ยินดีต้อนรับ กรุณา สมัครสมาชิก หรือเข้าสู่ระบบ

Home » webboard » สุขภาพ และ ธรรมมะ
เข้าชม : 82

อาหารบำรุงไต อาการที่บอกว่าคุณอยู่ในกลุ่มภาวะไตพร่อง

โพสต์เมื่อ: วันศุกร์ 19 เมษายน 2562  09:12 น.

อาหารบำรุงไต ช่วยอ่อนเยาว์ตลอดกาล
 

     อาหารบำรุงไต ต้องกินอย่างไร หลายคนอาจตกใจ เมื่อหมอจีนแมะให้แล้วบอกว่า คุณมีภาวะไตพร่องบางคนคิดเลยเถิดไปว่า จะเสี่ยงเป็นไตวายไหม ใจเย็นๆ ก่อนค่ะ อาการไม่ได้รุนแรงขนาดนั้น

     “ไต” ทางการแพทย์แผนจีนไม่ได้หมายความเฉพาะเจาะจงลงไปที่อวัยวะไตแต่ไตในที่นี้หมายถึง การทำหน้าที่อื่นๆ ของไต เช่น พลังลมปราณหลักของร่างกายที่ได้รับเป็นมรดกตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา รวมไปถึงสมรรถภาพทางเพศซึ่งหากใช้ไปนานๆ ไม่ได้บำรุงดูแลก็จะเสื่อมไปตามการใช้งานและกาลเวลา

     เพราะฉะนั้นเมื่อไปตรวจสุขภาพประจำปี ผลตรวจการทำงานของไตทางห้องปฏิบัติการอาจไม่ได้มีความผิดปกติเสมอไปดังที่แพทย์จีนวินิจฉัย

เช็กอาการหลักที่บอกได้ว่าคุณอยู่ในกลุ่มภาวะไตพร่องกัน 
มี 5 อาการ ดังนี้        

1. ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะไม่สุด มีอาการแสบขัด ผู้สูงอายุจะมีอาการศีรษะสั่นขณะปัสสาวะ เนื่องจากชี่หรือพลังลมปราณของไตถูกดึงไปใช้ในอวัยวะส่วนล่างเพื่อขับปัสสาวะออกมา ส่วนชี่ที่ขึ้นไปเลี้ยงศีรษะส่วนบนก็มีพลังไม่พอ ทำให้บางคนมีอาการศีรษะสั่นหรือมีอาการขบฟันร่วมด้วย

ในเด็กเล็กมักพบอาการเหมือนผู้สูงอายุแต่มีสาเหตุต่างกัน โดยสารจิง หรือสารคัดหลั่งในร่างกายของเด็กเล็ก ยังผลิตได้ไม่เต็มที่ เมื่อต้องใช้แรงเบ่งเพื่อขับปัสสาวะลงด้านล่างไปหมดแล้ว แรงของอวัยวะส่วนบนจึงว่างเปล่า ศีรษะจึงสั่นคลอนไปด้วย

2. เวลานั่งอยู่เฉยๆ จะสั่นเท้า เขย่าขาโดยไม่รู้ตัว นอกจากทำให้เสียบุคลิกภาพแล้ว ยังบ่งบอกว่าสารจิงหรือสารคัดหลั่งหรือน้ำอสุจิของคุณมีปริมาณไม่เพียงพอ

3. ผมหงอกเยอะขึ้น ผมร่วงง่าย บางคนศีรษะล้านไปเลยก็มี

4. เหงื่อออกตอนกลางคืน เกิดจากชี่และหยินพร่อง ทำให้ไม่มีแรงดึงรั้งเหงื่อจึงออกมากในเวลากลางคืน

5. มีไข้ต่ำๆ ช่วง 17.00 น. - 19.00 น.

6. หูอื้อ มีเสียงในหู ประสาทสัมผัสด้านการได้ยินลดลง

7. ปวดเมื่อยเอว หลัง ส้นเท้าจากไตพร่อง

8. สมรรถภาพทางเพศเสื่อม มีอาการหลั่งเร็ว อวัยวะเพศไม่แข็งตัวช่องคลอดแห้ง อาหารช่วยบำรุงไต

 

อาหารที่ช่วยบำรุงไต ดังนี้

เกาลัด บำรุงไตหยาง บำรุงร่างกาย ม้าม กระเพาะอาหาร

งาดำ ช่วยบำรุงไต ทำให้ผมดกดำเงางาม ชะลอวัย คงความหนุ่มสาวป้องกันมะเร็ง วิธีกินคือ โรยงาดำคั่วบนข้าวสวยร้อนๆ น้ำแกง หรืออาหารชนิดอื่น ๆ ทำบัวลอยน้ำขิง บัวลอยงาดำน้ำเต้าหู้งาดำ

วอลนัท รูปร่างคล้ายสมองบำรุงไต บำรุงสมอง (มีโอเมก้า 3 สูงมาก)


