ยินดีต้อนรับ กรุณา สมัครสมาชิก หรือเข้าสู่ระบบ

Home » webboard » บอร์ดท่องเที่ยว
เข้าชม : 66

รีวิว และวิธีเที่ยวฟุกุโอกะ คิวชู นางาซากิ คุมาโมโต้ ยุฟุอิน ญี่ปุ่น ด้วยตัวเอง

โพสต์เมื่อ: วันเสาร์ 8 ธันวาคม 2561  14:53 น.

รีวิว และวิธีเที่ยวฟุกุโอกะ คิวชู นางาซากิ คุมาโมโต้ ยุฟุอิน ญี่ปุ่น ด้วยตัวเอง
   

   

   

สถานที่ท่องเที่ยว และกิจกรรม ที่ไปในทริปนี้ มี
1. ศาลเจ้าดาไซฟุ  2. Huis ten bosch 3. วัด Yutoku Inari Shrine 4. ขึ้น Ropeway ชมวิวเขาอินาสะ
5. ปราสาทคุมาโมโต้ 6. ยุฟุอิน 7. ช้อปปิ้งอื่นๆ + ร้าน Daiso 100 เยน 8. กินซูชิร้าน Uobei 100 เยน 2 รอบ

รูปรีวิวท่องเที่ยว Huis ten bosch https://www.facebook.com/puinasii/media_set?set=a.1113231292062419.1073741848.100001266777675&type=3

รูปรีวิวท่องเที่ยวเกาะคิวชู 6 วัน 5 https://www.facebook.com/puinasii/media_set?set=a.1113400005378881.1073741849.100001266777675&type=3

ภาพนี้ถ่ายวันที่ 11 มี.ค. 2559 ดอกทิวลิปกำลังตูม (ทิวลิปบานปลายเดือนมี.ค.)

ก่อนอื่น เราควรทราบโครงสร้างผัง รถไฟ ก่อนเดินทาง
จะได้เดินเข้าสถานีได้ไม่งง และถูกต้อง
ในสถานี Hakata จะประกอบไปด้วย
รถไฟใต้ดิน Subway และ รถไฟ JR
โดยรถไฟจะ JR จะแบ่งเป็น 2 โซน คือ JR Line กับ Shinkansen

รถไฟในญี่ปุ่น จะแบ่งออกเป็น 4 ประเภท
1. รถไฟ Local วิ่งจอดทุกสถานี
2. รถไฟ Express หรือ Rapid 2-3 สถานี จอดที
3. รถไฟ Ltd, Express หรือ Limited Express 3-4 สถานีจอดที หรือมากกว่านั้น
4. รถไฟด่วน Shinkansen วิ่งยาว วิ่งไกล วิ่งเร็ว ไม่ค่อยจอด

หากต้องการเดินภายในเมืองฟุกุโอกะ ให้ใช้รถไฟใต้ดิน Subway
ราคา 1 Day Pass 600 เยน กดซื้อได้ที่ตู้ขายตั๋วรถไฟ

หากต้องการเดินทางไปเมืองอื่น ๆ เช่น นางาซากิ คุมาโมโต้ ยุฟุอิน
ให้ใช้ บัตร JR Northern Kyushu มี 2 แบบให้เลือก คือ
3 วัน ประมาณ 8,500 เยน
5 วัน 10,000 เยน (เราซื้อแบบนี้)
หาซื้อได้ที่สนามบิน ชั้น 1 ตรงประตูทางออก ตอนซื้อให้ระบุวันกับจนท.ไปเลย
เวลาเข้าสถานีให้กางด้านในออกให้จนท.ดู
เวลาสำรองที่นั่งให้เดินเข้าไปที่เคาท์เตอร์ JR แสดงบัตรนี้ แล้วแจ้งจนท.ว่า Reseved Seat ไปปลายทางที่ใด เวลากี่โมง


เราควรเช็คตารางรถไฟ จากเวบ http://www.hyperdia.com/en/  ให้เรียบร้อยก่อนวางแผนการเดินทาง
เช่น

บางครั้ง Hypedia ก็จะมีบอกว่า Track No. (ชานชลา) ให้เลย
ในกรณีที่ไม่มีชานชลาบอกใน Hypedia
ให้เราจำชื่อรถไฟ เช่น Kamome 7 วิ่งออกเวลากี่โมง
เอาไปเทียบดูที่ป้ายในสถานีก่อนขึ้นรถไฟอีกที
เราก็จะทราบว่าต้องขึ้นที่ Track No. (ชานชลา) ที่เท่าไหร่


เมื่อถึงสนามบินฟุกุโอกะ
เมื่อเครื่องบินลงจอด เดินไปตามป้าย Arrival ให้เตรียมใบคำขอเข้าเมือง และพาสปอร์ต ยื่นผ่านที่ตม.
ยืนหน้าตรงมองกล้อง แล้วใช้นี้วชี้ทั้ง 2 ข้างแสกนที่จุดสแกน

