันให้ปกติ และ ลดอาการชาตามปลายประสาทได้อีกด้วย ถ้ากินคู่กับวิตามินบีรวมจะช่วยลดสารสื่อประสาทได้ จะทำให้สมาธินิ่งขึ้น ลดความเครียด หลับได้ดีขึ้น หากกินมากเกินไปจะมีผลข้างเคียงต่างๆ เช่น ท้องเสีย ขี้ไหลเป็นน้ำ หัวใจเต้นผิดปกติ ความดันตกลง สับสน หายใจช้าลง ฯลฯ

ออกซาเลต - สาร Oxalates มีมากใน ช๊อคโกแลต โกโก้ ผักปวยเล้ง ผักโขม ใบชะพลู มันเทศ ถั่วต่างๆ ผักแพรว คะน้า ฯลฯ ผักเหล่านี้มีประโยชน์ แต่ไม่ควรกินมากเกินไป ควรกินแต่พอดี และควรกินหมุนเวียนกันไป สารออกซาเลต เป็นสารตกตะกอน ถ้ามีมากๆ มักจะจับตัวกันจนกลายเป็นนิ่วในไตได้ ทำให้ปวดบั้นเอวด้านหลัง(ไต) สารยับยั้งการก่อตัวของนิ่ว ได้แก่ ซิเตรท Citrate โพแทสเซียม แมกนีเซียม โดยสารเหล่านี้จะไปแย่งจับกับสารก่อนิ่ว เช่น ซิเทรตจับกับแคลเซียม หรือแมกนีเซียมจับกับออกซาเลต ฯลฯ ทำให้เกิดเป็นสารที่ละลายน้ำได้ดี และขับออกไปพร้อมกับน้ำปัสสาวะ ทำให้ปริมาณสารก่อนิ่วในปัสสาวะลดลงและไม่สามารถรวมตัวกันเป็นผลึกนิ่วได้ การกินอาหารกลุ่มโปรตีนมากจะไปลดระดับซิเตรท Citrate ลง เพราะการกินโปรตีนจะเพิ่มกรดยูริคในเลือด ทำให้ร่างกายต้องใช้ซิเตรทเพิ่มมากขึ้น มีงานวิจัย การดื่มน้ำมะนาวเหลืองจะช่วยเพิ่มระดับ Citrate ในปัสสาวะได้ แบะควร ลดการกินอาหารเค็มที่มีโซเดียมสูง กินเกลือไม่เกิน 1 ช้อนชาต่อวัน หรือ กินน้ำไม่เกิน 4-5 ช้อนโต๊ะต่อวัน ฟอสเฟสมีมากในน้ำอัดลม ควรหยุดกิน วิธียับยั้งการก่อนิ่ว จากประสบการส่วนตัว ทาน หญ้าหนวดแมว 1 แคปซูล + แมกนีเซียม 250 mg. (เช้า-เย็น) จะช่วยลดการกระตุ้นการเกิดนิ่วได้ ลิงค์   
https://med.mahidol.ac.th/ramachannel/old/index.php/knowforhealth-20140921-4/

สารก่อนิ่ว ได้แก่ แคลเซียม ออกซาเลต(เช่น ผักโขม ผักใบเขียว ใบชะพลู ถั่วอัลมอนด์ ฯลฯ) ยูเรต ยูริค (จากการทานโปรตีน) ฟอสเฟส (มีมากในน้ำอัดลม) เมื่อจับคู่ก่อตัวกันแล้วจะกลายเป็นนิ่วหลายแบบ เช่น นิ่วแคลเซียมออกซาเลต นิ่วแคลเซียมฟอสเฟส(พบมากอันดับ1) นิ่วยูเรต หรือ นิ่วยูริค(พบมากอันดับ2) ฯลฯ

น้ำมะนาว น้ำผึ้ง - มะนาว 1/2 ลูก + น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ + น้ำร้อน 1/3 แก้ว คนให้เข้ากัน ทานตอนเช้าๆ ในมะมาว มี ซิเตรท Citrate ช่วยลดกรดยูริคในเลือด อันเป็นสาเหตุของโรคเกาต์ และก้อนนิ่ว ควรผสมกับน้ำผึ้ง เพราะมะนาว มีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด หากกินตอนเช้าๆ ท้องว่าง อาจทำให้ร่างกายเจอสภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำเกินไป ก็จะไม่ดีต่อสุขภาพอีก และมะนาวมีฤทธิ์เย็น ทานติดต่อกันนานๆ หลายๆวัน อาจทำให้ร่างกายเข้าสู่ภาวะเย็นเกิน ดังนั้นควร ทานบ้าง เว้นบ้าง อย่างสม่ำเสมอ หรือทานอาทิตย์ ละ 1-3 ครั้ง จะดีกว่า

-----------------------------

บำรุงตับ

ชารางจืด - บำรุงตับ เป็นพืชพิเศษที่มีสารกลูต้าไธโอนที่ทำให้ตับขับสารพิษได้ดี ล้างพิษ ปรับเลือดให้เป็นด่าง แก้ท้องเสีย บิด ปวดท้อง บำรุงตับ ลดบวม แก้ร้อนใน ฯลฯ ยี่ห้อ เฮอร์บัลวัน กินดีสุด ยี่ห้อนี้มีทั้งแบบชาชง และ แบบแคปซูลเป็นเม็ดให้เลือกกิน ไม่ควรรับประทานติดต่อกันเป็นเวลานานๆ / วิธีปรับสมดุลร่างกาย ให้หยุดกิน ยาเคมี ยาสมุนไพร อาหารเสริม วิตามิน ทุกอย่าง เน้นกินอาหารประเภท ผัก-ผลไม้ และ โปรตีน(เนื้อ นม ไข่ ถั่ว เห็ด) แล้วชงรางจืด 1 ซอง ต่อน้ำ 1 ลิตร (ยี่ห้อ Herbal One) ใส่กระปุกเก็บความร้อน Zojirushi เทกิน บ่อยๆ ตลอดวัน

กาแฟดำ - ทานร้อนๆ ไม่ใส่นม หรือ ครีมเทียม ส่งผลดีต่อตับ ช่วยลดกรดยูริคในเลือดป้องกันการเกิดนิ่ว ในแต่ละวันห้ามทานในปริมาณ ที่มากเกินไป จะทำให้ส่งผลเสียต่อร่างกายแทน

กะหล่ำปลี - ช่วยเพิ่มกลูต้าไธโอนให้กับตับ ช่วยล้างสารพิษและสารเคมีจากยาที่สะสมในตับได้

กระเทียม - ช่วยกระตุ้นให้ตับผลิตเอมไซม์ตัวที่ช่วยขับสารพิษออกไป และกระเทียมยังมีสารอัลลิซินและซีลีเนียม ช่วยดีท็อกซ์พิษตับออกไปอย่างเป็นธรรมชาติ

ขมิ้นชัน - ให้ฤทธิ์ร้อน บำรุงตับโดยตรง ช่วยขับพิษที่มีสะสมในตับ ล้างสารพิษออกจากตับ ช่วยฟื้นฟูตับ ช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหาร ลดอาหารจุกเสียดแน่นท้อง ลดอาการอักเสบ

ขิง - น้ำขิง 100% ตรา จินเจน สูตรไม่ใส่น้ำตาล กล่องสีฟ้า ช่วยลดน้ำตาลในเลือด ลดไขมันในเส้นเลือด ขิงมีสารเคมีที่จะเข้าไปกระตุ้นเอนไซม์กลูตาไธโน-เอส-ทรานสเฟอรเรส ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่จะช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ต้นตอของมะเร็งตับ และมะเร็งอื่นๆ เป็นพืชที่อุดมไปด้วยวิตามินมากมาย ให้ฤทธิ์ร้อน

ลูกใต้ใบ - บำรุงตับ แก้ปัญหาอักเสบ เช่น ลำไส้อักเสบ กรวยไตอักเสบ(ปวดเอว) ฯลฯ ลดไข้ ให้ฤทธิ์เย็น ควรกินคู่สมุนไพร หรืออาหารฤทธิ์ร้อน เพื่อรักษาควรสมดุลให้ร่างกาย

อาร์ติโชค Artichoke - บำรุงตับ ฟื้นฟูตับ ให้ทำงานปกติ ลดการอักเสบ ลดไขมัน ลดอาการไขมันพอกตับ ลดคลอเลสเตอรอล

ถั่งเช่า Hapnes - มีเห็ด 3 อย่าง ได้แก เห็ดถั่งเช่า เห็ดหลินจือ และเห็ดไมตาเกะ ปลอดสารพิษ เพราะปลูกในห้องแล็ป ทานเป็นยาอายุวัฒนะ กินบำรุงร่างกาย ให้ฤทธิ์เย็นกลางเห็ดหลินจือ ดีต่อตับ เนื่องจากมีสารในกลุ่ม Polysaccharide ที่ช่วยให้การทำงานของตับดีขึ้น ต้านสารพิษที่มาลายตับ ช่วยลดค่าตับได้ดี และเห็ดถั่งเช่า ก็ช่วยบำรุงตับด้วยเช่นกัน

ชาเขียว - บำรุงตับ มีสารต้านอนุมูลอิสระดีเยี่ยม ช่วยป้องกันมะเร็งตับได้เป็นอย่างดี ช่วยลดการสะสมของไขมันในตับ อันนำไปสู่โรคไขมันพอกตับ ซึ่งเป็นที่มาของโรคตับแข็งและมะเร็งตับได้

ถั่วเหลือง - น้ำเต้าหู้ อุดมไปด้วยโปรตีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส ที่จำเป็นในการทำงานและสร้างเยื่อหุ้มเซลล์ และช่วยในการสร้างน้ำดีของตับเพื่อทำการขับสารเคมีออกจากร่างกาย

ชาดอกคำฝอย(ชาร้อน) - บำรุงตับ ในคนที่ตับไม่ดี ป้องกันโรคดีซ่าน รวมถึงแก้อาการคนตัวเหลืองในคนที่ตัวบวม ไตไม่ดี ช่วยลดคลอเลสเตอรอลในเลือด บำรุงหัวใจ ลดน้ำตาลในเลือด ส่วนน้ำอุ่น(ร้อน) ช่วยชะล้างเมือกมันออกจากร่างกาย เป็นยาระบายอ่อนๆ แก้หวัด น้ำมูกไหล แก้ไข้ ขับเสมหะ ช่วยให้สมองผ่อนคลาย หลับง่ายขึ้น ให้ล้างซองชาในน้ำอุ่นร้อน 1 แก้วทิ้งก่อน แล้วค่อยกินน้ำที่ 2 จะทำให้รสชาติดีทานง่าย 1 ซองชงน้ำได้ 2 แก้ว ห่อละ 45 บาท มี 15 ซองชาเล็ก ซื้อที่บิ๊กซี ตราด๊อกเตอร์กรีน ช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือน ช่วยเพิ่มเลือดประจำเดือน เหมาะสำหรับคนที่ต้องที่มีประจำเดือนมาน้อยเกินไป ชาดอกคำฝอยให้ฤทธิ์ร้อน สามารถชงร่วมกับดอกเก๊กฮวย(ให้ฤทธิ์เย็น) เพื่อสร้างสมดุลความเป็นกลางให้ร่างกาย ไม่ควรกินติดต่อกันเป็นเวลานาน (อย่ากินบ่อยเกินไป)


ตรีผลา - ประกอบด้วย มะขามป้อม สมอพิเภก สมอไทย เรียกว่า ไตรโทษะ บำรุง ธาตุลม ธาตุไฟ ธาตุดิน และ ธาตุน้ำ มี 3 สูตร สูตรปรับสมดุลธาตุ ลดน้ำตาลในเลือด ลดความดัน บำรุงเลือด สูตรอายุวัฒนะ บำรุงร่างกาย บำรุงผิวพรรณ สูตรล้างพิษ ต้านสรรพโรค ช่วยขจัดสารพิษตกค้าง ป้องกันไขมันพอกตับ ล้างเมือกมันในลำไส้ ดูแลองค์รวมในร่างกายให้สมดุล

----------------------------

Grape Seed
 - ให้ฤทธิ์เย็น เหมาะกับคนธาตุร้อน ขี้ร้อน มีความดันเลือดสูง จะช่วยปรับความดันลงมา แต่คนความดันเลือดต่ำ ไม่ควรทาน เพราะจะให้ความดันเลือดต่ำกว่าเดิม ไม่ควรกินติดต่อกันเป็นเวลานาน ควร ทานบ้าง เว้นบ้าง เลือกค่า OPC มากกว่า 300 mg. ขึ้นไป จะมีสารต้านอนุมูลอิสระ สูงมาก ช่วยให้ผิวพรรณ ขาว กระจ่างใส ไร้ฝ้า

รกแกะ รกม้า - Sheep Placenta 50,000 mg. ออสเตรเลีย,  Recell Horse Placenta ญี่ปุ่น เป็นโปรตีนสกัดจาก รกแกะ รกม้า มีสารอาหารสูง บำรุงร่างกาย โปรตีนมีหน้าที่ซ่อมแซมร่างกาย 
ช่วยกระตุ้น stem cell ในร่างกายที่อยู่ในภาวะพัก ให้กลับมามี activity เหมือนกับการเปิดสวิทซ์ ให้ stem cell เริ่มการทำงาน ในการซ่อมแซมร่างกาย บำรุงผิวพรรณ ให้ นุ่ม ลื่น รูขุมขุนเล็กลง ผิวเด็กลง หน้าเด็กลง

