ยินดีต้อนรับ กรุณา สมัครสมาชิก หรือเข้าสู่ระบบ

Home » webboard » สุขภาพ และ ธรรมมะ
เข้าชม : 584

ประโยชน์ ของ ถั่วพิสตาชิโอ Pistachio

โพสต์เมื่อ: วันเสาร์ 23 มีนาคม 2562  13:20 น.

ปัจจุบันองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา ได้แนะนำให้รับประทานถั่ววันละ 1 กำมือเพื่อลดไขมัน cholesterol 
และด้วยรสชาติที่อร่อย กรอบ มัน แถมไขมันต่ำ บวกกับประโยชน์มากมาย ทำให้พิสตาชิโอเป็นหนึ่งในอาหารเพื่อสุขภาพที่ใครหลายคนติดใจ  ประโยชน์ข้อไหนที่ทำให้คุณติดใจ ไล่เรียงกับคุณประโยชน์ 20 ประการกันเลย

 

1.  ช่วยลดไขมันในเลือด

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ดร.โทมาส   ดับบลิว ฮอปกิ้นส์ กล่าวว่า  “พิสตาชิโอช่วยลดไขมันในเลือดได้ดีและอาจจะเอาเข้าใช้ในโครงการควบคุมน้ำหนักอย่างได้ผลได้ด้วย”

 

2.  ช่วยเพิ่มกรดไขมันดี (HDL) และลดไขมันเลว (LDL)

งานวิจัยพบว่าการกินถั่วพิสตาชิโอเป็นอาหารว่าง 2-3 สัปดาห์จะช่วยลดคอเลสเตอรอลได้ 20%เพิ่มไขมันตัวดีที่มีประโยชน์ได้ถึง 48%

 

3.  ช่วยลดปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ

สมาคมหัวใจแห่งอเมริกาพบว่า วิตามินบี6ช่วยลดระดับโฮโมซิสเตอีนในเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคหัวใจ

ข้อมูลเพิ่มเติม
มีงานวิจัยหนึ่งศึกษาคุณสมบัติของถั่วพิสตาชิโอในด้านการลดไขมันคอเลสเตอรอลในเลือด จากการแบ่งอาสาสมัครที่มีระดับคอเลสเตอรอลในเลือดตั้งแต่ 2.86 มิลลิโมลต่อลิตรขึ้นไปออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่รับประทานอาหารไขมันต่ำที่มีส่วนผสมของถั่วพิสตาชิโอ 28 กรัมต่อวัน กลุ่มที่รับประทานอาหารไขมันต่ำที่มีส่วนผสมของถั่วพิตาชิโอ 56 กรัมต่อวัน และกลุ่มที่รับประทานอาหารไขมันต่ำที่ไม่มีส่วนผสมของถั่วพิตาชิโอ หลังใช้เวลาศึกษาทั้งหมด 4 สัปดาห์ พบว่าอาสาสมัครทุกกลุ่มมีระดับคอเลสเตอรอลลดลง ซึ่งอาสาสมัครกลุ่มที่ 2 ที่รับประทานถั่วพิสตาชิโอมากที่สุดนั้นมีระดับคอเลสเตอรอลลดลงมากที่สุด รองลงมาเป็นอาสาสมัครกลุ่มที่ 1 และกลุ่มที่ 3 ตามลำดับ แสดงให้เห็นว่าการรับประทานถั่วพิสตาชิโอมากขึ้นอาจมีผลต่อระดับคอเลสเตอรอลที่ลดลงด้วย

จากลิงค์ https://www.pobpad.com/

4.  ช่วยลดความดันโลหิตและภาวะเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองเพราะมีโพแทสเซียมสูง

ถั่วพิสตาชิโอ 100กรัม มีโพแทสเซียมร้อยละ 34 ของความต้องการต่อวัน (49 เม็ดประมาณ 28 กรัม)