หลังจากนั้นให้เดินไปตามช่องรับกระเป๋า เพื่อรับกระเป๋า
แล้วเดินไปยื่นใบสำแดงสิ่งของพร้อมพาสปอร์ตกับจนท. เข้าเมือง
เป็นอันเสร็จพิธี

หลังจากนั้นให้เดินไปที่เคาท์เตอร์ เพื่อซื้อบัตร JR Northern Kyushu
บัตร JR Northern Kyushu มี 2 แบบให้เลือก คือ
3 วัน ประมาณ 8,500 เยน
5 วัน 10,000 เยน (เราซื้อแบบนี้)
หาใครต้องการเที่ยว ศาลเจ้า Dazaifu ให้ซื้อบัตร Fukuoka Tourist City Pass and Dazaifu
ราคา 1340 เยน ที่เคาท์เตอร์ข้าง ๆ ถัดจากเคาท์เตอร์ JR Northern Kyushu
จะอยู่ที่ชั้น 1 ใกล้ประตูทางออก

เมื่อได้บัตร Fukuoka Tourist City Pass and Dazaifu แล้ว
ให้ใช้เหรียญถูวันที่ และ เดือน ปี ที่ต้องการใช้ได้เลย

เทศกาลดอกบ๊วยบาน ที่ศาลเจ้าดาไซฟุ Dazaifu จะมีช่วง กลางก.พ.-กลางมี.ค. ของทุกปี
ภาพนี้ถ่ายวันที่ 10 มี.ค. 2559


การออกจากสนามบิน
เดินออกจากประตูเลี้ยวซ้าย
เราจะเจอ ป้ายรถเมล์ เบอร์ 1 และ เบอร์ 2
เบอร์ 1 เป็นรถเวียน จากสนามบิน วิ่งไปส่งที่สถานีรถไฟ Subway สถานี Airport นั่งฟรี
เบอร์ 2 จะเป็นรถเมล์ไปวิ่งส่งที่สถานี Hakata และ Tenjin

ที่รถไฟ Subway สถานี Airport 
เดินไปที่ Exit 1 จะมีบันไดเลื่อน ทั้งทางขึ้นและทางลงให้
ขากลับ ก็ให้เรามายืนรอรถเวียน จากสนามบินที่จุดเดิมได้เลย

ตั๋วเครื่องบิน

เราจองโปรโมชั่นของ Jetstar ได้ราคาไป-กลับ รวมน้ำหนักกระเป๋า
ขาไป 15 กก. ขากลับ 20 กก.
ราคาคนละ 8442 บาท
ส่วนเพื่อนได้ราคาประมาณ 10,500 บาท 

เราควรไปถึงสนามบินก่อนถึงเวลาบิน 3 ชั่วโมง 
แนะนำให้เช็คอินตั๋วในเวบไซต์ และรีบไปเช็คอินตั๋วอีกทีเมื่อเคาทเตอร์เช็คอินเปิด
เพื่อป้องกันการ Over Booking ไม่มีที่นั่งได้
เมื่อโหลดกระเป่า เช็คอินตั๋วเสร็จแล้ว
ให้เดินเข้าประตู เพื่อสแกนตัว (ของเหลวห้ามเกิน 100ml.)
หลังจากนั้นให้กรอกใบผู้โดยสารขาเข้า-ขาออก นำไปยื่นที่ตม.
แล้วให้เก็บบัตรเขาเข้าไว้ เอาไว้ยื่นที่ตม.ไทย เมื่อกลับมาเมืองไทยอีกที


เมื่อขึ้นเครื่องแล้ว ก่อนถึงสนามบิน แอร์จะแจกใบคำขอเข้าเมืองญี่ปุ่น
ให้กรอกตามนี้ 2 ใบ แล้วนำไปยื่นที่ตม. พร้อมพาสปอร์ต
ยืนหน้าตรงมองกล้อง แล้วใช้นิ้วชี้ทั้ง 2 นิ้ววางลงบนจุดแสกนนิ้ว


อย่าลืม....ลงลายเซนต์ที่ช่อง Signature ด้วย

ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2559 เป็นต้นไป สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองญี่ปุ่น (ตม.) ญี่ปุ่น จะปรับเปลี่ยนรูปแบบฟอร์มการเข้าออกประเทศญี่ปุ่นของคนต่างชาติ เป็นรูปแบบดังนี้
(ขอบคุณข้อมูลจากอาแปะ)


เทคนิคการจองตั๋วเครื่องบินโปรโมชั่น
แนะนำให้สมัครสมารชิกในเวบไซต์ก่อน ไม่ว่าจะเป็น Jetstar หรือ airasia
หลังจากนั้นให้เข้าไปกรอกข้อมูลผู้โดยสารที่จะไปกับเรา ให้เรียบร้อย
ควรตรวจสอบชื่อภาษาอังกฤษให้ละเอียด ถูกต้องทุกตัวอักษร ตรงตาม passport
เพื่อป้องการการเกิดปัญหาเมื่อไปยื่นเอกสารที่ตม.ญี่ปุ่น