แคลเซียม วันละ 1,000 mg. - แก้อาการ นอนไม่หลับ หลับยาก ขี้หงุดหงิด จิตตก สมองไม่ร่าเริง แจ่มใส ช่วยปรับเลือดให้เป็นด่างมากขึ้น ลดกรดยูริคในเลือด เจ็บเข่า เจ็บข้อ ผิวหน้าแห้งกร้าน เสริมกระดูกให้แข็งแรง ฯลฯ แคลเซียมแอลทรีโอเนต(จากพืชดีที่สุด) ควรแบ่งกินครั้งละ 500 mg. เพราะร่างกายจะดูดซึมได้แค่ครั้งละ 500 mg. เท่านั้น กินมากไป จะเกิน.. และควรกินคู่กับแมกนีเซียม เพื่อรักษาความสมดุลในร่างกาย เช่น ยี่ห้อ 21 century เป็นต้น ถ้าต้องการบำรุงผิว ให้กินแคลเซียม คู่กับ ไฮยาลูรอน daiso เมื่อบริโภคมากเกินไป จะมีอาการแคลเซียมเกิน เช่น เวลานอนมีอาการ ขา-แขนชาๆ ซ่าส์ๆ ขาชาๆ ซ่าส์ๆ เย็น คล้ายๆ เลือดไม่ไหลเวียน ฯลฯ

GABA 500 mg. ยี่ห้อ daiso - มีฤทธิ์เย็น กินก่อนนอนเท่านั้น นานๆ กินที อย่ากินบ่อย ช่วยให้ง่วง แก้ปัญหา นอนไม่หลับ สมองฟุ้งซ่าน สมาธิไม่นิ่ง ช่วยให้สมองคลายเครียด คลายความกังวล นอนหลับได้ลึกมากกว่าปกติ ทำให้ร่างกายได้ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ตื่นมาแล้วจะสดชื่นเหมือนได้ชาร์จแบตให้ชีวิต ฯลฯ หรือกินข้าวกล้อง หรือ ข้าวกล้องงอก ก็จะมีสาร Gaba เช่นกัน

สวนรถไฟ - ออกกำลังกายที่สวนรถไฟบ่อยๆ มีแท่นยืดเส้นขา มีที่เวทกล้ามเนื้อให้ 4 จุดฟรี โหนบาร์ กล้ามเนื้อจะขึ้นเร็วมาก และมีฟิตเนตแบบห้องแอร์ ใกล้ๆ กับลานแอโรบิค ค่าสมัครสมาชิกปีละ 40 บาทเท่านั้น ปั่นจักรยาน 1 รอบสวนรถไฟ ได้ 3 กม. ปั่น 5 รอบได้ 15 กม. เพิ่มกล้ามเนื้อขา ค่าเช่าจักรยานคันละ 30 บาท/วัน ค่าจอดรถในสวน 20 บาท นำไปบำรุงสวน มีโซนเลี้ยงปลา ซื้ออาหารไปปลาแบบกินพืชไปเลี้ยง กก.ละ 24 บาท ให้เป็นสิริมงคลกับชีวิต หาซื้อใน shopee

ครีม Diclogel - ทาผิวหนังทั่วร่างกาย ก่อนนอน ลดการอักเสบของกล้ามเนื้อ ลดอาการปวด หลังจากออกกำลังที่สวนรถไฟ และควรบริโภคโปรตีน ผัก-ผลไม้ ให้มากพอ จะทำให้ร่างกายหายปวดกล้ามเนื้อได้เร็วขึ้น ข้อดี คือ กลิ่นไม่ฉุนมาก

วิตามินซี C - ยี่ห้อ DHC เป็นวิตามินพื้นฐาน ที่ช่วยให้ร่างกายดูซึมสารอาหารได้ดีขึ้น เช่น แคลเซียม ฯลฯ และช่วยบำรุงผิวพรรณให้สดใส ผิวทนแดด ช่วยลดกรดยูริคในเลือดอันเป็นสาเหตุของโรคเกาต์ ทำให้หลอดเลือดแข็งแรง ไม่แตกเปราะง่าย ช่วยลดความเสี่ยงต่อเส้นเลือดในสมองแตกได้

ข้าวไรซ์เบอรี่ 
- มีสารต้านอนุมูลอิสระ สูงมาก ควรรับประทานหลังจากออกกำลังกายหนักๆ

ไฮยาลูรอน - ยี่ห้อ daiso บำรุงผิวให้นุ่มลื่น เพิ่มน้ำให้ผิว และ เพิ่มน้ำในข้อต่อ กินคู่กับแคลเซียม จะเห็นผลได้ชัด และในร่างกายไม่ควรมีเมือกมัน(โปรดสังเกตร่างกายตัวเอง) ถ้ามีควรกินน้ำอุ่น ล้างออก

น้ำมันปลา Fish Oil - มีโอเมเก้า 3 บำรุงสมอง แต่ก็มีน้ำมันมาก กินมาก ๆ ระวังเป็นสิว ควรนานๆ กินที...

น้ำมันคาโนล่า - มีโอเมก้า 3 บำรุงสมอง กินวันละ 1-2 ช้อนโต๊ะพอ เอาไว้ทำอาหาร ผัดกับข้าว ฯลฯ

ผงโกโก้ - ยี่ห้อทิวลิป ชนิดสีเข้ม อย่ากินในปริมาณเกินไป กินแต่พอดี จะมีประโยชน์มากมาย บำรุงสมอง ฯลฯ สูตร น้ำโกโก้ บำรุงสมอง นำผงโกโก้ 1 ช้อนโต๊ะ + มาชงใส่น้ำร้อน 30 ml. + น้ำมันคาโนล่า 1/2 ช้อนโต๊ะ + เนยเค็มอะลาวรี่  ปลายช้อน คนให้ละลาย แล้วเติมน้ำแข็ง 3 ก้อน ปรับให้น้ำเย็นลง แล้วเติม Whey Isolate 1 สกู๊ป คนให้ละลาย แล้วทานตอนเช้าๆ หลังจากขับถ่ายเรียบร้อยแล้วก่อน จะทำให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ดี ข้อควรระวัง โกโก้นั้นมีพิวรีนสูง ส่งผลให้เกิดกรดยูริคในเลือด ควรเว้นการทานบ้าง เพื่อให้เวลาร่างกายได้ขับของเสียออกไปทัน

ชาเขียว กาแฟ โกโก้ - แบบ No add ไม่เติมอะไรเลย ควรกินเพียวๆ เลย ควรกินก่อนออกกำลังกายจะทำเผาผลาญดี หรือกินเพื่อต้องการความกระปรี้กระเปร่า และ ไม่ควรกินติดต่อกันทุกวัน ให้กินบ้างเว้นบ้าง จะให้ผลดีกับร่างกาย การกินซ้ำๆ ติดต่อกัน จะทำให้ร่างกายชินต่อสารกระตุ้น(อาจทำให้ติดได้ เมื่อไม่ได้กินแล้วจะปวดหัว) กินแล้วมักไม่ได้ผล กินแล้วต้องกินเพิ่มถึงจะรู้สึกมีผลต่อร่างกาย เผาพลาญไม่ได้ดีเท่ากับวันแรกๆ ที่กิน และไม่ควรกินครั้งละมากๆ ควรกินแค่ครั้งละไม่เกินครึ่งแก้วพอ กินแต่พอดี


Whey Isolate - เวย์ โปรตีนเข้มข้น ไขมันต่ำ ไม่มีน้ำตาลแลคโตส กินในวันที่ไม่ค่อยมีเรี่ยวแรง เช่น ป่วย ต้องการฟื้นฟู บำรุงร่างกาย ต้องการซ่อมแซมร่างกาย จะช่วยให้มีแรงมากขึ้น และอาการเหนื่อยง่ายจะน้อยลง อยู่ท้อง..แก้ปัญหาหิวบ่อย ฯลฯ หากช่วงไหนกินโปรตีนมากกว่าปกติ ต้องกินน้ำมากๆ วันละ 6-8 แก้ว และ ควรกินผักใบเขียว ผัก-ผลไม้ ให้มากขึ้น เพื่อเพิ่ม วิตามิน เกลือแร่ ทำให้ร่างกาย การทานในปริมาณที่มากเกินไปอาจทำให้เกิดภาวะ โปรตีน ไม่สมดุล กับแคลเซียมและแมกนีเซียมในร่างกาย ทำให้ร่างกายเสียสมดุลได้ ข้อควรระวัง สารพิวรินเกิดจากการสลายโปรตีนของร่างกาย จากสารพิวรินจะกลายเป็นกรดยูริก สรุปกรดยูริคคือของเสียของสารพิวรีน ร่างกายต้องกำจัดกรดยูริคออก ถ้าร่างกายกำจัดไม่ทัน ระวังเลือดเป็นกรด เมื่อกรดยูริคในเลือดเพิ่มสูงขึ้นเป็นเวลานาน จะส่งผลให้ตกผลึกจับตัวกันเป็นของแข็ง แทรกอยู่ในช่องว่างระหว่างข้อต่อและกระดูก ทำให้เกิดอาการปวดร้าวตามข้อกระดูกต่างๆ หรือเรียกว่าโรคเกาต์

นมวัว - มีเคซีนโปรตีน ช่วยรักษาสมดุลของโปรตีนในร่างกาย และส่งผลให้อัตราการสลายโปรตีนในร่างกายตามธรรมชาติจะลดลงในระยะยาว จึงทำให้ระดับกรดอะมิโนเพิ่มขึ้นในเลือดช้ากว่า แต่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานกว่า Whey โดยจะทำให้อัตราการสลายโปรตีนในร่างกายตามธรรมชาติจะลดลง โดยในนมวัวจะมีส่วนประกอบของ whey และ เคซีน ในอัตรา 20:80 การกินนมวัวให้ได้โปรตีน 20 กรัม มีประสิทธิภาพฟื้นฟูกล้ามเนื้อได้ไม่ต่างจาก whey / เคซีนโปรตีนในนมวัว ช่วยลดกรดยูริค อันเป็นสาเหตุของโรคเกาต์ได้ ดื่มนมวันละ 1 แก้ว

น้ำเก็กฮวย - ช่วยกำจัดสารพิษ บำรุง ตับ ไต บำรุงตา บำรุงโลหิต ให้ฤทธิ์เย็น แก้ร้อนใน ดับพิษร้อน เคล็ดลับ ในการต้มน้ำเก็กฮวย ให้ แช่ดอกเก็กฮวยในน้ำร้อนจัดนานแค่ 3 นาทีพอ ส่วนเม็ดเก็กฮวยแช่นานแค่ 2 นาทีพอ จับเวลาได้เลย แช่นานกว่านี้รสชาติจะเพี้ยน

ซอมป่อยใหม่ - หาซื้อได้ตามร้านเซเว่น บางสาขา ขวดละ 16 บาท กินครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะ ก่อนอาหาร วันละ 3 ครั้ง หรือกินเฉพาะเวลาที่มีอาการ ช่วย แก้เสมหะติดลำคอ นอนไอจากเสมหะที่ติดในคอ หรือ ปอด ช่วยบำรุงปอดให้แข็งแรง

อบตัวด้วยสมุนไพร - ซื้อกระโจมผ้ามาอบ จะสะอาดที่สุดเพราะถอดซักได้ หรือประคบร้อน ด้วยแผ่น Exeter Thermo Pad ความร้อนจะช่วยให้หลอดเลือดขยายตัว และทำให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้นมากกว่าเดิม เลือดเป็นตัวกลางสำคัญในการลำเลียงแร่ธาตุ สารอาหาร และออกซิเจน ไปเลี้ยงเซลล์ในอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย หากบริเวณใดที่เส้นเลือดตีบ หรือมีคอลเลสเตอรอล ไปอุด ทำให้เลือดไปไม่ถึง จะทำให้อวัยวะส่วนนั้นขาดแร่ธาตุ สารอาหาร และ ออกซิเจน จนกระทั่งเซลล์นั้นเสื่อมสภาพและตายลงไป หากไม่ได้ประคบร้อนหรืออบซาวน่าร้อนๆ ก็ควรออกกำลังกายเพื่อให้เลือดได้มีการสูบฉีดไปทั่วร่างกาย ก็จะทำให้ร่างกายของเราแข็งแรง ความร้อนจะช่วยขับของเสียออกมาทางเหงื่อ เช่น กรดยูริค ฯลฯ ระหว่างอบสมุนไพรร้อนๆ อาจทำให้สูญเสียเกลือแร่ไปด้วย ควรรับประทานผัก-ผลไม้ และ น้ำ ตามมากๆ ไม่ควรอบทุกวัน จะทำให้ร่างกายเสียเกลือแร่มากเกินไป สูตรสมุนไพรอบตัว ใช้พืชอะไรก็ได้ ที่หาได้ไม่ยาก เช่น คึ่นไช่ หอมแดง(นิดเดียวพอ) ตะไคร้ ใบมะกรูด ผิวมะกรูด ใบเตย ใบมะขาม ขมิ้นชัน ไพล ว่านนางคำ กระเพราแดง ใบส้มป่อย เปลือกส้มโอ ใบบัวบก ย่านาง โหระพา สาระแหน่ เป็นต้น


ชาข้าวโพดม่วง , ชาหนวดข้าวโพด - ของเกาหลี บำรุงไต ลดอาการปวดบั้นเอว ด้านหลัง(เนื่องจากไตทำงานหนัก จากการกินเค็ม เกลือมากเกินไป) ช่วยลดโซเดียมในเลือด ลดอาการบวม ลดขาบวม ลดตัวบวม โซเดียมเกินในบางครั้งอาจมีสิวใต้คางแถวแนวกรามร่วมด้วย