ข้อมูลเพิ่มเติม

มีงานวิจัยบางส่วนศึกษาคุณสมบัติของถั่วพิสตาชิโอในการลดความดันโลหิตแล้วพบว่า การรับประทานถั่วพิสตาชิโอช่วยลดความดันโลหิตตัวบนหรือค่าความดันโลหิตสูงสุดขณะหัวใจบีบตัวได้ประมาณ 1.82 มิลลิเมตรปรอท และช่วยลดความดันโลหิตตัวล่างหรือค่าความดันโลหิตต่ำสุดขณะหัวใจคลายตัวได้ประมาณ 0.8 มิลลิเมตรปรอท

จากลิงค์ https://www.pobpad.com/

5.  ช่วยลดอาการเบาหวาน

มูลนิธิโรคเบาหวานโรคอ้วนและไขมัน ได้พบในการทดลองว่า การกินพวกถั่วพิสตาชิโอวันละกำมือจะช่วยลดอาการโรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือดได้  การศึกษาได้ทำกับผู้ที่มีอาการของโรคเบาหวานแฝง วัยระหว่าง 25-65ปี โดยแบ่งออกเป็น 2 พวก พวกหนึ่งควบคุมอาหาร ให้ออกกำลังขนาดปานกลางและหนัก นาน45 นาที และให้กินถั่วพิสตาชิโอ ส่วนพวกที่เหลือคงทำแบบเดียวกันเว้นแต่ไม่ได้กินถั่วพิสตาชิโอเท่านั้น เป็นการเปรียบเทียบกันดู  หลังจากระยะเวลาผ่านไป 6 เดือน ได้พบว่าพวกเขาเหล่านี้ล้วนมีน้ำหนัก ตัวลดลง ไขมันในลำไส้ต่ำลง และมีอาการตอบสนองกับอินซูลินมากขึ้น

ข้อมูลเพิ่มเติม
มีงานวิจัยหนึ่งที่ศึกษาคุณสมบัติของถั่วพิสตาชิโอในด้านนี้ได้ทดลองโดยให้ผู้ป่วยเบาหวานรับประทานถั่วพิสตาชิโอ 25 กรัม 2 ครั้งต่อวัน เป็นเวลา 12 สัปดาห์ พบว่าผู้ป่วยมีระดับน้ำตาลในเลือดลดลงถึง 9 เปอร์เซ็นต์

แม้ผลการวิจัยจะเป็นไปในทางบวก แต่งานวิจัยที่ศึกษาถึงคุณสมบัติในการลดระดับน้ำตาลในเลือดของถั่วพิสตาชิโอยังมีอยู่ไม่มากนัก จึงจำเป็นต้องรองานวิจัยเพิ่มเติมเพื่อยืนยันประสิทธิผลในด้านนี้ต่อไป
จากลิงค์ https://www.pobpad.com/

   

6.  มีไขมันต่ำ

 

7.  ช่วยลดน้ำหนัก   

พิสตาชิโอมีไฟเบอร์(ใยอาหาร)สูง ถ้าเทียบกับน้ำหนักของถั่วใน1ออนซ์ ( ถั่วพิสทาชิโอประมาณ 47เม็ด ) ให้ใยอาหารมากกว่าผักโขมครึ่งถ้วย  เมื่อทานก่อนอาหารมื้อหลักจะทำให้ทานอาหารได้น้อยเพราะในกระเพาะอาหารมีใยอาหารอยู่มาก  

 

8.  ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ 

ถั่วพิสตาชิโอมีค่าสารต้านอนุมูลอิสระโดยรวม (TAC) มากกว่าแครอท12 เท่า มากกว่าบรอคโคลี 3-4 เท่า มากกว่าบลูเบอร์รี่ 

 

9.  ช่วยร่างกายสร้างภูมิต้านทานแอนติบอดีและช่วยสร้างเซลล์โลหิตใด้ดียิ่งขึ้น

 

10.  ช่วยลดการอักเสบที่ระดับเซลล์ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดโรคหัวใจ

 