เตรียมอินเตอร์เนต และ บัตรเครดิตในที่ ที่หยิบง่าย หรือ ไว้ใกล้ตัวเสมอ

หลังจากนั้นก็รอโปรโมชั่นมา โดยการติดตามข้อมูลจากเฟสบุ๊ค ของ Ar-pae 

โดย ส่วนใหญ่โปรฯ ตั๋วเครื่องบินที่เราได้มักจะปล่อยจอง
ก่อนเดินทางประมาณ 5-6 เดือนขึ้นไป
เราสามารถนับและประมาณการช่วงที่โปรโมชั่นจะมาได้
เมื่อโปรโมชั่นมา ก็ให้ Login เข้าจองทันทีเลย

แนะนำว่า ตอนจองให้คลิ๊กซื้อน้ำหนักกระเป๋าไป-กลับเลย จะได้ราคาถูกที่สุด
ถ้าจองน้ำหนักกระเป๋าทีหลังจะโดนแพงกว่า(เยอะเหมือนกัน)

อินเตอร์เนตในญี่ปุ่น
เราซื้อแบบซิมเนต Sim2fly ไป ใช้งานได้ 7 วัน
การมีอินเตอร์เนต ถือเป็นสิ่งสำคัญมาก จะช่วยในการหาข้อมูลได้มากหากเกิดเหตุการณ์หลงทางขึ้นมา
และ ช่วยให้เราสะดวกสบายในตอนช้อปปิ้ง ทำให้สามารถเดินแยกจากกันได้
โดยใช้การ Line โทรหากัน เมื่อช้อปปิ้งเสร็จ

การวางแผนท่องเที่ยว
เราควรนอนที่ฟุกุโอกะ ในคืนแรกและคืนสุดท้าย พยายามหาโรงแรมที่รับฝากกระเป๋าฟรี
เพื่อฝากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่กับโรงแรมในคืนแรก
แล้วพกเป้หรือกระเป๋าเล็ก ๆ ไปนอนที่เมืองอื่น ๆ สัก 2-3 คืน
จะทำให้เราไม่เสียค่าส่งกระเป๋าไปตามโรงแรมต่าง ๆ ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้เพิ่มมากขึ้น

ที่ฟุกุโอกะ เราพักที่ Heiwadai Hotel 5
เดินจากสถานี Tojimmachi ใช้ Exit 2 จะมีบันไดเยอะมากกว่า Exit 3
(ควรใช้ Exit 3 แล้วเดินข้ามถนนเอาประหยัดแรงได้มากกว่า)
ทั้ง 2 ทางออกไม่มีลิฟท์ หรือ บันไดเลื่อนให้
คนละ 790-983 บาทต่อคน ต่อคืน ไม่เหมาะสำหรับคนที่มีสัมภาระกระเป๋าเดินทางใบหนัก

มีอินเตอร์เนตไวไฟฟรี มีตู้เย็น ไดร์เป่าผม
พนง.หน้าเคาท์เตอร์ 24 ช.ม.  ไม่มีห้องเก็บกระเป๋า แต่บริการรับฝากกระเป๋า
กระเป๋าจะถูกเก็บไว้ข้างลิฟท์ข้างห้องทำงานพนง. ไม่เหมาะสำหรับเก็บของมีค่าไว้ในกระเป๋า
ชักโครกไม่มีระบบฝาอุ่นร้อน ไม่มีที่ฉีดชำระอัตโนมัติ และไม่มีสายฉีดชำระให้ (ควรปรับปรุง)
เราพัก 3 คืน 2 คืนแรกใช้ฮีทเตอร์ได้ คืนสุดท้ายฮีทเตอร์เสีย
ใกล้ร้านสะดวกซื้อ 7-11 (แนะนำให้เลือกใช้โรงแรมอื่นดีกว่า)


ส่วนที่ Huis Ten Bosch แนะนำว่าควรไปนอนที่สถานี Sasebo ซึ่งห่างจาก Huis Ten Bosch 30 นาที
ถ้าใครมีเวลาหลายวันควรนอนที่ Sasebo 2 คืน จะดีมาก
จะทำมีเวลาช่วงเช้าเหลือให้เดิน Huis Ten Bosch ได้มากขึ้น เพราะเนื้อที่ใน Huis Ten Bosch ค่อนข้างกว้างใหญ่
ส่วนใครที่ไม่มีเวลานอนพักที่ Sasebo ก็ให้นั่งรถไฟจากฟุกุโอกะ ไปที่ Huis Ten Bosch
รอบเร็วสุด ประมาณ เช้า 8.30 น.
ใช้เวลานั่งรถไฟเกือบ 2 ชั่วโมง จะถึงที่ HTB 10.30 น.เร็วที่สุด
Huis Ten Bosch ปิด 22.00 น. เราควรเที่ยวจนถึงค่ำ
(ระวังรถไฟ รอบสุดท้ายหมด) แล้วแวะเข้าไปนอนสถานี Sasebo
บัตรเข้า Huis Ten Bosch 1 day pass 6500 บาทต่อคน 1950 บาทต่อคน