ข้าวโพดม่วง - กินแบบต้ม 1 ฝัก มีสารแอนโทไซยานินจากสีม่วง ต้านอนุมูลอิสระสูง หรือซื้อจากห้างแบบดิบเป็นฝัก นำมาปอกเปลือก ล้างให้สะอาด แล้วหั่นเป็นชิ้นหนา 1 นิ้ว เก็บใส่ถุงเข้าตู้เย็นแช่แข็ง ช่องฟรีส เก็บไว้ใส่ต้มน้ำซุป หรือ นำข้าวโพดม่วง 1 ชิ้น + แครอท 3 ชิ้น มาต้มน้ำ 1 ลิตร ปิดฝาหม้อ ใช้ไฟกลางๆ นาน 30-45 นาทีขึ้นไป กรองเอาแต่น้ำร้อน เก็บใส่กระบอกเก็บความร้อน Zojirushi ได้นาน 15 ช.ม. จะได้ชาน้ำข้าวโพดม่วงแบบสดๆ ทานในช่วงที่รู้สึกว่าช่วงนี้กินเค็ม กินเกลือ บ่อยมากเกินไป เพื่อล้างเค็มเกลือ โซเดียมในร่างกาย บำรุงไต

โอวัลติน ซอย งาดำ - 1 ซองมีน้ำตาล 9 กรัม ควรกินในตอนเช้า เพราะมีน้ำตาล ซูโครส ค่อนข้างมาก ให้โปรตีน และกรดอะมิโนมากมาย บำรุงร่างกาย เวลาชง ให้ชงกับน้ำข้าวโพดม่วง-แครอท จะทำให้ได้สารอาหารมากขึ้น หรือหันไปทานนมถั่วเหลืองของยี่ห้อ ดอยคำ เลย จะไม่มีน้ำตาลผสม

น้ำมันตับปลา - แก้ปัญหา หน้าแห้งกร้าน อักเสบ เช่น สิวอักเสบ เพราะมีวิตามินเอ และ อี ฯลฯ แต่อย่ากินบ่อยมาก ระวังวิตามิน เอ อี สะสม...มากเกินไป

ยาคูลล์ - มีโปรไบโอติกส์ 1 สายพันธ์ ชื่อว่า แลคโตบาซิลัส คาเซอิ ชิโรต้า ช่วยดูแลลำไส้ และระบบย่อย ระบบขับถ่ายของเราให้สมดุลเป็นปกติ ท้องไม่ผูก กินหลังตื่นนอนตอนเช้า(ท้องว่าง) จะช่วยให้ถ่ายภายใน 30 นาที ถ้าไม่ถ่ายให้กินลูกพรุน 5 รสเข้าไปอีก 1-2 เม็ด จะทำให้ถ่ายได้ ให้ฤทธิ์เย็น

นมเปรี้ยว ดัชมิลล์ กล่องเขียว - กินหลังตื่นนอน(ท้องว่าง) ทันที จะรู้สึกอยากถ่ายภายใน 30 นาที จะช่วยแก้ปัญหาท้องผูก ทำให้ถ่ายง่าย ถ่ายสะดวก สุขภาพดีต้องห้ามปล่อยให้ท้องผูกเด็ดขาด ให้ฤทธิ์เย็น ข้อควรรู้ นมเปรี้ยวหรือยาคูลล์ เป็นอาหารที่มีความเป็นกรด อาจทำให้เลือดเป็นกรด ผู้ที่มีกรดยูริคในเลือดสูง ควรหลีกเลี่ยง..

Probiotics โปรไบโอติกส์ - กิน ยี่ห้อ Life Space ออสเตรเลีย ดีที่สุด แก้ปัญหาท้องผูก ท้องอืด ไม่ย่อย ย่อยยาก จุก กรดไหลย้อน กลิ่นตัวเหม็น กลิ่นลมหายใจเหม็น ฯลฯ แต่ระวังว่า อย่ากินติดต่อมากเกินไป.. ควรกินหลังอาหาร จะช่วยให้ย่อยอาหารได้ดี จากประสบการณ์ส่วนตัว ควรกินแต่พอดี ไม่กินติดต่อกันนานๆ หรือกินมากเกินไป เพราะร่างกายต้องการความสมดุล ในบางคนมีภาวะเลือดเป็นกรดอยู่แล้ว เมื่อกินมากๆ เกินไปจะทำให้ มีอาการ แขนชา ขาชา หน้าแห้งกร้าน ฯลฯ เป็นต้น

สมูทตี้ปั่นผลไม้รวม - องค์การอนามัยโลกประกาศ ควรกินผัก-ผลไม้ให้ได้วันละ 400 กรัม หรือ 4 ขีด บำรุงร่างกายให้สมดุล ห้ามท้องผูก เด็ดขาด / สูตร - แอปเปิ้ลเขียว ฟูจิพลัม เปลือกแตงโมสีขาว มะม่วงหาวมะนาวโห่ สับปะรด ดอกชมจันทร์ สตอเบอรี่ แครนเบอรี่อบแห้ง มะขามป้อม ลูกพลับ เมล่อน น้ำแอปเปิ้ลทิปโก้ น้ำผึ้งป่า มะนาว เกลือหิมาลัยสีชมพู1หยิบมือนิดเดียวพอ เมจิโยเกิร์ตให้ทำเอง (วิธีเก็บ ผลไม้ทุกอย่าง เก็บแช่แข็งช่องฟรีสให้หมด ยกเว้น แอปเปิ้ล และ ฟูจิพลัม)

น้ำผลไม้คั้น สกัดเย็น - กินในวันที่อยากบำรุงตา หรือ วันที่ร่างกายต้องการวิตามินบำรุงร่างกายมากๆ / สูตร แครอท 2 หัว - มะเขือเทศ 2 ลูก - องุ่นแดง 20 ลูก (แครอทกับมะเขือเทศหั่นแล้วใส่ไมโครเวฟ โดนความร้อน ไฟ 700 วัตต์ นาน 2 นาที จะมีสารอาหารเพิ่มขึ้น)

สาหร่ายทะเลย่าง ตราเทบารุ - นำเข้าจากเกาหลี รสชาติดี กรอบ ไม่ปรุงแต่งรส รสธรรมชาติ ห่อละ 50 แผ่น กินวันละ 1-2 แผ่น อันละ 165 บาท ซื้อที่แม็คโคร

วิตามินรวม - ลดอาการ ปวดท้องประจำเดือน ปวดกล้ามเนื้อขา ตอนมีประจำเดือน ควรกินในวันที่กินโปรตีนมากๆ แล้วไม่ได้กินผัก-สมุนไพร

Bio Vital - ของอ้วยอันโอสถ สารสกัดจากต้นอ่อนข้าวสาลี มีวิตามินและสารอาหารบำรุงร่างกายที่หลากหลาย มากมาย ควรกินในวันที่ไม่ค่อยได้กินผัก-ผลไม้ หรือกินบำรุงร่างกาย ให้ฤทธิ์ร้อน ควรทานคู่กับสมุนไพรฤทธิ์เย็นเพื่อสร้างความสมดุล

ใบบัวบก - ให้ฤทธิ์เย็นมาก ช่วยลดความดันโลหิต บรรเทาอาการอักเสบ เพิ่มความแข็งแรงให้หลอดเลือด ช่วยลดอาการเส้นเลือดขอด ช่วยสมานแผลให้หายเร็วขึ้น ช่วยให้เหมาะสำหรับแผลผู้ป่วยเบาหวาน ช่วยลดอาการซึมเศร้า คนท้องไม่ควรรับประทาน ไม่ควรกินต่อต่อกันมากเกินไป จะส่งผลเสียต่อตับ

ปัญจขันธ์ (เจียวกู่หลาน) - มีงานวิจัยมากมาย ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และ ความดันโลหิตให้ปกติ ให้ฤทธิ์เย็นกลาง

สารสกัดจากเมล็ดฟักทอง - มีวิตามิน และสารอาหาร มากมาย ให้ฤทธิ์อุ่นร้อน บำรุงตา ลดอาการอักเสบ และลดคลอเลสเตอรอล อย่ากินติดต่อกันนานเกิน เพราะวิตามินเออาจสะสมมากเกินไปได้ หากกินแล้วตัวสีเหลือง ให้หยุดกินสักพักแล้วร่างกายจะกลับมาเป็นปกติ ไม่มีอันตราย

เถาวัลย์เปรียง - แก้ปวด แก้เมื่อย บำรุงกล้ามเนื้อ ลดการอักเสบ เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ให้ฤทธิ์เย็นมาก แต่มีฮอร์โมนเพศหญิง ไม่ควรกินติดต่อกันนานเกินไป

นมผึ้ง Royal Jelly - กินเฉพาะก่อนมีประจำเดือนมา 7 วัน จะช่วยปรับสมดุลฮอร์โมน ทำให้สิวไม่ขึ้น หรือ กินในวันที่ไม่ค่อยมีเรี่ยวแรง จะช่วยให้มีแรงขึ้น และเหนื่อยน้อยลง มีโปรตีน 7 กรัม (เท่ากับไข่ต้ม 1 ลูก) ให้พลังงาน และ มีไขมัน กินมากเกินไปก็ระวังเป็นสิว นานๆ กินทีพอ ให้ฤทธิ์อุ่นร้อน

น้ำอุ่น(ร้อน) - ช่วยล้างเมือกมันในร่างกาย หากมีเมือกมันในร่างกายมากๆ จะทำให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ไม่ดี แต่อย่ากินร้อนมากเกินไป อุณหภูมิ 40-50 องศา จะกำลังดี ทานวันละ 1 แก้ว หรือ นำน้ำ 1 แก้วเข้าไมโครเวฟ ไฟ 1,000 วัตต์ นาน 1.30 นาที จะได้น้ำอุ่นกำลังดี

นอนหงาย ราบกับพื้นปูน - นอนตัวตรง ๆ วันละ 15-30 นาที จะช่วยจัดกระดูกในร่างกายของเราให้สมดุล ส่วนคนที่นอนหงายไม่ได้ นอนแล้วปวด อาจเกิดจากกระดูกคต หรือร่างกายมีปัญหาบางอย่าง ให้แก้ปัญหาด้วยการค่อยๆ ยืดเส้นกล้ามเนื้อ หรือโยคะ จะช่วยร่างกายสมดุลขึ้น

นอนราบกับพื้น ขาชี้ฟ้า พิงกำแพง - 15-20 นาที/ครั้ง ช่วยให้เลือดไปเลี้ยงสมอง เหมาะสำหรับคนที่ชอบปวดหัว หัวตื้อๆ มึนหัว รู้สึกเหมือนกับว่าเลือดและสารอาหารไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ แล้วควรทานพรมมิ(ฤทธิ์เย็น) หรือ แปะก๊วย(ฤทธิ์ร้อน) หรือ ใบบัวบก(ฤทธิ์เย็น) บำรุงสมองควบคู่ไปด้วย

ใบแปะก๊วย - ให้ฤทธิ์ร้อน บำรุงตา บำรุงสมอง ช่วยกระตุ้นให้เลือดไปเลี้ยงสมองได้ดีขึ้น ช่วยบรรเทาโรคพาร์กินสันได้ ช่วยให้เลือดไหลเวียนลดภาวะปัญหาเส้นเลือดตีบตัน ช่วยลดอาการมือชา เท้าชาได้ ป้องกันตะคริว อย่ากินตอนท้องว่างเพราะอาจจะระคายเคืองกระเพาะอาหารได้ สำหรับบางคนอาจจะแพ้ได้ ควรระวังในการรับประทาน ห้ามกินในช่วงที่มีการผ่าตัดอาจทำให้เลือดไหลไม่หยุดได้

พรมมิ(ผักมิ) - ให้ฤทธิ์เย็น บำรุงสมอง เพิ่มสมาธิ ลดความซึมเศร้า เสริมความจำ ลดความเสื่อมของเซลล์สมอง ป้องกันอัลไซเมอร์ แก้อาการสวิงสวาย (อาการที่เป็นลม ทำให้หน้ามืด ตาลาย ใจหวิว หรือกระสับกระส่าย) แก้หืด ไอ กินแก้โรคริดสีดวง แก้โลหิตพิการ ซึ่งทำให้พิษร้อนทั่วสรรพางค์กาย เข้ายาแก้ซางแห้งในเด็ก(ร้อนใน) มีงานวิจัยออกมาว่า ไม่มีผลข้างเคียง เมื่อกินติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน

อบเชย - ให้ฤทธิ์ร้อน บำรุงไต ม้าม กระเพาะปัสสาวะ บำรุงร่างกายทำให้ร่างกายอบอุ่น ทำให้เลือดหมุนเวียนดี แก้ปัญหาโรคเบาหวาน ลดคลอเลสเตอรอล ต้านมะเร็ง แก้วิงเวียน แก้จุดเสียดแน่นท้อง ช่วยขับลม ช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหาร ต้านการอักเสบ มีประสิทธิภาพในการรักษาหรือป้องกันการอักเสบจากโรคทางระบบประสาท ไม่ควรรับประทานตอนท้องว่างหรือกินติดต่อกันนานเกินไป หรือ มากเกินไป จะไม่ดีต่อตับ และ ไต อาจเกิดการระคายเคืองต่อผิว เยื่อเมือก กระเพาะอาหาร ลำไส้ ทางเดินปัสสาวะ และทำให้เกิดผลข้างเคียงอื่น ๆ เช่น ท้องเสีย อาเจียน วิงเวียนศีรษะ ง่วงซึม เป็นต้น

ไข่ทั้งลูก หรือ ไข่ขาว - 1 ฟอง มีโปรตีน 7 กรัม เป็นศูนย์รวมสารมากมาย และมีราคาถูก ควรบริโภคไข่ต้ม ไข่พะโล้ หรือเมนูที่มาจากไข่ทุกวัน หลีกเลี่ยงไข่เจียวให้มากๆ

ร่างกายต้องการความสมดุล

ควรกินให้หลากหลาย อย่าง "พอดี"

อย่ากินซ้ำซาก..