เมื่อรู้เช่นนี้แล้ว หันมาดูแลไตของเราตั้งแต่วันนี้เถอะค่ะ ด้วยการพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่หมกมุ่นหรือทำงานเยอะเกินไปมีเพศสัมพันธ์พอเหมาะในวัยอันควรเพื่อไม่ให้แก่เร็ว คงความเป็นหนุ่มสาวไว้ได้

ตลอดกาล

 

จาก คอลัมน์หมอจีนประจำบ้าน นิตยสารชีวจิต ฉบับ 444
ขอบคุณข้อมูลจาก https://goodlifeupdate.com/healthy-body/87719.html 

-------------------------------------

อาหารบำรุงไต

หญ้าหนวดแมว มีเกลือโปแตสเซียม ช่วยขับกรดยูริคอันเป็นสาเหตุของโรคเกาต์ ป้องกันการเกิดนิ่ว ชงเป็นชาดื่ม เพียง 3-5 วัน สามารถทำให้นิ่วหลุดได้ 
(แต่ไม่ควรกินติดต่อกันเป็นเวลานาน) แก้ขัดเบา ขับปัสสาวะ บำรุงไต ไม่ควรทานช่วงเย็นเพราะอาจทำให้ปวดฉี่บ่อยๆ อาจรบกวนการนอนได้ ไม่เหมาะกับผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจและไตแล้ว เนื่องจากหญ้าหนวดแมวมีโปแตสเซียมสูง 

* อาหารขับปัสสาวะ หรือ ยาขับปัสสาวะ เมื่อทานมากๆ อาจส่งผลให้ร่างกายขาดธาตุแมกนีเซียมได้


กะหล่ำปลี มีวิตามินซี กรดโพลิก เส้นใยสูงทำให้ช่วยลดภาระการทำงานของไต  และช่วยป้องกันโรคหัวใจ ลดความดันโลหิต

หอมหัวใหญ่ มีสารประกอบธรรมชาติอย่างโพสตาแกรนติน ที่มีคุณสมบัติในการลดความหนืดของเลือด ลดความดันโลหิต ลดภาระการทำงานของไต เหมาะสำหรับผู้ที่มี คลิตินินสูง

งาดำ นอกจากช่วยบำรุงไตแล้ว ยังช่วยบำรุงสายตา  ทำให้ผมดำ  ไล่ลมไล่ชื้น   ยังเป็นยาระบายอ่อนๆด้วย แต่งาดำมีฤทธิ์ร้อนหากกินมากเกินไป อาจจะทำให้ร้อนใน ท้องผูก ตาแดง เจ็บชายโครงได้

เห็ดหูหนูดำ ช่วยบำรุงไต บำรุงระบบย่อยอาหาร ช่วยฟอกเลือด ลดคลอเรสเตอรอล  เห็ดหูหนูมีฤทธิ์เย็นไม่ควรกินเยอะเกินไปเพราะจะทำอ่อนเพลีย ท้องร่วง ท้องอืด

ถั่วดำ ช่วยบำรุงไต  บำรุงม้าม  ขับชื้น มีโปรตีน ไขมัน ถั่วดำยังช่วยหล่อลื่นลำไส้เป็นยาระบายอ่อน ๆ   แต่ถั่วดำ มีข้อเสียคือ ไม่เหมาะกับคนที่ท้องอืด  ลมในท้องมากเพราะจะทำให้อาการหนักมากขึ้น

เกาลัด นอกจากบำรุงไตได้ดีแล้ว ยังสามารถช่วยให้เจริญอาหาร ช่วยปรับสมดุลระบบย่อยได้อีกด้วย แต่ถ้ากินในปริมาณมากเกินไปจะทำให้ท้องอืดได้

หนวดข้าวโพด (ไหมข้าวโพด) ต้มแล้วดื่มแทนน้ำ จะช่วยขับปัสสาวะจึงสามารถลดอาการความดันโลหิตสูงและอาการบวมน้ำได้ ทั้งยังช่วยรักษานิ่วในไตระยะแรก ลดเบาหวาน แก้คลื่นไส้ อาเจียนได้   หนวดข้าวโพดมีฤทธิ์เย็นถ้ารับประทานมากเกินไปจะทำให้อ่อนเพลีย ท้องร่วงได้

ข้าวเหนียวดำ มีสารสำคัญชื่อแกมมา-โอไรซานอล(gamma oryzanol) ซึ่งสามารถลดคลอเลสเตอรอล,ไตรกลีเซอร์ และยังเพิ่มระดับของHDL รวมทั้งมีผลในการป้องกันการเกิดมะเร็งอัมพฤกษ์โรคหัวใจความดันโลหิตเส้นเลือดตีบ โรคเก๊าท์ไมเกรนลดความเครียดช่วยให้นอนหลับ แก้ปัญหาวัยทองและปวดประจำเดือน  สารแอนโทไซยานิน (anthocyanin) สามารถลดการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจได้ ในการแพทย์แผนจีนข้าวเหนียวดำ ช่วยบำรุงตับ บำรุงไต อบอุ่นระบบย่อยอาหาร แก้ปวดเมื่อยเอว เข่า ทั้งยังรักษาผมหงอกก่อนวัย ได้อีกด้วย