โรงแรมที่เราพักที่ Sesebo ชื่อ Hotel Resol Sasebo เดินจากสถานี 200 เมตร คืนละ 1322 บาทต่อคน
มี family mart อยู่ใกล้โรงแรม  มีพนง.ต้อนรับ 24 ช.ม.  มีอินเตอร์เนตฟรีทุกห้อง  
โรงแรมหาเจอค่อนข้างง่าย เดินออกจากสถานี Sasebo ก็เห็นโรงแรมเลย
เดินข้ามถนนไป 200 เมตร ก็ถึงโรงแรมเลย
ห้องพักค่อนข้างดี สะอาดสะอ้าน ไม่แคบ ห้องพักด้านหลังตึก เห็นวิวทะเลด้วย


และอีก 1 คืนที่ต้องควรพักคือ Nagasaki เพราะว่าเราต้องนั่งกระเช้า Nagasaki Ropeway ขึ้นเขาอินาสะ
เพื่อชมวิวยามกลางคืน ความสวยงามเลื่องชื่อติด 1 ใน 3 ของญี่ปุ่น และ ของโลก
แนะนำให้แวะกินข้าวที่ “Hikari no restaurant” ร้านในตึกชั้น 2 ชมวิวเมืองนางาซากิ
ราคาจานละ 1750 เยน และ 1450 เยน น้ำฟรี อาหารจานใหญ่จนเรากินไม่หมด
ราคาค่อนข้างสูงแต่คุ้มค่ากับวิวได้มองค่ะ



ค่ากระเช้า 
Nagasaki Ropeway แบบไป-กลับ 1230 เยนต่อคน
ขากลับตอนจะลงเขา ต้องเข้าคิวนานเกือบชั่วโมง ซึ่งคนเยอะมาก และมีลมหนาวพัดมาตลอด
เราแนะนำให้ซื้อบัตรกระเช้า 
Nagasaki Ropeway ชมวิว แค่ขาไปรอบเดียว
เพราะบนเขามีแท็กซี่ให้บริการเยอะมาก ถ้าไปหลายคนและที่พักไม่ไกลจากเขาอินาสะ
แนะนำให้นั่งแท็กซี่กลับก็ถือว่าคุ้มค่ะ

วิวของจริงสวยกว่าในรูปมากๆ สวยจริง ๆ  
รูปตอนกลางคืนถ่ายให้ชัด และดึงแสงเข้ามือยากมากค่ะ ถ้าไม่มีขาตั้งกล้องไป


เราพักที่ Nagasaki Orion Hotel คืนละ 1973.69 บาท ห้องสำหรับ 2 คน
ตกคนละ 986.85 บาท ต่อคนต่อคืน
 
ที่พักสะอาด ใกล้สถานีรถไฟ JR Nagasaki
เพียงแค่เดินข้ามสะพานลอย เข้าซอยเล็ก ๆ 50 เมตร ก็จะเจอโรงแรมเลย
เรานั่งแท็กซี่ไป Nagasaki Ropeway ขาไป 710 เยน ขากลับ 860 เยนเท่านั้น หาร 4 คน ถือว่าไม่แพงเลย

ห้องพักค่อนข้างสะอาด ไม่แคบ ห้องพักดูใหม่ เพราะรร.เพิ่งรีโนเวทใหม่
อุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน พนง.ต้อนรับเป็นมิตร เทคแคร์ดี

ภาพสถานที่ท่องเที่ยวแต่ละเมือง ในเกาะคิวชูตอนเหนือ จะมีจุดหลัก ๆ ดังนี้


ตัวอย่าง การวางแผนท่องเที่ยว คิวชู ฟุกุโอกะ http://www.question.in.th/answer_view.php?id_ques=745