นพ.บุญชัย อิศราพิสิษฐ์



 
s
[ ความเห็นที่ 1]
RE : ดูแลสุขภาพ แก้ปัญหาสุขภาพ อาการเจ็บป่วย เบื้องต้นด้วยตัวเอง
โพสต์เมื่อ: วันอังคาร 30 ตุลาคม 2561  16:19 น.
อาหารร้อน-เย็น ควรกินให้สมดุล หยิน-หยาง
ฤทธิ์เย็น

ชารางจืด(เย็นมาก), ลูกใต้ใบ(แคปซูล), ถั่งเช่า Hapnes, ใบบัวบก(แคปซูล)เย็นมาก, โปรไบโอติกส์, ยาคูลล์, นมเปรี้ยว, แคลเซียม, วิตามินซี, GABA ยี่ห้อ daiso, มะนาว, ฟ้าทะลายโจร, มะระขี้นก, มะรุม, ปัญจขันธ์(เจียวกู้หลาน), Grape Seed สารสกัดจากเมล็ดองุ่น, เถาวัลย์เปรียง, ตังเซียม, เก๋ากี้, เห็ดหลินจือ, เห็ดหูหนูขาว, ชะเอมเทศ, อัญชัน, มะขามป้อม, สมอไทย, เก๊กฮวย, มะตูม, ใบเตย, หม่อน, หญ้าลิ้นงู, รากหญ้าคา, บัวหลวง, เสกตี่, หล่อฮังก้วย, พลูคาว, พรมมิ

ฤทธิ์ร้อน
ชาดอกคำฝอย, ขมิ้นชัน(แคปซูล), สารสกัดจากเมล็ดฟักทอง(แคปซูล) น้ำขิง, น้ำอุ่น 1 แก้ว, ชาข้าวโพดม่วง, ชาหญ้าหนวดแมว, Whey Isolate โปรตีน, โกโก้, กาแฟดำ, นมผึ้ง Royal Jelly, พริก, กระเทียม, โหระพา, สะระแหน่, ผักชี, ผักชีฝรั่ง, ข่า, ตระไคร้, กระชาย, พริกไทย, กุยช่าย, กระเพรา, ใบมะกรูด, หอมใหญ่, หอมแดง,กระหล่ำปลี, กระเฉด, ผักกาดหอม, แครอท, คะน้า, ชะอม, สาหร่าย, โสม, เห็ดหลินจือ, ถั่งเช่า, ฟักทอง, เงาะ, องุ่น, ลิ้นจี่, น้ำลิ้นจี่, ละมุด, ทุเรียน, ลำไย, ขนุน, ลูกยอ, มะม่วงสุก, สละ, ระกำ, ถั่วดำ, ถั่วแดง, ข้าวไรซ์เบอรี่, Bio Vital (แคปซูล) , สมอพิเภก, สมอเทศ, อบเชย, จันทน์เทศ, พุทราจีน, ปักคี้, กระเจี๊ยบแดง, กระวานเทศ, กานพลู, ใบแปะก๊วย, กาแฟดำร้อนๆ, เครื่องตุ๋นยาจีน  ฯลฯ

สมุนไพรที่มีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด ควรทานพร้อมอาหารเท่านั้น เพราะในอาหารมักมีแป้ง หรือน้ำตาล เป็นส่วนผสมอยู่แล้ว หากทานในตอนที่ร่างกายท้องว่างมีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำอยู่แล้ว จะยิ่งทำให้ร่างกายเข้าสู่ภาวะขาดน้ำตาลในเลือดได้ อาจเป็นอันตรายได้
เช่น มะนาว หญ้าหนวดแมว ใบเตย ขมิ้นชัน ถั่งเช่า Hapnes น้ำส้มสายชู น้ำเก็กฮวย ชาเขียว ชาเอิร์ลเกรย์ Grape Seed สารสกัดเมล็ดองุ่น อบเชย รางจืด เจียวกู่หลาน หรือ ปัญจขันธ์ ตรีผลา อาร์ติโชค มะระขี้นก เถาวัลย์เปรียง ฯลฯ

กินสมุนไพร ให้สมดุลร้อน-เย็น
จะช่วยแก้ปัญหาภาวะร้อนเกิน - เย็นเกิน ได้
เช่น

     - ลดคลอเลสเตอรอล = ชาดอกคำฝอย/หอมหัวใหญ่/คึ่นไช่
     - ไอ แบบมีเสมหะติดคอตลอดเวลา เหตุจากกรดไหลย้อน = แมกนีเซียมครั้งละ 250 mg. แคลเซียมแอลทรีโอเนต 500 mg. กิน 2 เวลา กลางวัน และ ก่อนนอน
     - บำรุงผิวพรรณ กันหน้าแก่ หน้าเหี่ยว = รกแกะ Sheep placenta / รกม้า Horse placenta / ไฮยาลูรอน
     - แขนชา ขาชา เลือดไม่ไหลเวียน = ไก่ตุ๋นยาจีน / กาแฟดำร้อนๆ ไม่ใส่ครีมเทียม ไม่ใส่นม / เต้น Zumba
     - ขับเกลือ โซเดียม ในร่างกาย = ทุเรียน/กล้วยหอม/ส้ม/มะละกอ/แตงโม/สับปะรด/กีวี่/ชาไหมข้าวโพด/ข้าวโพดม่วง
     - ขับกรดยูริค สาเหตุของโรคเกาต์ = หญ้าหนวดแมว/มะนาว/กระเทียม/แอปเปิ้ล/ขิง/สับปะรด
     - ขับนิ่ว กระเพาะปัสสาวะอักเสบ = หญ้าหนวดแมว1แคปซูล+แมกนีเซียม250mg./
สารยับยั้งการก่อตัวของนิ่ว ได้แก่ ซิเตรท โพแทสเซียม แมกนีเซียม
     - สารก่อนิ่ว ได้แก่ แคลเซียม ออกซาเลต ยูเรต ยูริค ฟอสเฟส
     - แก้กรดไหลย้อน เลือดเป็นกรด = น้ำชาดอกชบาอุ่นๆ 75-100 ml. + มะนาว 1/2 ลูก + น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ

     - ปวดกล้ามเนื้อ ปวดเมื่อยตัว = ทาครีม Diclogel + กินถั่วอบ กินอาหารที่มีโปรตีนเพิ่มขึ้น และ กินผักผลไม้ที่สารต้านอนุมูลอิสระมากๆ
     - ปวดท้องประจำเดือน = น้ำขิงร้อน / กาแฟดำร้อนๆ / ไก่ตุ๋นยาจีน / น้ำเต้าหู้ร้อน / น้ำอุ่นร้อน / ประคบร้อน / ขมิ้นชัน / ข้าวไรซ์เบอรี่
     - บำรุงตับ = ขมิ้นชัน(ฤทธิ์ร้อน)/ตรีผลา/อาร์ติโชค/ลูกใต้ใบ(ฤทธิ์เย็น)/ชารางจืด(ฤทธิ์เย็น)/น้ำเก็กฮวย/กะหล่ำปลี/บรอกโคลี/มันเทศ/ลิ้นจี่(ฤทธิ์ร้อน)/แครอท/บีทรูท/ผักใบเขียว/ชาเขียว/อะโวคาโด/สาหร่าย/หอมแดง/กระเทียม/ไข่ทั้งฟอง/ถั่วงอก/ต้นอ่อนทานตะวัน/เห็ด/ขิง/ยี่หร่า/กระวาน/ผักชี/อบเชย/ปลาซาดีน/ปลาแซลมอน/เก๋ากี้/มะขามป้อม/มะม่วงหาวมะนาวโห่/ฟ้าทะลายโจร(อย่ากินมากเกินไป)/มะระ(ฤทธิ์เย็น)/ลูกเดือย(ฤทธิ์เย็น)/พริกไทยดำ/กาแฟดำ
     - บำรุงไต = น้ำเก็กฮวย/อบเชย/งาขาว/งาดำ/แครนเบอรี่/แอปเปิ้ล/ไข่ขาว/เห็ดหูหนูดำ/ขิง/ตระไคร้/หอมแดง/เห็ดหลินจือ/กระวาน/กระเจี๊ยบแดง/ใบบัวบก(ฤทธิ์เย็น)/เก๋ากี้/ผลหม่อน/ชาไหมข้าวโพด/ใบข่อย/ใบเตย(ฤทธิ์เย็น)/ถั่วเหลือง/เต้าหู้/หญ้าหนวดแมว

     - บำรุงสมอง = พรมมิ/แคลเซียม/โอเมก้า3/โปรตีน/แปะก๊วย/ใบบัวบก/กุ้ง/ปลาแซลมอน/น้ำเก็กฮวย/โกโก้
     - บำรุงเอ็น กล้ามเนื้อ = เถาวัลย์เปรียง/โปรตีน ไข่ เนื้อสัตว์ นม ถั่ว
     - ตัวเหม็น ลมหายใจเหม็น กรดไหลย้อน ท้องไม่ย่อย = โปรไบโอติกส์ life space (ควรกินคู่กับแมกนีเซียม-แคลเซียม) หรือ โยเกริ์ต ที่มีโปรไบโอติกส์ ยี่ห้อ เมจิ/ ยาคูลล์
     - นอนไม่หลับ = GABA ยี่ห้อ Daiso 2 เม็ด กินเฉพาะก่อนนอนเท่านั้น จะทำให้ง่วง / แคลเซียมแอลทรีโอเนตวันละ 1,000 มก. / อาหารทะเล / ปั่นจักรยานรอบสวนรถไฟ 5 รอบ 15 กม.
     - คลายเครียด คลายกังวล แก้ไมเกรน นอนไม่กลับ บำรุงปลายประสาทอักเสบ กล้ามเนื้อแข็งตัว ไม่ยืดหยุ่น ควรเช็คมวลกระดูกกับเครื่องชั่งน้ำหนักก่อนกินแคลเซียม ถ้าไม่ขาด ก็ไม่ต้องกิน = 
แมกนีเซียม 250 มก. + แคลเซียมแอลทรีโอเนต 500 มก. กิน 2 ครั้ง กลางวัน และก่อนนอน + วิตามินบีรวม + วิตามินซี

----------------------

มื้อเช้า
กินทุกอย่างที่อยากกิน ทานอย่างราชา
มื้อเที่ยง ทาน 1 จาน ตามปกติ

   มื้อเย็น กินเฉพาะโปรตีน กับ ผัก
   งด ข้าว แป้ง น้ำตาล พืชหัวที่มีคาร์โบไฮเดรต รวมถึงผลไม้ที่มีรสหวานด้วย
   เช่น 
   - ไก่ย่าง + ส้มตำ ไม่เอาข้าวเหนียว ไม่เอาน้ำหวานๆ
   - ไก่อบซอส + สลัดผัก (ซื้อไก่ที่บิ๊กซี ผักขีดละ 19 บาท)
   - สเต๊ก 1 ชิ้น + สลัดผัก ไม่เอาเฟรนซ์ฟรายทอด ขนมปัง
   - ไข่ต้ม + เมี่ยงปลาเผา 1 ตัว (ไม่กินเส้น)
   - ไข่ต้ม + ไข่ตุ๋น
   - ต้มจืดไก่ในน้ำซุปต้มผัก
   - ซี่โครงหมูตุ๋นยาจีน
   - สุกี้ ใส่เนื้อกับผัก แต่ไม่ใส่เส้น-แป้ง
   - ไก่ทอด + ตำถั่วฝักยาว
   - แหนมเนือง + ปลาแซลมอนย่าง
   - ปลากระพงลวก + สลัดผัก(น้ำจิ้มถั่วตัด)
   - ปีกไก่ทอดน้ำปลา
   - ไก่ต้มน้ำปลา

ขอบคุณข้อมูลจาก หมอทีม ใน Youtube

s
[ ความเห็นที่ 2]
RE : ดูแลสุขภาพ แก้ปัญหาสุขภาพ อาการเจ็บป่วย เบื้องต้นด้วยตัวเอง
โพสต์เมื่อ: วันพุธ 31 ตุลาคม 2561  18:28 น.
กลไกเกิดหายโรค ตามหลักสมดุลร้อนเย็น โดย ดร.ใจเพชร กล้าจน



จัดทำโดย มูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย ศูนย์เรียนรู้สุขภาพตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง สวนป่านาบุญ ๑ ดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร

อาหารปรับสมดุล 
โดย ดร.ใจเพชร กล้าจน
อาหารฤทธิ์ร้อน ฤทธิ์เย็น

เนื่องจากว่าโลกยุคนี้ คนส่วนใหญ่จะป่วยด้วยภาวะร้อนเกิน
เพราะฉะนั้นเราควรเพิ่มอาหารที่มีฤทธิ์เย็น เข้าไปเป็นหลัก

ลด หรือ งด อาหารฤทธิ์ร้อนให้น้อยลง

ถ้าเราทานอาหารเพิ่มเย็น ลดร้อน นานเข้า นานเข้า..
ร่างกายเราอาจจะอยู่ในภาวะที่เย็นเกินไป
เมื่อเริ่มเย็นเกิน ก็จะมีอาการอ่อนเพลีย 
ให้ลดเย็น เพิ่มอาหารฤทธิ์ร้อน เมื่อเรากินสูตรนี้ไปสักพัก
ร่างกายเราจะเข้าสู่ภาวะร้อนเกิน
ให้ปรับมาทานอาหารฤทธิ์เย็น ลดฤทธิ์ร้อนลง
เพราะฉะนั้นเราจะต้องปรับอาหารการกิน ไป-มา ไป-มา
เพื่อให้สัมพันธ์กับร่างกาย และสภาพอากาศ ให้เกิดความสมดุล

ฟังรายละเอียดได้ที่วีดีโอด้านล่างนี้






พระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้
ในพระไตรปิฏก เล่ม 11 ข้อที่ 293 กล่างถึงที่ตั้งความเพียร 5 อย่าง
1 ใน 5 ข้อนั้น พระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ว่า เป็นผู้มีโรคน้อย มีทุกข์น้อย
ประกอบด้วย เตโชธาตุ ก็คือ ความร้อนในร่างกาย อันมีวิบากก็คือผลเสมอกัน
ไม่เย็นนัก และ ไม่ร้อนนัก เป็นอย่างกลาง ๆ ควรแก่ความเพียร
ก็แปลว่า....
พระพุทธเจ้าทรงค้นพบว่า การปรับสมดุลร้อน-เย็น จะทำให้มีโรคน้อย มีทุกข์น้อย
ส่งผลให้มีสภาพร่างกายที่สมบูรณ์พร้อมที่จะประกอบความเพียร ซึ่งก็คือร่างกายที่แข็งแรงนั่นเอง

การถอนพิษจากร่างกาย ตอน 1 โดย ดร.ใจเพชร กล้าจน หมอเขียว แพทย์วิธีธรรม

s
[ ความเห็นที่ 3]
RE : ดูแลสุขภาพ แก้ปัญหาสุขภาพ อาการเจ็บป่วย เบื้องต้นด้วยตัวเอง
โพสต์เมื่อ: วันพฤหัสบดี 31 ตุลาคม 2562  18:58 น.