11. ช่วยลดการสะสมของแบคทีเรียในร่างกาย

Dr. AndrewWeil จาก สถาบันวิจัยด้านสุขภาพของมหาลัยประจำรัฐแอริโซน่าทีมงานของเขาได้ทำการวิจัยเรื่องประโยชน์ของถั่วพิสทาชิโอ นักวิจัยได้เก็บรวบรวมตัวอย่างอุจจาระและผลตรวจเลือดจากอาสาสมัครจากกลุ่มคนที่บริโภคถั่วพิสทาชิโอวันละ 1.5 ออนซ์เป็นประจำใน 1 ปี และพบว่าการสะสมของแบคทีเรียต่างๆน้อยกว่าผู้ที่รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ตามปกติถึง 3 เท่า

 

12. ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งต่อมลูกหมากและมะเร็งปอด 

นักวิจัยจาก Texas Woman’s University ได้นำเสนองานวิจัยในงานประชุมAmericanAssociation for Cancer Research โดยชี้ให้เห็นว่าถั่วพิสตาชิโอช่วยเพิ่มระดับวิตามินอีธรรมชาติชนิดแกมมาโทโคเฟอรอล  ซึ่งช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมากและเซลล์มะเร็งปอด

 

13. ช่วยบำรุงกำลังเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ

โรงพยาบาลของศูนย์การเรียนและวิจัยอตาเติร์กตุรกีเปิดเผยว่า ถั่วพิสตาชิโอ เม็ดสีอมเขียวมีคุณประโยชน์ช่วยบำรุงกำลังร่างกายของบุรุษเพศ นักวิจัยตุรกีได้ศึกษากับกลุ่มผู้ชายที่มีครอบครัวแล้วอายุระหว่าง 38-59 ปี 17 คน ให้กินพิสตาชิโอวันละกำมือ เพื่อบำรุงเรี่ยวแรงเป็นเวลานาน 3 อาทิตย์ ได้ผลว่า พวกเขาพากันมีพละกำลังคึกคักขึ้น

 

14. ลดความเสี่ยงจากอาการประสาทตาเสื่อม

ลูทีนที่มีอยู่ในถั่วพิสตาชิโอเพิ่มประสิทธิภาพในการมองเห็นและลดความเสี่ยงจากอาการประสาทตาเสื่อมในผู้สูงอายุ

 

15.ช่วยบรรเทาโรคที่เกิดจากระบบประสาทและผิวหนัง

 

16. ช่วยลดอาการสิวกำเริบ

มีงานวิจัยหลายชิ้นให้ผลตรงกันว่า วิตามินบี 6 ในพิสตาชิโอ ที่มีอยู่สูงมาก ช่วยลดอาการสิวกำเริบ ในช่วงก่อนมีประจำเดือนในหญิงวัยรุ่นได้เป็นอย่างดี  รวมถึงอาการผิดปกติในรอบเดือนด้วยเช่น อาการร้อนวูบวาบ หงุดหงิด

 

17.  ช่วยบำรุงและเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรงช่วยลดความเสี่ยงของโรคกระดูกพรุน

 

18.  ช่วยคลายเครียดได้ดี

เนื่องจากอุดมด้วยวิตามินบีและแมกนีเซียมช่วยสร้างเซโรโทนินทำให้อารมณ์ดี รู้สึกผ่อนคลายจิตใจสงบ และยังมี

สังกะสีช่วยในการบรรเทาความเครียดเช่นกัน

 

19.  เป็นอาหารที่ดีสำหรับหญิงตั้งครรภ์

เพราะถั่วชนิดอุดมไปด้วยกรดโฟลิกที่จำเป็นอย่างมากสำหรับเด็กทารกในครรภ์

 

20. สามารถนำไปแปรรูปได้หลายอย่าง

น้ำมันจากต้นนำใช้ใประโยชน์ในการผลิตเครื่องสำอาง ใช้ในการลบกระและจุดด่างดำบนผิวหนัง

 

แหล่งอ้างอิง : 

Nutrition, June2010

http://http://www.healthaliciousness.com

http://www.healthaliciousness.com

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ


s


คุณต้องสมัครสมาชิก ถึงจะโพสกระทู้ได้

ปิดรับสมัครสมาชิกแล้ว