สถานีปลายทางของสถานที่ท่องเที่ยวแต่ละที่
1. ศาลเจ้าดาไซฟุ ลงสถานี Dazaifu
2. Huis ten bosch ลงสถานี Huis Ten Bosch
3. วัด Yutoku Inari Shrine ลงสถานี HizenKashima ต่อด้วยรถเมล์ 320 เยน(ป้ายรถเมล์จะอยู่ฝั่งตรงข้ามของสถานีรถไฟ) หรือนั่งรถแท็กซี่ไปที่วัด
4. ขึ้น Ropeway ชมวิวเขาอินาสะ นั่งรถเมล์ Nagasaki Bus สาย 4 ไปลงสถานี Ropeway Mae (โรปเวย์ มาเอะ)
ลงจากรถเมล์จะเจอป้าย Nagasaki Ropeway 170 เมตร ให้เลี้ยวซ้ายไปตามป้ายเลยค่ะ
หรือ นั่งรถบัสหน้าสถานี Nagasaki ฟรี หรือนั่งแท็กซี่ไป
5. ปราสาทคุมาโมโต้ ลงสถานี Kumamoto แล้วนั่งรถราง หรือ รถ Tram ไปลงสถานี Kumamoto Castle อีกที
6. ยุฟุอิน ลงสถานี Yufuin
7. กินซูชิร้าน Uobei 100 เยน ลงสถานี Hakata ใช้ทางออกที่ 3 แล้วเดินไปทาง Chikushi Exit
เดินออกไปที่ประตูแล้วให้เลี้ยวซ้ายแล้วเดินเข้าซอยเล็ก ๆ ประมาณ 100 เมตร
จะเจอห้าง ชื่อว่า Yodobashi Camera ขึ้นไปชั้น 4 ได้เลย
ร้านจะอยู่ในโซนร้านอาหาร ที่อยู่ใกล้กับร้านขายของ 100 เยน 

วิธีขึ้นรถเมล์ญี่ปุ่น
รถเมล์ญี่ปุ่นจะเปิดประตูทางขึ้นบริเวณกลางหรือท้ายรถ เมื่อขึ้นรถให้เอื้อมมือไปหยิบตั๋วตรงบริเวณประตูทางขึ้น
เราจะได้เลข เช่นเลข 1 ให้เราสังเกตที่ช่อง 1 ราคาจะขยับขึ้นไปเรื่อย ๆ ตามระยะทาง
เมื่อถึงป้ายที่เราต้องการลง ให้เตรียมเงินให้พอดีกับจำนวนตัวเลขที่อยู่ในช่อง 1 ค่ะ
แล้วนำไปหยอดลงในตู้ข้างคนขับรถก่อนลงค่ะ หากเราหยอดเงินเกินจะไม่มีทอนให้นะค่ะ
ถ้าเราต้องหยอดให้พอดีค่ะ ถ้าเหรียญไม่พอ
ให้นำแบงค์ไปสอดในตู้ที่ติดกับตู้จ่ายเงินค่ะ เค้าจะมีเหรียญออกมาให้เราแลกค่ะ

วิธีไปวัด ยูโทคุ อินาริ YUTOKU INARI SHRINE (ตามรอยละครเรื่อง กลกิโมโน)
นั่งรถไฟไปลงสถานี Hizen-Kashima แล้วต่อแท็กซี่ หรือ รถเมล์ เข้าวัด YUTOKU INARI
เวลาค้นหาเส้นทางรถไฟใน hyperdia ให้เอาขีดออก แล้วเขียนติดกันเลยค่ะ HizenKashima ถึงจะหาเส้นรถไฟเจอค่ะ
มีร้านอาหารอร่อย ห้องอาหารมีวิวสวน สวย ๆ ให้นั่งมอง อยู่ร้านสุดท้าย ด้านขวามือ ก่อนจะเเดินเข้าวัด
เจ้าของร้านบริการดี อัธยาศัยดีมากค่ะ เจ้าของร้านเห็นเรากำลังถ่ายรูปเซลฟี่กัน ก็เลยช่วยถ่ายรูปให้ หลายแชะด้วย น่ารักมาก ๆ

เมนูแนะนำของร้านนี้คือ อุด้งเนื้อค่ะ น้ำซุปอร่อย หอมมาก ๆ 600 เยน
(จัมปง 650 เยนไม่อร่อยเท่าอุด้งเนื้อ)

ตารางรถเมล์ ไป-กลับ วัด YUTOKU INARI (คลิ๊กเพื่อดูรูปใหญ่)
ดึงตั๋วที่ประตูขึ้นรถเมล์ จะได้หมายเลข ให้ดูช่องหมายเลขนั้นว่าเงินขยับไปกี่บาท ก็จ่ายตอนลงได้เลย
นั่งขากลับจากวัด เราจ่ายไป 320 เยน


รองเท้า
อันนี้สำคัญมาก แนะนำให้ใส่รองเท้าที่จะเอาไปเดินที่ญี่ปุ่น
ลองไปเดินช้อปปิ้งตั่งแต่เช้าจนค่ำ 2 วันติดกันว่าไหวหรือป่าว
ถ้าเป็นส้นเตี้ยก็จะช่วยให้สบายเท้าได้มาก

สำหรับคนที่เท้าอ้วน แนะนำให้ซื้อรองเท้าใหญ่เพิ่มขึ้นอีก 1 เบอร์
เพราะเวลาเที่ยวในช่วงอากาศหนาว เราอาจจะต้องใส่ถุงเท้าหนากว่าปกติค่ะ