ขั้นตอนการดูสุขภาพ เพิ่มกล้ามเนื้อ สไตล์ Puinasii

ขั้นที่ 1. กินหญ้าหนวดแมว 1 เม็ด วันละ 3 ครั้ง ยี่ห้อ Herbal One + แมกนีเซียม 250 mg./เช้า-เย็น เพื่อลดสารก่อนิ่วในร่างกาย บำรุงไต ปรับร่างกายให้เป็นด่าง กินติดต่อกันนานเป็นเวลา 3-4 วัน และกินข้าวไรซ์เบอรี่ / ข้าวฮางงอก กับผัดผัก และผลไม้ ให้มากขึ้น เพื่อเติมเกลือแร่ให้ร่างกาย ไม่ให้ขาด เพราะสมุนไพรขับปัสสาวะ จะทำให้เกลือแร่ในร่างกายเราต่ำลง ควรกินน้ำให้ได้วันละ 8-10 แก้ว ห้ามขาดน้ำ ถ้าไม่มีหญ้าหนวดแมวแบบเม็ดให้ทานแบบเป็นชาชงแทนได้ (หลังจากนั้นให้กินเดือนละ 1 หนพอ ทุกวันที่ 15)


ขั้นที่ 2. กินชาชงรางจืดวันละ 1 ลิตร นาน 1-2 วัน บำรุงตับ ล้างสารพิษตกค้าง + แมกนีเซียม 250 mg./เช้า-เย็น และกินข้าวไรซ์เบอรี่ กับผัดผัก และผลไม้ ให้มากขึ้น เพื่อเติมเกลือแร่ให้ร่างกาย ไม่ให้ขาด เพราะสมุนไพรขับปัสสาวะ จะทำให้เกลือแร่ในร่างกายเราต่ำลง 
ควรกินน้ำให้ได้วันละ 8-10 แก้ว ห้ามขาดน้ำ (หลังจากนั้นให้กินเดือนละ 1 หนพอ ทุกวันที่ 1)

ขั้นที่ 3. ไปอยู่ที่ฟิตเนส ให้นาน 2 ชั่วโมง เวทอะไรก็ได้ที่อยากเวท อย่าเพิ่งคาดิโอ ค่อยๆ ทำ ไม่ต้องรีบ ทำไป พักไป แต่ทำให้ครบ 2 ชั่วโมง เช่น - โหนบาร์ ช่วงแรกๆ กล้ามเนื้อไหล่ และ หลังจะขึ้นเร็ว - วิดพื้น กล้ามเนื้ออกจะขึ้นเร็ว แต่อย่าทำอย่างเดียวเยอะเกินไป เดี๋ยวกล้ามเนื้ออกกระชับตัว แล้วไหล่ห่อจะหุ่นไม่สวย ต้องทำควบคู่กับโหนบาร์ถึงจะดี - เล่นเวท Lower back สร้างกล้ามเนื้อหลัง ช่วงบั้นเอวให้กระชับ แข็งแรง เวลาก้มมากๆ ก็จะไม่ปวดเมื่อย ยกของหนักๆ ก็ปลอดภัย ฯลฯ กล้ามเนื้อส่วนนี้สำคัญมากๆ เริ่มดันหลัง หนัก 18 กก. ก่อน แล้วค่อยไปน้ำหนัก 23 กก. ค่อยๆ ทำ - เดินบนลู่วิ่ง แบบชัน 4 ความเร็ว 3.1 เพิ่มกล้ามเนื้อขา ก่อน อย่าเพิ่งวิ่ง มีกล้ามเนื้อที่ขาแล้วค่อยไปวิ่งจะเผาผลาญพลังงานได้ดีกว่า - เล่นเวทกล้ามท้อง  - ปั่นจักรยาน ช่วยให้หัวเข่าแข็งแรง และ ช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อขาด้านหน้าเหนือหัวเข่า ฯลฯ ก่อน แล้วค่อยไปวิ่ง โดย ตอนเช้าของวันที่จะไปออกกำลังกาย ให้กินอาหารเน้นโปรตีนให้มากขึ้น เช่น กินไข่ไก่ 2 ใบ ไก่ย่าง หมูย่าง(ไม่ติดมัน) ผัดผักใส่หมูให้มากขึ้น ฯลฯ และตอนไปออกกำลังกาย ให้พกน้ำมะพร้าวอ่อนสดๆ หรือ น้ำแร่ หรือน้ำธรรมดา ก็ได้ แล้วก็พกถั่วลิสงอบแบบไม่ใส่เกลือ ยี่ห้อ 7-11 ให้กินถั่วไม่เกิน 1 กำมือ กับหั่นแอปเปิ้ล ไป 1 ลูก (แช่น้ำเกลือกันดำ) หรือ จะพก ชมพู่ แตงโม ฝรั่ง องุ่นดำ/เขียว ไปก็ได้ เอาไว้กินเวลาที่ออกกำลังกายเหนื่อยและหมดแรง พักกินนิดหน่อยแล้วก็ช่วยให้ไปออกกำลังกายได้ต่ออีก 1 ยก

ขั้นที่ 4. เฉพาะในวันที่ออกกำลังกายหนัก ให้กินเวย์โปรตีน Isolate 1.5 สกู๊ป หลังจากออกกำลังกายไปแล้ว 30 นาที จะได้โปรตีน 27-40 กรัม (การกินอาหารที่มีโปรตีน ฯลฯ จะทำให้เลือดเป็นกรด ควรกินอาหารปรับด่างให้สมดุลด้วย)

ขั้นที่ 5. เฉพาะในวันที่ออกกำลังกายหนัก ให้กินมื้อเย็น เน้นโปรตีน และ ทาน ผัก ผลไม้ ให้มากๆ เช่น ทำไก่ย่าง 100-200 กรัม จะให้
โปรตีน 22-44 กรัม ย่างกับหม้ออบลมร้อน otto + ผักสลัด 1 ชามใหญ่ ราดน้ำส้มตำใส่ปลาทูน่า 1 ช้อนโต๊ะ  ถ้าวันไหนไม่ได้ออกกำลังกายหนัก และหายปวดเมื่อยกล้ามเนื้อแล้ว ให้กินอาหารธรรมดาตามปกติ อะไรก็ได้ตามปกติ เน้นแคลลอรี่ต่ำ และไม่หวาน ก็พอ

ขั้นที่ 6. ร่างกายจะเริ่มปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หรือเรียกว่า อาการ DOMS ให้ใช้ ครีม Diclogel ทาส่วนที่คาดว่าจะปวด ก่อนนอน จะทำให้นอนหลับได้สบายตัวมากขึ้น ถ้าออกกำลังกายแล้วกลับมาบ้านร่างกายไม่ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ แสดงว่าคุณออกกำลังน้อยเกินไป จะส่งผลให้กล้ามเนื้อไม่ขึ้น

ขั้นที่ 7. ให้เว้นพักผ่อนอยู่บ้าน 2-3 วัน รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นโปรตีนให้มาก เพื่อให้ร่างกายใช้โปรตีนซ่อมตัวเองก่อน และห้ามขาดผัก-ผลไม้เด็ดขาด เน้นอาหารฤทธิ์ด่างให้มาก เพราะร่างกายต้องใช้วิตตามินและเกลือแร่ ในการจัดการโปรตีน และนอนหลับให้ครบ 8-10 ชั่วโมง ถ้าอาการ DOMS ยังไม่หาย ให้กิน Whey Isolate เพิ่มไปอีก 1 แก้ว รอจนอาการ DOMS ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หายสนิทเสียก่อน แล้วค่อยไปฟิตเนสใหม่ ซ้ำอีกที อยู่นาน 2 ชั่วโมงเหมือนเดิม ทำวนซ้ำแบบนี้ไปเรื่อยๆ ก็จะค่อยมีกล้ามขึ้นเอง

ขั้นที่ 8. ตื่นเช้ามา(หลังจากกินโปรตีนหนักเมื่อวาน) ให้ทำน้ำชาดอกชบาอุ่น 75 ml. ผสมน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ มะนาว 1/2 ลูก และ ชงชาหญ้าหนวดแมว 1 แก้ว ทาน เพื่อ ลดกรดยูริค และลดสารก่อนิ่ว ในร่างกาย ช่วย ปรับร่างกายให้เป็นด่าง เพราะการทานอาหารประเภทโปรตีนมากๆ จะทำให้เลือดเป็นกรด การออกกำลังกายอย่างหนักจะทำให้ร่างกายเกิดสารอนุมูลอิสระเป็นจำนวน ควรเลือกกินผัก ผลไม้ อาหาร ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงๆ เช่น Grape Seed, ข้าวไรซ์เบอรี่, ข้างฮางงอก, ถั่งเช่า Hapnes, น้ำมะพร้าวอ่อนสดๆ ไม่ผสมน้ำตาล, แตงโม, แอปเปิ้ล, องุ่น, กีวี, ผักกาดคอส, ผักกาดแก้ว, ขมิ้นชัน ฯลฯ จะช่วยป้องกันหน้าเหี่ยว หน้าแก่ และช่วยให้ร่างกายหายจากอาการ DOMS ได้


สูตรกาแฟดำ กินคู่กับขนม Oat Choco อย่ากินตอนท้องว่าง เพราะว่ากาแฟเป็นอาหารฤทธิ์กรด
     - น้ำร้อน 75 ml. + กาแฟ espresso ยี่ห้อ Bon Aroma 1 ช้อนชา + น้ำตาลโตนดแท้ๆ 1/2 ช้อนโต๊ะ + ผงโกโก้ ชนิดสีเข้ม ยี่ห้อทิวลิป 1/2 ช้อนชา


s
[ ความเห็นที่ 4]
RE : ดูแลสุขภาพ แก้ปัญหาสุขภาพ อาการเจ็บป่วย เบื้องต้นด้วยตัวเอง
โพสต์เมื่อ: วันอาทิตย์ 22 ธันวาคม 2562  13:05 น.

สำรอง 22/12/2562

(เขียนจากประสบการณ์ตัวเอง โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)


บำรุงไต

หญ้าหนวดแมว - บำรุงไต ควรกินเฉพาะหลังอาหารเพราะมีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด ไม่ควรกินครั้งละมากๆ อาจทำให้น้ำตาลลดต่ำมากเกิดอาการใจสั่นเพราะหิวได้ ช่วยขับกรดยูริค สาเหตุของโรคเกาต์ นิ่ว ขับปัสสาวะ ลดสภาวะเลือดเป็นกรด มีฤทธิ์ยับยั้งการก่อตัวของนิ่ว ช่วยขับนิ่วในไต ควรกินคู่กับแมกนีเซียม ซึ่งเป็นสารอีกตัวที่ช่วยยับยั้งการก่อตัวของนิ่วได้ ลดข้ออักเสบ เจ็บข้อต่อ เจ็บบั้นเอวด้านหลัง(ไตอักเสบ) หากกรดยูริคในเลือดมาก กรดยูริคจะจับตัวเป็นผลึกในเลือด เมื่อเจอกับอากาศเย็น ทำให้เลือดไม่เดิน เลือดไหลเวียนไม่สะดวก **ผู้ป่วยโรคหัวใจห้ามรับประทาน ห้ามกินคู่กับยาต้านความซึมเศร้า ห้ามกินคู่กับยาแอสไพริน ผู้ป่วยโรคไตเสื่อมควรระวังปริมาณในการกินให้มากๆ ควรกินในครั้งละน้อยๆ เพราะในหญ้าหนวดแมวมีโพแทสเซียมสูง หากทานโพแทสเซียมเกิน ไตจะต้องทำหน้าที่ขับออก หากไตไม่แข็งแรง อาจทำให้ไตขับออกไม่ทันได้ ควรระมัดระวังในการกิน

* การอบซาวน่า หรือ ยาหรืออาหารขับปัสสาวะ ไม่ควรรับประทานบ่อย เพราะเมื่อร่างกายมีการขับน้ำทางปัสสาวะ หรือสูญเสียเหงื่อ จากการซาวน่า อบสมุนไพร หรือออกกำลังกาย จะทำให้ร่างกายสูญเสียวิตามินและเกลือแร่ที่ดีๆ เช่น แมกนีเซียม ฯลฯ ในร่างกายไปด้วย ดังนั้นเมื่อมีการทานยาหรืออาหาร สมุนไพร เพื่อขับปัสสาวะ หรือมีการสูญเสียน้ำ หรือ เหงื่อ จึงควรรับประทานวิตามินรวม หรือ ผัก-ผลไม้ตามให้มาก ๆ เพื่อให้ร่างกายเสียความสมดุล