อุณหภูมิ
ช่วงที่ไปเที่ยว คือ วัน 10-15 มี.ค. 2559
อากาศเย็นสูงสุด 10 องศา และอากาศเย็นต่ำสุด 3 องศา
ที่ Huis Ten Bosch มีลมแรง ค่อนข้างเยอะ เนื่องจากเป็นพื้นกว้าง
ทำให้หนาวกว่าปกติมากนัก แนะนำให้เตรียมเสื้อผ้ากันหนาวแบบเต็มที่
จะทำให้เที่ยวได้สนุกมาก เมื่ออยู่ใน Huis Ten Bosch จนถึงดึก

แผ่นให้ความร้อน
ใช้แปะที่ด้านหลังบนเสื้อด้านใน หรือใช้ใส่กระเป๋าเสื้อทั้ง 2 ข้าง
สำหรับเอามือล้วงกระเป๋าให้ความอบอุ่นที่มือ

หาซื้อได้ตามร้านแฟมิลี่มาร์ท หรือ เซเว่น ที่ญี่ปุ่น
หน้าซองจะเป็นภาษาญี่ปุ่นหมดเลย
แต่ให้สังเกตุที่ตัวหน้าซองจะมีเเขียนอุณภูมิสูงสุดไว้
เช่น 54 องศา หรือ 60 องศา

ของฝาก
เราซื้อที่สนามบินฟุกุโอกะ Gate 53
ช็อคโกแลต อันปังแมน ห่อละ 230 เยน ด้านในห่อมีหลายชิ้นดี เอาไว้แจกเพื่อน ๆ ได้


สิ่งที่น่าใจใน Huis ten bosch
สถานที่ใหญ่มาก แนะนำให้ดูแผนที่ (คลิ๊กเผื่อดูรูปใหญ่)

เทศกาลดอกทิวลิป 08/02/2016-18/04/2016 
1.ภูเขาไฟฟูจิทิวลิป 2.กังหันทุ่งดอกไม้ "ฟลาวเวอร์โรด"
3.ดอกไม้ เสียงดนตรี และอาหารแข่งประชันกัน "จัตุรัสอัมสเตอร์ดัม" 
4. วังดอกไม้ "พาเลสเฮาส์เทนบอส" 5.สวนทิวลิปแสง 
6.โรงแรมดอกไม้ โฮเทลยุโรป 7.ในสวนสนุกยังมีจุดชมดอกทิวลิปอื่นๆอีกมาก!
อาณาจักรแห่งแสง 13,000,000 ดวง
1.น้ำตกแห่งแสง 2.บันจี้จั๊มป์แสง
3.สโนว์สไลเดอร์แสง ค่าใช้จ่ายใช้พาสปอร์ตได้เฉพาะครั้งแรก
4. มหึมาพาเหรดแสง 5.จูเอลอิลลูมิเนชั่นโชว์ "TFM ซูเปอร์อิลลูมิเนชั่น 3D" ตลอด 4 จุดทุกคืน
6. เขาวงกต I.S. เขาวงกตแห่งแสงเสียง (ค่าใช้จ่าย) ใช้พาสปอร์ตได้
Teddy Bear Museum
ล่องเรือชมวิว เรือออกทุก ๆ 15 นาที
- free zone โซนของเล่นเด็ก เรือโจรสลัด
ถ่ายรูปกับเรือ Thousand Sunny ของการ์ตูน วันพีช (ปี 2016 จนท.เค้าบอกว่าเลิกให้บริการแล้ว เราเดินหาไม่เจอ)
- มีพิพิธภัณฑ์ One Piece
- เครื่องเล่น
ล่องเรือ One Piece
- ขากลับสามารถนั่งรถบัสฟรีของทางสวนสนุกกลับไปทางออกได้
- เครื่องเล่น Grand Odyssey เป็นการผจญภัยในอวกาศ มีรอบการแสดงทุก ๆ 45 นาที
- เครื่องเล่น Fly of Wonder การผจญภัยไปกับแม่มดน้อยเพื่อปราบแม่มดชั่วร้าย อันนี้จะให้เรานั่งกระเช้าดูการผจญภัยพร้อมแสงสีเสียง
IFX THEATER Kirara เป็นโรงหนังที่แสดงเรื่องราวเกี่ยวกับโลกและดวงจันทร์ โดยใช้จอแบบไม่มีขอบสามารถมองขึ้น ซ้ายขวาได้อย่างเต็มอิ่ม
- การแสดง Thriller Fantasy Museum (วิวตอนกลางคืนสวยมาก) เช่น MJ WORLD เป็นการแสดงของ Michel Jackson ประกอบเพลง 
ยังมี Melody in the Dark และ Ghost Wedding เป็นการแสดงแสงสี ประกอบการแสดงโชว์แบบขนหัวลุก
5D Miracle Tour เป็นการผจญภัยในอนาคตโดยเราจะถูกคอมพิวเตอร์ส่งไปในโลกต่างๆ (อันนี้แนะนำว่าห้ามพลาด)
- เกมส์ตกปลาฉลาม (อันนี้แนะนำว่าห้ามพลาด)
- เกมส์ตีกลอง เปิดให้เล่นหลังพระอาทิตย์ตกไปแล้ว (อันนี้แนะนำว่าห้ามพลาด)
Horizon Adventure Plus แสดงฉากน้ำท่วมที่เนเธอแลนด์ การแสดงแสงสี และ น้ำ อลังการ (อันนี้แนะนำว่าห้ามพลาด)
- super trick art ถ่ายรูปกับฉาก 3 มิติ
- โซน Binnenstad หอนาฬิกาจะฉาย 3D ตอนกลางคืน
หอคอย Domtoren สามารถขึ้นชมวิวได้ถึงสามทุ่ม วิวกลางคืนสวยมาก ๆ
ชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่ White Ferris Wheel
- Flower Ice Café ห้องน้ำแข็ง (มีหรือป่าวไม่รู้)
เต้นรำหน้ากาก ที่จตุรัส Amsterdam ตอนประมาณ 19.00 น.
Detention Ward โรงพยาบาลคุมขัง
- The Maze เขาวงกตไม้
- Adventure Park โรยตัว ซิบไลน์ 300 เมตร
- Digital Horror House เดินสำรวจห้องวิจัยที่เต็มไปด้วยซอมบี้
- Dome Theater i-4  360 องศา
- Ghost Wedding สยองขวัญและฮา
- Melody in the Dark หอกล่องดนตรี สยองขวัญ
- Zipangu Detective Club อ่านปริศนาในหนังสือผจญภัยเพื่อหาขุมทรัพย์ที่ซ่อนอยู่

- Kindergym ออกกำลังกายพัฒนาสมองของเด็กๆ
- Japanese Ghost Story Hall คฤหาสน์ตำนานผีของญี่ปุ่น
- Carousel ม้าหมุน
Link Fantasia โซน Forest Villa แสงสีในภาพจะเปลี่ยนไปตามการลื่นไหลบนริงค์
เมจิกมิลเลอร์เมซ เขาวงกตกระจก

สรุปค่าใช้จ่ายโดยประมาณ 6 วัน 5 คืน
( ประมาณ ไม่เกิน 24,000 บาทต่อคน )
ค่าตั๋วเครื่องบิน jetstar บินตรง ไป-กลับ ได้โปรฯ คนละ 8,442 บาท
  ราคานี้รวมค่าโหลดกระเป๋าแล้ว ไป 15 กก. - กลับ 20 กก. คนละ 1,480 บาท กับค่ารูดบัตรคนละ 400 บาทแล้ว
- ค่าซิมเนต สำหรับใช้อินเตอร์เนต 4G ในญี่ปุ่น 7 วัน 700 บาท ใช้ 2 คน ต่อ 1 ซิม ตกคนละ 350 บาท
- ค่าประกันภัยการเดินในต่างประเทศ ของ MSIG 230 บาทต่อคน 

- ค่าที่พัก 5 คืน = 4,806 บาท ต่อคน
  มีดังนี้

  - Heiwadai Hotel 5 พัก 1 คืนแรก ห้องละ 1,967 บาท คืนละ 983 บาทต่อคน จองกับ airasiago
  - Heiwadai Hotel 5 พัก คืนที่ 4-5 ห้องละ 1,514 บาท คืนละ 757 บาทต่อคน จองกับ airasiago
  - Hotel Resol Sasebo ห้องละ 2,643 บาท คืนละ 1,322 บาทต่อคน จองกับ airasiago พักคืนที่ 3
  - Nagasaki Orion Hotel ห้องละ 1973.69 บาท คืนละ 987 บาทต่อคน จองกับ agoda พักคืนที่ 2

ค่าใช้จ่าย ค่ากิน + การเดินทาง และค่าเข้าสถานที่ต่าง ๆ ประมาณ 10,059 บาท
- ค่ารถไฟ JR Pass North Kyushu 5 day pass 5 วัน 10,000 เยน = 3000 บาท
- ค่าตั๋ว Huis Ten Bosh ประมาณ 6500 เยน 1950 บาท (11 มี.ค.)
- ค่า ropeway ไป-กลับ 1230 เยน 369 บาท
- ค่าเข้า ปราสาท คุมาโมโต้ 500 เยน 150 บาท
- ค่าอาหารเฉลี่ยประมาณ วันละ 600 บาท 5 วัน 3000 บาท
  กินอะไรไปบ้าง
 
 (10 มี.ค. คนละ 399 บาท) 
  * ซูชิ 100 เยน 2 คน หมดไป 1898 เยน ตกคนละ 950 เยน 285 บาท
  * ข้าวปั้นปลาแซลมอน 158 เยน + ข้าวปั้นสาหร่าย อันละ 100 เยน 2 อัน + ข้าวหน้าไก่ 400 เยน ตกคนละ 379 เยน 114 บาท
  (11 มี.ค. คนละ 496 บาท) 
  * กินข้าวมื้อกลางวันที่ศูนย์อาหาร Huis Ten Bosch 2 คน 1650 ตกคนละ 825 เยน 248 บาท
  * กินเบอร์เกอร์ซาเซโบ๊ะ 1 ชุด 1000 เยน + กับเบอร์เกอร์ 1 อัน 650 เยน มื้อเย็น 1650 เยน ตกคนละ 825 เยน 248 บาท