แมกนีเซียม - ช่วยสังเคราะห์โปรตีน ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อ ยับยั้งการก่อตัวของนิ่วในไต หากขาดแมกนีเซียมเป็นเวลานาน จะมีอาการ ตะคริว กล้ามเนื้อตึง หลังตื่นนอนขาแข็ง แขนแข็ง ท้องแข็ง-ตึง ไม่ยืดหยุ่น หด-เกร็งค้าง กล้ามเนื้อที่หัวตึงแข็ง ปวดหัวไมเกรน โรคปลอกประสามเสื่อมแข็ง มักเห็นอาการชัดๆ ในเวลาหลังตื่นนอน คนที่
กินยาขับปัสสาวะ หรือมีการขับเหงื่อ อาจขาดได้ ร่างกายต้องการวันละ 250-500 มก. ไม่ควรกินหลังอาหารเพราะจะลดกรดในกระเพาะอาหาร อัตราที่เหมาะสม แคลเซียม:แมกนีเซียม คือ 2:1 ควรทานให้สมดุลกัน ถ้ากินแคลเซีผยมมากเกินไปจะทำให้ไปขัดขวางการดูดซีมแมกนีเซียมได้ ควรวัดเช็คมวลกระดูกก่อนกินแคลเซียม และห้ามกินน้ำอัดลมเพราะมีฟอสฟอรัสสูง จะไปขัดขวางการดูดซึมแมกนีเซียมได้ แมกนีเซียมช่วยควบคุมอุณภูมิในร่างกายให้สมดุล บำรุงกระดูก ช่วยควบคุมความดันให้ปกติ และ ลดอาการชาตามปลายประสาทได้อีกด้วย ถ้ากินคู่กับวิตามินบีรวมจะช่วยลดสารสื่อประสาทได้ จะทำให้สมาธินิ่งขึ้น ลดความเครียด หลับได้ดีขึ้น หากกินมากเกินไปจะมีผลข้างเคียงต่างๆ เช่น หัวใจเต้นผิดปกติ ความดันตกลง สับสน หายใจช้าลง ฯลฯ

ออกซาเลต - สาร Oxalates มีมากใน ช๊อคโกแลต โกโก้ ผักปวยเล้ง ผักโขม ใบชะพลู มันเทศ ถั่วต่างๆ ผักแพรว คะน้า ฯลฯ ผักเหล่านี้มีประโยชน์ แต่ไม่ควรกินมากเกินไป ควรกินแต่พอดี และควรกินหมุนเวียนกันไป สารออกซาเลต เป็นสารตกตะกอน ถ้ามีมากๆ มักจะจับตัวกันจนกลายเป็นนิ่วในไตได้ ทำให้ปวดบั้นเอวด้านหลัง(ไต) สารยับยั้งการก่อตัวของนิ่ว ได้แก่ ซิเตรท Citrate โพแทสเซียม แมกนีเซียม โดยสารเหล่านี้จะไปแย่งจับกับสารก่อนิ่ว เช่น ซิเทรตจับกับแคลเซียม หรือแมกนีเซียมจับกับออกซาเลต ฯลฯ ทำให้เกิดเป็นสารที่ละลายน้ำได้ดี และขับออกไปพร้อมกับน้ำปัสสาวะ ทำให้ปริมาณสารก่อนิ่วในปัสสาวะลดลงและไม่สามารถรวมตัวกันเป็นผลึกนิ่วได้ การกินอาหารกลุ่มโปรตีนมากจะไปลดระดับซิเตรท Citrate ลง เพราะการกินโปรตีนจะเพิ่มกรดยูริคในเลือด ทำให้ร่างกายต้องใช้ซิเตรทเพิ่มมากขึ้น มีงานวิจัย การดื่มน้ำมะนาวเหลืองจะช่วยเพิ่มระดับ Citrate ในปัสสาวะได้ แบะควร ลดการกินอาหารเค็มที่มีโซเดียมสูง กินเกลือไม่เกิน 1 ช้อนชาต่อวัน หรือ กินน้ำไม่เกิน 4-5 ช้อนโต๊ะต่อวัน ฟอสเฟสมีมากในน้ำอัดลม ควรหยุดกิน วิธียับยั้งการก่อนิ่ว จากประสบการส่วนตัว ทาน หญ้าหนวดแมว 1 แคปซูล + แมกนีเซียม 250 mg. (เช้า-เย็น) จะช่วยลดการกระตุ้นการเกิดนิ่วได้ ลิงค์   
https://med.mahidol.ac.th/ramachannel/old/index.php/knowforhealth-20140921-4/

สารก่อนิ่ว ได้แก่ แคลเซียม ออกซาเลต(เช่น ผักโขม ผักใบเขียว ใบชะพลู ถั่วอัลมอนด์ ฯลฯ) ยูเรต ยูริค (จากการทานโปรตีน) ฟอสเฟส (มีมากในน้ำอัดลม) เมื่อจับคู่ก่อตัวกันแล้วจะกลายเป็นนิ่วหลายแบบ เช่น นิ่วแคลเซียมออกซาเลต นิ่วแคลเซียมฟอสเฟส(พบมากอันดับ1) นิ่วยูเรต หรือ นิ่วยูริค(พบมากอันดับ2) ฯลฯ

น้ำมะนาว น้ำผึ้ง - มะนาว 1/2 ลูก + น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ + น้ำร้อน 1/3 แก้ว คนให้เข้ากัน ทานตอนเช้าๆ ในมะมาว มี ซิเตรท Citrate ช่วยลดกรดยูริคในเลือด อันเป็นสาเหตุของโรคเกาต์ และก้อนนิ่ว ควรผสมกับน้ำผึ้ง เพราะมะนาว มีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด หากกินตอนเช้าๆ ท้องว่าง อาจทำให้ร่างกายเจอสภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำเกินไป ก็จะไม่ดีต่อสุขภาพอีก และมะนาวมีฤทธิ์เย็น ทานติดต่อกันนานๆ หลายๆวัน อาจทำให้ร่างกายเข้าสู่ภาวะเย็นเกิน ดังนั้นควร ทานบ้าง เว้นบ้าง อย่างสม่ำเสมอ หรือทานอาทิตย์ ละ 1-3 ครั้ง จะดีกว่า

-----------------------------

บำรุงตับ

ชารางจืด - บำรุงตับ เป็นพืชพิเศษที่มีสารกลูต้าไธโอนที่ทำให้ตับขับสารพิษได้ดี ล้างพิษ ปรับเลือดให้เป็นด่าง แก้ท้องเสีย บิด ปวดท้อง บำรุงตับ ลดบวม แก้ร้อนใน ฯลฯ ยี่ห้อ เฮอร์บัลวัน กินดีสุด ยี่ห้อนี้มีทั้งแบบชาชง และ แบบแคปซูลเป็นเม็ดให้เลือกกิน ไม่ควรรับประทานติดต่อกันเป็นเวลานานๆ / วิธีปรับสมดุลร่างกาย ให้หยุดกิน ยาเคมี ยาสมุนไพร อาหารเสริม วิตามิน ทุกอย่าง เน้นกินอาหารประเภท ผัก-ผลไม้ และ โปรตีน(เนื้อ นม ไข่ ถั่ว เห็ด) แล้วชงรางจืด 1 ซอง ต่อน้ำ 1 ลิตร (ยี่ห้อ Herbal One) ใส่กระปุกเก็บความร้อน Zojirushi เทกิน บ่อยๆ ตลอดวัน

กะหล่ำปลี - ช่วยเพิ่มกลูต้าไธโอนให้กับตับ ช่วยล้างสารพิษและสารเคมีจากยาที่สะสมในตับได้

กระเทียม - ช่วยกระตุ้นให้ตับผลิตเอมไซม์ตัวที่ช่วยขับสารพิษออกไป และกระเทียมยังมีสารอัลลิซินและซีลีเนียม ช่วยดีท็อกซ์พิษตับออกไปอย่างเป็นธรรมชาติ

ขมิ้นชัน - ให้ฤทธิ์ร้อน บำรุงตับโดยตรง ช่วยขับพิษที่มีสะสมในตับ ล้างสารพิษออกจากตับ ช่วยฟื้นฟูตับ ช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหาร ลดอาหารจุกเสียดแน่นท้อง ลดอาการอักเสบ

ขิง - น้ำขิง 100% ตรา จินเจน สูตรไม่ใส่น้ำตาล กล่องสีฟ้า ช่วยลดน้ำตาลในเลือด ลดไขมันในเส้นเลือด ขิงมีสารเคมีที่จะเข้าไปกระตุ้นเอนไซม์กลูตาไธโน-เอส-ทรานสเฟอรเรส ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่จะช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ต้นตอของมะเร็งตับ และมะเร็งอื่นๆ เป็นพืชที่อุดมไปด้วยวิตามินมากมาย ให้ฤทธิ์ร้อน

ลูกใต้ใบ - บำรุงตับ แก้ปัญหาอักเสบ เช่น ลำไส้อักเสบ กรวยไตอักเสบ(ปวดเอว) ฯลฯ ลดไข้ ให้ฤทธิ์เย็น ควรกินคู่สมุนไพร หรืออาหารฤทธิ์ร้อน เพื่อรักษาควรสมดุลให้ร่างกาย

อาร์ติโชค Artichoke - บำรุงตับ ฟื้นฟูตับ ให้ทำงานปกติ ลดการอักเสบ ลดไขมัน ลดอาการไขมันพอกตับ ลดคลอเลสเตอรอล

ถั่งเช่า Hapnes - มีเห็ด 3 อย่าง ได้แก เห็ดถั่งเช่า เห็ดหลินจือ และเห็ดไมตาเกะ ปลอดสารพิษ เพราะปลูกในห้องแล็ป ทานเป็นยาอายุวัฒนะ กินบำรุงร่างกาย ให้ฤทธิ์เย็นกลางเห็ดหลินจือ ดีต่อตับ เนื่องจากมีสารในกลุ่ม Polysaccharide ที่ช่วยให้การทำงานของตับดีขึ้น ต้านสารพิษที่มาลายตับ ช่วยลดค่าตับได้ดี และเห็ดถั่งเช่า ก็ช่วยบำรุงตับด้วยเช่นกัน

ชาเขียว - บำรุงตับ มีสารต้านอนุมูลอิสระดีเยี่ยม ช่วยป้องกันมะเร็งตับได้เป็นอย่างดี ช่วยลดการสะสมของไขมันในตับ อันนำไปสู่โรคไขมันพอกตับ ซึ่งเป็นที่มาของโรคตับแข็งและมะเร็งตับได้

ถั่วเหลือง - น้ำเต้าหู้ อุดมไปด้วยโปรตีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส ที่จำเป็นในการทำงานและสร้างเยื่อหุ้มเซลล์ และช่วยในการสร้างน้ำดีของตับเพื่อทำการขับสารเคมีออกจากร่างกาย

ชาดอกคำฝอย(ชาร้อน) - บำรุงตับ ในคนที่ตับไม่ดี ป้องกันโรคดีซ่าน รวมถึงแก้อาการคนตัวเหลืองในคนที่ตัวบวม ไตไม่ดี ช่วยลดคลอเลสเตอรอลในเลือด บำรุงหัวใจ ลดน้ำตาลในเลือด ส่วนน้ำอุ่น(ร้อน) ช่วยชะล้างเมือกมันออกจากร่างกาย เป็นยาระบายอ่อนๆ แก้หวัด น้ำมูกไหล แก้ไข้ ขับเสมหะ ช่วยให้สมองผ่อนคลาย หลับง่ายขึ้น ให้ล้างซองชาในน้ำอุ่นร้อน 1 แก้วทิ้งก่อน แล้วค่อยกินน้ำที่ 2 จะทำให้รสชาติดีทานง่าย 1 ซองชงน้ำได้ 2 แก้ว ห่อละ 45 บาท มี 15 ซองชาเล็ก ซื้อที่บิ๊กซี ตราด๊อกเตอร์กรีน ช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือน ช่วยเพิ่มเลือดประจำเดือน เหมาะสำหรับคนที่ต้องที่มีประจำเดือนมาน้อยเกินไป ชาดอกคำฝอยให้ฤทธิ์ร้อน สามารถชงร่วมกับดอกเก๊กฮวย(ให้ฤทธิ์เย็น) เพื่อสร้างสมดุลความเป็นกลางให้ร่างกาย ไม่ควรกินติดต่อกันเป็นเวลานาน (อย่ากินบ่อยเกินไป)


ตรีผลา - ประกอบด้วย มะขามป้อม สมอพิเภก สมอไทย เรียกว่า ไตรโทษะ บำรุง ธาตุลม ธาตุไฟ ธาตุดิน และ ธาตุน้ำ มี 3 สูตร สูตรปรับสมดุลธาตุ ลดน้ำตาลในเลือด ลดความดัน บำรุงเลือด สูตรอายุวัฒนะ บำรุงร่างกาย บำรุงผิวพรรณ สูตรล้างพิษ ต้านสรรพโรค ช่วยขจัดสารพิษตกค้าง ป้องกันไขมันพอกตับ ล้างเมือกมันในลำไส้ ดูแลองค์รวมในร่างกายให้สมดุล

----------------------------

แคลเซียม วันละ 1,000 mg.
 - แก้อาการ นอนไม่หลับ หลับยาก ขี้หงุดหงิด จิตตก สมองไม่ร่าเริง แจ่มใส ช่วยปรับเลือดให้เป็นด่างมากขึ้น ลดกรดยูริคในเลือด เจ็บเข่า เจ็บข้อ ผิวหน้าแห้งกร้าน เสริมกระดูกให้แข็งแรง ฯลฯ แคลเซียมแอลทรีโอเนต(จากพืชดีที่สุด) ควรแบ่งกินครั้งละ 500 mg. เพราะร่างกายจะดูดซึมได้แค่ครั้งละ 500 mg. เท่านั้น กินมากไป จะเกิน.. และควรกินคู่กับแมกนีเซียม เพื่อรักษาความสมดุลในร่างกาย เช่น ยี่ห้อ 21 century เป็นต้น ถ้าต้องการบำรุงผิว ให้กินแคลเซียม คู่กับ ไฮยาลูรอน daiso เมื่อบริโภคมากเกินไป จะมีอาการแคลเซียมเกิน เช่น เวลานอนมีอาการ ขา-แขนชาๆ ซ่าส์ๆ ขาชาๆ ซ่าส์ๆ เย็น คล้ายๆ เลือดไม่ไหลเวียน ฯลฯ

GABA 500 mg. ยี่ห้อ daiso - มีฤทธิ์เย็น กินก่อนนอนเท่านั้น นานๆ กินที อย่ากินบ่อย ช่วยให้ง่วง แก้ปัญหา นอนไม่หลับ สมองฟุ้งซ่าน สมาธิไม่นิ่ง ช่วยให้สมองคลายเครียด คลายความกังวล นอนหลับได้ลึกมากกว่าปกติ ทำให้ร่างกายได้ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ตื่นมาแล้วจะสดชื่นเหมือนได้ชาร์จแบตให้ชีวิต ฯลฯ หรือกินข้าวกล้อง หรือ ข้าวกล้องงอก ก็จะมีสาร Gaba เช่นกัน

สวนรถไฟ - ออกกำลังกายที่สวนรถไฟบ่อยๆ มีแท่นยืดเส้นขา มีที่เวทกล้ามเนื้อให้ 4 จุดฟรี โหนบาร์ กล้ามเนื้อจะขึ้นเร็วมาก และมีฟิตเนตแบบห้องแอร์ ใกล้ๆ กับลานแอโรบิค ค่าสมัครสมาชิกปีละ 40 บาทเท่านั้น ปั่นจักรยาน 1 รอบสวนรถไฟ ได้ 3 กม. ปั่น 5 รอบได้ 15 กม. เพิ่มกล้ามเนื้อขา ค่าเช่าจักรยานคันละ 30 บาท/วัน ค่าจอดรถในสวน 20 บาท นำไปบำรุงสวน มีโซนเลี้ยงปลา ซื้ออาหารไปปลาแบบกินพืชไปเลี้ยง กก.ละ 24 บาท ให้เป็นสิริมงคลกับชีวิต หาซื้อใน shopee

ครีม Diclogel - ทาผิวหนังทั่วร่างกาย ก่อนนอน ลดการอักเสบของกล้ามเนื้อ ลดอาการปวด หลังจากออกกำลังที่สวนรถไฟ และควรบริโภคโปรตีน ผัก-ผลไม้ ให้มากพอ จะทำให้ร่างกายหายปวดกล้ามเนื้อได้เร็วขึ้น ข้อดี คือ กลิ่นไม่ฉุนมาก

วิตามินซี C - ยี่ห้อ DHC เป็นวิตามินพื้นฐาน ที่ช่วยให้ร่างกายดูซึมสารอาหารได้ดีขึ้น เช่น แคลเซียม ฯลฯ และช่วยบำรุงผิวพรรณให้สดใส ผิวทนแดด ช่วยลดกรดยูริคในเลือดอันเป็นสาเหตุของโรคเกาต์ ทำให้หลอดเลือดแข็งแรง ไม่แตกเปราะง่าย ช่วยลดความเสี่ยงต่อเส้นเลือดในสมองแตกได้

ไฮยาลูรอน - ยี่ห้อ daiso บำรุงผิวให้นุ่มลื่น เพิ่มน้ำให้ผิว และ เพิ่มน้ำในข้อต่อ กินคู่กับแคลเซียม จะเห็นผลได้ชัด และในร่างกายไม่ควรมีเมือกมัน(โปรดสังเกตร่างกายตัวเอง) ถ้ามีควรกินน้ำอุ่น ล้างออก

น้ำมันปลา Fish Oil - มีโอเมเก้า 3 บำรุงสมอง แต่ก็มีน้ำมันมาก กินมาก ๆ ระวังเป็นสิว ควรนานๆ กินที...

น้ำมันคาโนล่า - มีโอเมก้า 3 บำรุงสมอง กินวันละ 1-2 ช้อนโต๊ะพอ เอาไว้ทำอาหาร ผัดกับข้าว ฯลฯ

ผงโกโก้ - ยี่ห้อทิวลิป ชนิดสีเข้ม อย่ากินในปริมาณเกินไป กินแต่พอดี จะมีประโยชน์มากมาย บำรุงสมอง ฯลฯ สูตร น้ำโกโก้ บำรุงสมอง นำผงโกโก้ 1 ช้อนโต๊ะ + มาชงใส่น้ำร้อน 30 ml. + น้ำมันคาโนล่า 1/2 ช้อนโต๊ะ + เนยเค็มอะลาวรี่  ปลายช้อน คนให้ละลาย แล้วเติมน้ำแข็ง 3 ก้อน ปรับให้น้ำเย็นลง แล้วเติม Whey Isolate 1 สกู๊ป คนให้ละลาย แล้วทานตอนเช้าๆ หลังจากขับถ่ายเรียบร้อยแล้วก่อน จะทำให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ดี ข้อควรระวัง โกโก้นั้นมีพิวรีนสูง ส่งผลให้เกิดกรดยูริคในเลือด ควรเว้นการทานบ้าง เพื่อให้เวลาร่างกายได้ขับของเสียออกไปทัน

ชาเขียว กาแฟ โกโก้ - แบบ No add ไม่เติมอะไรเลย ควรกินเพียวๆ เลย ควรกินก่อนออกกำลังกายจะทำเผาผลาญดี หรือกินเพื่อต้องการความกระปรี้กระเปร่า และ ไม่ควรกินติดต่อกันทุกวัน ให้กินบ้างเว้นบ้าง จะให้ผลดีกับร่างกาย การกินซ้ำๆ ติดต่อกัน จะทำให้ร่างกายชินต่อสารกระตุ้น(อาจทำให้ติดได้ เมื่อไม่ได้กินแล้วจะปวดหัว) กินแล้วมักไม่ได้ผล กินแล้วต้องกินเพิ่มถึงจะรู้สึกมีผลต่อร่างกาย เผาพลาญไม่ได้ดีเท่ากับวันแรกๆ ที่กิน และไม่ควรกินครั้งละมากๆ ควรกินแค่ครั้งละไม่เกินครึ่งแก้วพอ กินแต่พอดี


Whey Isolate - เวย์ โปรตีนเข้มข้น ไขมันต่ำ ไม่มีน้ำตาลแลคโตส กินในวันที่ไม่ค่อยมีเรี่ยวแรง เช่น ป่วย ต้องการฟื้นฟู บำรุงร่างกาย ต้องการซ่อมแซมร่างกาย จะช่วยให้มีแรงมากขึ้น และอาการเหนื่อยง่ายจะน้อยลง อยู่ท้อง..แก้ปัญหาหิวบ่อย ฯลฯ หากช่วงไหนกินโปรตีนมากกว่าปกติ ต้องกินน้ำมากๆ วันละ 6-8 แก้ว และ ควรกินผักใบเขียว ผัก-ผลไม้ ให้มากขึ้น เพื่อเพิ่ม วิตามิน เกลือแร่ ทำให้ร่างกาย การทานในปริมาณที่มากเกินไปอาจทำให้เกิดภาวะ โปรตีน ไม่สมดุล กับแคลเซียมและแมกนีเซียมในร่างกาย ทำให้ร่างกายเสียสมดุลได้ ข้อควรระวัง สารพิวรินเกิดจากการสลายโปรตีนของร่างกาย จากสารพิวรินจะกลายเป็นกรดยูริก สรุปกรดยูริคคือของเสียของสารพิวรีน ร่างกายต้องกำจัดกรดยูริคออก ถ้าร่างกายกำจัดไม่ทัน ระวังเลือดเป็นกรด เมื่อกรดยูริคในเลือดเพิ่มสูงขึ้นเป็นเวลานาน จะส่งผลให้ตกผลึกจับตัวกันเป็นของแข็ง แทรกอยู่ในช่องว่างระหว่างข้อต่อและกระดูก ทำให้เกิดอาการปวดร้าวตามข้อกระดูกต่างๆ หรือเรียกว่าโรคเกาต์

นมวัว - มีเคซีนโปรตีน ช่วยรักษาสมดุลของโปรตีนในร่างกาย และส่งผลให้อัตราการสลายโปรตีนในร่างกายตามธรรมชาติจะลดลงในระยะยาว จึงทำให้ระดับกรดอะมิโนเพิ่มขึ้นในเลือดช้ากว่า แต่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานกว่า Whey โดยจะทำให้อัตราการสลายโปรตีนในร่างกายตามธรรมชาติจะลดลง โดยในนมวัวจะมีส่วนประกอบของ whey และ เคซีน ในอัตรา 20:80 การกินนมวัวให้ได้โปรตีน 20 กรัม มีประสิทธิภาพฟื้นฟูกล้ามเนื้อได้ไม่ต่างจาก whey / เคซีนโปรตีนในนมวัว ช่วยลดกรดยูริค อันเป็นสาเหตุของโรคเกาต์ได้ ดื่มนมวันละ 1 แก้ว

น้ำเก็กฮวย - ช่วยกำจัดสารพิษ บำรุง ตับ ไต บำรุงตา บำรุงโลหิต ให้ฤทธิ์เย็น แก้ร้อนใน ดับพิษร้อน เคล็ดลับ ในการต้มน้ำเก็กฮวย ให้ แช่ดอกเก็กฮวยในน้ำร้อนจัดนานแค่ 3 นาทีพอ ส่วนเม็ดเก็กฮวยแช่นานแค่ 2 นาทีพอ จับเวลาได้เลย แช่นานกว่านี้รสชาติจะเพี้ยน

ซอมป่อยใหม่ - หาซื้อได้ตามร้านเซเว่น บางสาขา ขวดละ 16 บาท กินครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะ ก่อนอาหาร วันละ 3 ครั้ง หรือกินเฉพาะเวลาที่มีอาการ ช่วย แก้เสมหะติดลำคอ นอนไอจากเสมหะที่ติดในคอ หรือ ปอด ช่วยบำรุงปอดให้แข็งแรง

อบตัวด้วยสมุนไพร - ซื้อกระโจมผ้ามาอบ จะสะอาดที่สุดเพราะถอดซักได้ หรือประคบร้อน ด้วยแผ่น Exeter Thermo Pad ความร้อนจะช่วยให้หลอดเลือดขยายตัว และทำให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้นมากกว่าเดิม เลือดเป็นตัวกลางสำคัญในการลำเลียงแร่ธาตุ สารอาหาร และออกซิเจน ไปเลี้ยงเซลล์ในอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย หากบริเวณใดที่เส้นเลือดตีบ หรือมีคอลเลสเตอรอล ไปอุด ทำให้เลือดไปไม่ถึง จะทำให้อวัยวะส่วนนั้นขาดแร่ธาตุ สารอาหาร และ ออกซิเจน จนกระทั่งเซลล์นั้นเสื่อมสภาพและตายลงไป หากไม่ได้ประคบร้อนหรืออบซาวน่าร้อนๆ ก็ควรออกกำลังกายเพื่อให้เลือดได้มีการสูบฉีดไปทั่วร่างกาย ก็จะทำให้ร่างกายของเราแข็งแรง ความร้อนจะช่วยขับของเสียออกมาทางเหงื่อ เช่น กรดยูริค ฯลฯ ระหว่างอบสมุนไพรร้อนๆ อาจทำให้สูญเสียเกลือแร่ไปด้วย ควรรับประทานผัก-ผลไม้ และ น้ำ ตามมากๆ ไม่ควรอบทุกวัน จะทำให้ร่างกายเสียเกลือแร่มากเกินไป สูตรสมุนไพรอบตัว ใช้พืชอะไรก็ได้ ที่หาได้ไม่ยาก เช่น คึ่นไช่ หอมแดง(นิดเดียวพอ) ตะไคร้ ใบมะกรูด ผิวมะกรูด ใบเตย ใบมะขาม ขมิ้นชัน ไพล ว่านนางคำ กระเพราแดง ใบส้มป่อย เปลือกส้มโอ ใบบัวบก ย่านาง โหระพา สาระแหน่ เป็นต้น


ชาข้าวโพดม่วง , ชาหนวดข้าวโพด - ของเกาหลี บำรุงไต ลดอาการปวดบั้นเอว ด้านหลัง(เนื่องจากไตทำงานหนัก จากการกินเค็ม เกลือมากเกินไป) ช่วยลดโซเดียมในเลือด ลดอาการบวม ลดขาบวม ลดตัวบวม โซเดียมเกินในบางครั้งอาจมีสิวใต้คางแถวแนวกรามร่วมด้วย

ข้าวโพดม่วง - กินแบบต้ม 1 ฝัก มีสารแอนโทไซยานินจากสีม่วง ต้านอนุมูลอิสระสูง หรือซื้อจากห้างแบบดิบเป็นฝัก นำมาปอกเปลือก ล้างให้สะอาด แล้วหั่นเป็นชิ้นหนา 1 นิ้ว เก็บใส่ถุงเข้าตู้เย็นแช่แข็ง ช่องฟรีส เก็บไว้ใส่ต้มน้ำซุป หรือ นำข้าวโพดม่วง 1 ชิ้น + แครอท 3 ชิ้น มาต้มน้ำ 1 ลิตร ปิดฝาหม้อ ใช้ไฟกลางๆ นาน 30-45 นาทีขึ้นไป กรองเอาแต่น้ำร้อน เก็บใส่กระบอกเก็บความร้อน Zojirushi ได้นาน 15 ช.ม. จะได้ชาน้ำข้าวโพดม่วงแบบสดๆ ทานในช่วงที่รู้สึกว่าช่วงนี้กินเค็ม กินเกลือ บ่อยมากเกินไป เพื่อล้างเค็มเกลือ โซเดียมในร่างกาย บำรุงไต