  (12 มี.ค. คนละ 668 บาท) 
  * จัมปง 650 + รางเมงเนื้อ 600 = 1250 เยน ตกคนละ 625 เยน 188 บาท (แถววัดยูโทคุ อินาริ)
  *  กินข้าวเย็นบนเขาอินาสะ พร้อมชมวิว 2 คน หมดไป 3200 เยน ตกคนละ 1600 เยน 480 บาท
 (13 มี.ค. คนละ 555 บาท)
  * มันเคลือบน้ำตาล 500 เยน + ของทอด 600 เยน + สตอเบอรี่ 500 เยน = 1600 เยน ตกคนละ 800 เยน 240 บาท
  * ซูชิ 100 เยน 2 คน หมดไป 2100 เยน ตกคนละ 1050 เยน 315 บาท
 (14 มี.ค. คนละ  594 บาท)
  * ไก่ย่าง 5 ไม้ 750 เยน + ขนมหวาน 310 เยน + ไส้กรอกข้าว 400 เยน + ขนมถ้วยเล็ก 120 เยน + ปลาหมึกแผ่น 500 เยน + น้ำ 120 เยน รวม 2200 เยน ตกคนละ 1100 เยน 330 บาท
  * มอสเบอร์เกอร์ อันละ 390 เยน (กินคนละอัน) 117 บาท
  * โค้ก 180 เยน ตกคนละ 90 เยน 27 บาท
  * สตอเบอรี่ 800 เยน ตกคนละ 400 เยน 120 บาท
(15 มี.ค. กลับไทย พกขนมมาจากเมืองไทย มากินบนเครื่องบิน)


- ค่าเดินทาง รถไฟใต้ดิน+ค่ารถเมล์+ค่าฝากกระเป๋าที่ตู้ ไม่เกิน 1500 บาทต่อคน
  แบ่งออกเป็น
  * 
บัตร Fukuoka Tourist City Pass and Dazaifu ราคา 1340 เยน 402 บาท นั่งรถ รถไฟ ในเมืองฟุกุโอกะทุกอย่างได้บุฟเฟต์ 1 วัน (10 มี.ค.)
  * ค่าแท็กซี่ 1520 จากสถานี Hizen-gashima ไปวัดยูโทคุ อินาริ หาร 4 คน ตกคนละ 114 บาท (12 มี.ค.)
  * ค่ารถเมล์ 320 เยน 96 บาท จากวัดยูโทคุ อินาริ ไปสถานี Hizen-gashima (12 มี.ค.)
  * ค่าแท็กซี่ จากโรงแรม ไป นางาซากิ Ropeway ขาไป 710 เยน ขากลับ 860 เยน = 1570 เยน หาร 4 คน คนละ 393 เยน 118 บาท (12 มี.ค.)

  * ค่ารถ Tram (รถราง) เมืองคุมาโมโต้ One Day Pass 300 เยน 90 บาท (13 มี.ค.)
    หาซื้อได้ที่ชั้น 1 ของสถานีคุมาโมโต้ เคาท์เตอร์ Information เยื้อง ๆ กับร้านขายของฝากคุมะมง(หมีแก้มแดง) ใกล้ประตูทางออกจากสถานีคุมาโมโต้
    ถ้านั่งเป็นครั้งจะเสียครั้งละ 170 เยน 51 บาท
  * ค่าแท็กซี่ (13 มี.ค.) กลับโรงแรมในฟุกุโอกะ หลังจากช้อปปิ้งเดินไม่ไหว 2070 เยน หาร 4 คน 518 เยน 156 บาท
  * ค่ารถไฟใต้ดิน subway ฟุกุโอกะ 1 Day Pass 620 เยน 186 บาท (14 มี.ค.)
  * ค่ารถไฟใต้ดิน subway ไปสนามบิน 300 เยน 90 บาท (15 มี.ค.)
  * ค่าฝากกระเป๋าใน Huis Ten Bosch 2 คนต่อ 1 ตู้ 500 เยน ตกคนละ 75 บาท (11 มี.ค.)
  * ค่าฝากกระเป๋า ที่สถานี คุมาโมโต้ 1 ตู้ฝากได้หมด 4 คน 600 เยน ตกคนละ 45 บาท (13 มี.ค.)
  * ค่าฝากกระเป๋า ที่สถานี ฟุกุโอกะ 4 คนฝากไป 2 ตู้ ตกคนละ 300 เยน 90 บาท (13 มี.ค.)





เดี๋ยวจะมาถยอยเขียนต่อ..


คุณต้องสมัครสมาชิก ถึงจะโพสกระทู้ได้