โอวัลติน ซอย งาดำ - 1 ซองมีน้ำตาล 9 กรัม ควรกินในตอนเช้า เพราะมีน้ำตาล ซูโครส ค่อนข้างมาก ให้โปรตีน และกรดอะมิโนมากมาย บำรุงร่างกาย เวลาชง ให้ชงกับน้ำข้าวโพดม่วง-แครอท จะทำให้ได้สารอาหารมากขึ้น หรือหันไปทานนมถั่วเหลืองของยี่ห้อ ดอยคำ เลย จะไม่มีน้ำตาลผสม

น้ำมันตับปลา - แก้ปัญหา หน้าแห้งกร้าน อักเสบ เช่น สิวอักเสบ เพราะมีวิตามินเอ และ อี ฯลฯ แต่อย่ากินบ่อยมาก ระวังวิตามิน เอ อี สะสม...มากเกินไป

ยาคูลล์ - มีโปรไบโอติกส์ 1 สายพันธ์ ชื่อว่า แลคโตบาซิลัส คาเซอิ ชิโรต้า ช่วยดูแลลำไส้ และระบบย่อย ระบบขับถ่ายของเราให้สมดุลเป็นปกติ ท้องไม่ผูก กินหลังตื่นนอนตอนเช้า(ท้องว่าง) จะช่วยให้ถ่ายภายใน 30 นาที ถ้าไม่ถ่ายให้กินลูกพรุน 5 รสเข้าไปอีก 1-2 เม็ด จะทำให้ถ่ายได้ ให้ฤทธิ์เย็น

นมเปรี้ยว ดัชมิลล์ กล่องเขียว - กินหลังตื่นนอน(ท้องว่าง) ทันที จะรู้สึกอยากถ่ายภายใน 30 นาที จะช่วยแก้ปัญหาท้องผูก ทำให้ถ่ายง่าย ถ่ายสะดวก สุขภาพดีต้องห้ามปล่อยให้ท้องผูกเด็ดขาด ให้ฤทธิ์เย็น ข้อควรรู้ นมเปรี้ยวหรือยาคูลล์ เป็นอาหารที่มีความเป็นกรด อาจทำให้เลือดเป็นกรด ผู้ที่มีกรดยูริคในเลือดสูง ควรหลีกเลี่ยง..

Probiotics โปรไบโอติกส์ - กิน ยี่ห้อ Life Space ออสเตรเลีย ดีที่สุด แก้ปัญหาท้องผูก ท้องอืด ไม่ย่อย ย่อยยาก จุก กรดไหลย้อน กลิ่นตัวเหม็น กลิ่นลมหายใจเหม็น ฯลฯ แต่ระวังว่า อย่ากินติดต่อมากเกินไป.. ควรกินหลังอาหาร จะช่วยให้ย่อยอาหารได้ดี จากประสบการณ์ส่วนตัว ควรกินแต่พอดี ไม่กินติดต่อกันนานๆ หรือกินมากเกินไป เพราะร่างกายต้องการความสมดุล ในบางคนมีภาวะเลือดเป็นกรดอยู่แล้ว เมื่อกินมากๆ เกินไปจะทำให้ มีอาการ แขนชา ขาชา หน้าแห้งกร้าน ฯลฯ เป็นต้น

สมูทตี้ปั่นผลไม้รวม - องค์การอนามัยโลกประกาศ ควรกินผัก-ผลไม้ให้ได้วันละ 400 กรัม หรือ 4 ขีด บำรุงร่างกายให้สมดุล ห้ามท้องผูก เด็ดขาด / สูตร - แอปเปิ้ลเขียว ฟูจิพลัม เปลือกแตงโมสีขาว มะม่วงหาวมะนาวโห่ สับปะรด ดอกชมจันทร์ สตอเบอรี่ แครนเบอรี่อบแห้ง มะขามป้อม ลูกพลับ เมล่อน น้ำแอปเปิ้ลทิปโก้ น้ำผึ้งป่า มะนาว เกลือหิมาลัยสีชมพู1หยิบมือนิดเดียวพอ เมจิโยเกิร์ตให้ทำเอง (วิธีเก็บ ผลไม้ทุกอย่าง เก็บแช่แข็งช่องฟรีสให้หมด ยกเว้น แอปเปิ้ล และ ฟูจิพลัม)

น้ำผลไม้คั้น สกัดเย็น - กินในวันที่อยากบำรุงตา หรือ วันที่ร่างกายต้องการวิตามินบำรุงร่างกายมากๆ / สูตร แครอท 2 หัว - มะเขือเทศ 2 ลูก - องุ่นแดง 20 ลูก (แครอทกับมะเขือเทศหั่นแล้วใส่ไมโครเวฟ โดนความร้อน ไฟ 700 วัตต์ นาน 2 นาที จะมีสารอาหารเพิ่มขึ้น)

สาหร่ายทะเลย่าง ตราเทบารุ - นำเข้าจากเกาหลี รสชาติดี กรอบ ไม่ปรุงแต่งรส รสธรรมชาติ ห่อละ 50 แผ่น กินวันละ 1-2 แผ่น อันละ 165 บาท ซื้อที่แม็คโคร

วิตามินรวม - ลดอาการ ปวดท้องประจำเดือน ปวดกล้ามเนื้อขา ตอนมีประจำเดือน ควรกินในวันที่กินโปรตีนมากๆ แล้วไม่ได้กินผัก-สมุนไพร

Bio Vital - ของอ้วยอันโอสถ สารสกัดจากต้นอ่อนข้าวสาลี มีวิตามินและสารอาหารบำรุงร่างกายที่หลากหลาย มากมาย ควรกินในวันที่ไม่ค่อยได้กินผัก-ผลไม้ หรือกินบำรุงร่างกาย ให้ฤทธิ์ร้อน ควรทานคู่กับสมุนไพรฤทธิ์เย็นเพื่อสร้างความสมดุล

ใบบัวบก - ให้ฤทธิ์เย็นมาก ช่วยลดความดันโลหิต บรรเทาอาการอักเสบ เพิ่มความแข็งแรงให้หลอดเลือด ช่วยลดอาการเส้นเลือดขอด ช่วยสมานแผลให้หายเร็วขึ้น ช่วยให้เหมาะสำหรับแผลผู้ป่วยเบาหวาน ช่วยลดอาการซึมเศร้า คนท้องไม่ควรรับประทาน ไม่ควรกินต่อต่อกันมากเกินไป จะส่งผลเสียต่อตับ

ปัญจขันธ์ (เจียวกู่หลาน) - มีงานวิจัยมากมาย ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และ ความดันโลหิตให้ปกติ ให้ฤทธิ์เย็นกลาง

สารสกัดจากเมล็ดฟักทอง - มีวิตามิน และสารอาหาร มากมาย ให้ฤทธิ์อุ่นร้อน บำรุงตา ลดอาการอักเสบ และลดคลอเลสเตอรอล อย่ากินติดต่อกันนานเกิน เพราะวิตามินเออาจสะสมมากเกินไปได้ หากกินแล้วตัวสีเหลือง ให้หยุดกินสักพักแล้วร่างกายจะกลับมาเป็นปกติ ไม่มีอันตราย

เถาวัลย์เปรียง - แก้ปวด แก้เมื่อย บำรุงกล้ามเนื้อ ลดการอักเสบ เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ให้ฤทธิ์เย็นมาก แต่มีฮอร์โมนเพศหญิง ไม่ควรกินติดต่อกันนานเกินไป

Grape Seed - สารสกัดเมล็ดองุ่น ยี่ห้อ Health Care 12,000 มล. ให้ฤทธิ์เย็นมาก นาน ๆ กินทีพอ ไม่งั้นร่างกายจะเข้าสู่ภาวะเย็นเกินไป ควรกินคู่กับขมิ้นชัน Whey Isolate ผสมโกโก้ เพื่อเสริมฤทธิ์ร้อน ให้ร่างกายสมดุล มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง กินแล้วผิวพรรณจะผ่องใส

นมผึ้ง Royal Jelly - กินเฉพาะก่อนมีประจำเดือนมา 7 วัน จะช่วยปรับสมดุลฮอร์โมน ทำให้สิวไม่ขึ้น หรือ กินในวันที่ไม่ค่อยมีเรี่ยวแรง จะช่วยให้มีแรงขึ้น และเหนื่อยน้อยลง มีโปรตีน 7 กรัม (เท่ากับไข่ต้ม 1 ลูก) ให้พลังงาน และ มีไขมัน กินมากเกินไปก็ระวังเป็นสิว นานๆ กินทีพอ ให้ฤทธิ์อุ่นร้อน

น้ำอุ่น(ร้อน) - ช่วยล้างเมือกมันในร่างกาย หากมีเมือกมันในร่างกายมากๆ จะทำให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ไม่ดี แต่อย่ากินร้อนมากเกินไป อุณหภูมิ 40-50 องศา จะกำลังดี ทานวันละ 1 แก้ว หรือ นำน้ำ 1 แก้วเข้าไมโครเวฟ ไฟ 1,000 วัตต์ นาน 1.30 นาที จะได้น้ำอุ่นกำลังดี

นอนหงาย ราบกับพื้นปูน - นอนตัวตรง ๆ วันละ 15-30 นาที จะช่วยจัดกระดูกในร่างกายของเราให้สมดุล ส่วนคนที่นอนหงายไม่ได้ นอนแล้วปวด อาจเกิดจากกระดูกคต หรือร่างกายมีปัญหาบางอย่าง ให้แก้ปัญหาด้วยการค่อยๆ ยืดเส้นกล้ามเนื้อ หรือโยคะ จะช่วยร่างกายสมดุลขึ้น

นอนราบกับพื้น ขาชี้ฟ้า พิงกำแพง - 15-20 นาที/ครั้ง ช่วยให้เลือดไปเลี้ยงสมอง เหมาะสำหรับคนที่ชอบปวดหัว หัวตื้อๆ มึนหัว รู้สึกเหมือนกับว่าเลือดและสารอาหารไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ แล้วควรทานพรมมิ(ฤทธิ์เย็น) หรือ แปะก๊วย(ฤทธิ์ร้อน) หรือ ใบบัวบก(ฤทธิ์เย็น) บำรุงสมองควบคู่ไปด้วย

ใบแปะก๊วย - ให้ฤทธิ์ร้อน บำรุงตา บำรุงสมอง ช่วยกระตุ้นให้เลือดไปเลี้ยงสมองได้ดีขึ้น ช่วยบรรเทาโรคพาร์กินสันได้ ช่วยให้เลือดไหลเวียนลดภาวะปัญหาเส้นเลือดตีบตัน ช่วยลดอาการมือชา เท้าชาได้ ป้องกันตะคริว อย่ากินตอนท้องว่างเพราะอาจจะระคายเคืองกระเพาะอาหารได้ สำหรับบางคนอาจจะแพ้ได้ ควรระวังในการรับประทาน ห้ามกินในช่วงที่มีการผ่าตัดอาจทำให้เลือดไหลไม่หยุดได้

พรมมิ(ผักมิ) - ให้ฤทธิ์เย็น บำรุงสมอง เพิ่มสมาธิ ลดความซึมเศร้า เสริมความจำ ลดความเสื่อมของเซลล์สมอง ป้องกันอัลไซเมอร์ แก้อาการสวิงสวาย (อาการที่เป็นลม ทำให้หน้ามืด ตาลาย ใจหวิว หรือกระสับกระส่าย) แก้หืด ไอ กินแก้โรคริดสีดวง แก้โลหิตพิการ ซึ่งทำให้พิษร้อนทั่วสรรพางค์กาย เข้ายาแก้ซางแห้งในเด็ก(ร้อนใน) มีงานวิจัยออกมาว่า ไม่มีผลข้างเคียง เมื่อกินติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน

อบเชย - ให้ฤทธิ์ร้อน บำรุงไต ม้าม กระเพาะปัสสาวะ บำรุงร่างกายทำให้ร่างกายอบอุ่น ทำให้เลือดหมุนเวียนดี แก้ปัญหาโรคเบาหวาน ลดคลอเลสเตอรอล ต้านมะเร็ง แก้วิงเวียน แก้จุดเสียดแน่นท้อง ช่วยขับลม ช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหาร ต้านการอักเสบ มีประสิทธิภาพในการรักษาหรือป้องกันการอักเสบจากโรคทางระบบประสาท ไม่ควรรับประทานตอนท้องว่างหรือกินติดต่อกันนานเกินไป หรือ มากเกินไป จะไม่ดีต่อตับ และ ไต อาจเกิดการระคายเคืองต่อผิว เยื่อเมือก กระเพาะอาหาร ลำไส้ ทางเดินปัสสาวะ และทำให้เกิดผลข้างเคียงอื่น ๆ เช่น ท้องเสีย อาเจียน วิงเวียนศีรษะ ง่วงซึม เป็นต้น

ไข่ทั้งลูก หรือ ไข่ขาว - 1 ฟอง มีโปรตีน 7 กรัม เป็นศูนย์รวมสารมากมาย และมีราคาถูก ควรบริโภคไข่ต้ม ไข่พะโล้ หรือเมนูที่มาจากไข่ทุกวัน หลีกเลี่ยงไข่เจียวให้มากๆ

ร่างกายต้องการความสมดุล

ควรกินให้หลากหลาย อย่าง "พอดี"

อย่ากินซ้ำซาก..

นพ.บุญชัย อิศราพิสิษฐ์


 
s


คุณต้องสมัครสมาชิก ถึงจะโพสกระทู้ได้