ปลา 

ต้องเป็นเนื้อปลาสดนำมานึ่ง ต้ม ทอด แต่ไม่ใช่ปลาเค็ม ปลาแดดเดียว ปลานอกจากจะมีวิตามิน โปรตีน ไขมัน เกลือแร่ และคาร์โบไฮเดรตแล้ว ยังมีโอเมก้า-3 ที่ช่วยเพิ่ม HDL ในการแพทย์แผนจีนนั้นปลา ช่วยบำรุงหัวใจ บำรุงไต อีกด้วย หากกินเป็นประจำจะช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจ ลดความดันโลหิต และลดคลอเรสเตอรอล ได้ แต่ปลามีฤทธิ์เย็น ถ้ารับประทานมากเกินไปจะทำให้ท้องอืด อ่อนเพลียได้

     อาหารทุกอย่างมีข้อดีและข้อเสีย ควรรับประทานแต่พอดี หลายหลาย และรับประทานให้เหมาะกับร่างกายของตัวเอง รู้จักสังเกตุตัวเอง ไม่รับประทานมากเกินไป หากอาการดีขึ้นแล้วก็ควรเปลี่ยนไปกินอย่างอื่น ไม่ใช่ว่าได้ยินคนอื่นมาว่าอันนั้นดีอันนี้ดีก็กินกันซะจนเป๋ ควรทานอาหารให้หลากหลายและเป็นเวลา พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายให้เหมาะสม
​ 

ไพรเวช
"สมดุลเพื่อชีวิต"

http://letterplanet.com/ 

 

---------------------------------------

อาหารบำรุงไต

กระเทียม มีสารอัลลิซิน (Allicin) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ(Antioxidant) ต้านการอักเสบในร่างกาย ป้องกันไตเสื่อม นอกจากนี้กระเทียมยังมีธาตุซีลีเนียม (Selenium) สูง สารนี้ช่วยส่งเสริมการหายใจระดับเซลล์ รวมทั้งเซลล์ที่ไตด้วยจึงช่วยให้ไตทำงานได้ดี

ผลไม้ที่มีสีแดงม่วง เช่น ลูกหม่อน ลูกหว้า บลูเบอร์รี่ เชอร์รี่ แก้วมังกรเนื้อสีแดง สารสีม่วงแดงในผลไม้เหล่านี้เมื่อผ่านกระบวนการย่อยอาหารในร่างกายจะปรับสมดุลกรด-ด่าง ป้องกันการติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะโดยจะไปทำให้เชื้อโรคที่ระบบทางเดินปัสสาวะเคลื่อนไหวไม่ได้ หรือเคลื่อนไหวช้า และถูกกำจัดออกมาพร้อมกับปัสสาวะ ลดความเสื่อมของไต อีกทั้งมีการวิจัยในผู้ที่ติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะเป็นประจำให้ดื่มน้ำเบอร์รี่จะลดการติดเชื้อ ลดการใช้ยาปฏิชีวนะได้

แอปเปิ้ล ได้ชื่อว่าเป็นผลไม้ที่มีกากใย (Fiber) สูง ทั้งใยอาหารชนิดละลายน้ำ และไม่ละลายน้ำ ดูดซับทั้งน้ำตาลและแป้งเพื่อกำจัดออกจากร่างกาย นอกจากนี้ยังช่วยดูดซับผลึกที่ก่อตัวและไปตกตะกอนบริเวณข้อต่างๆ รวมทั้งไต เพื่อกำจัดออกจากร่างกาย จึงช่วยป้องกันไตเสื่อมจากผลึกของเหลือเหล่านี้

น้ำสะอาด จากบทความข้างต้นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ไตเสื่อมจนเกิดไตวาย คือ การขาดน้ำอย่างรุนแรง ในผู้ที่ไม่มีโรคประจำตัวต้องจำกัดการดื่มน้ำ ควรดื่มน้ำวันละ 6-8 แก้ว เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนของเสียในร่างกาย และเป็นการถนอมไตให้ไม่ต้องทำงานหนักเกินไป

     เพราะไตเป็นอวัยวะที่สำคัญ หากไตเสื่อม ร่างกายเราก็ไม่สามารถขับเกลือแร่หรือสารพิษออกมาได้ ทำให้ร่างกายเกิดโรคตามมาหลายโรค การดูแลไตของเราให้มีสุขภาพดี ชะลอการเสื่อมของไต ก็เท่ากับเป็นการดูแลโรงงานกำจัดสารพิษให้กับร่างกาย เพื่อที่ร่างกายเราจะได้สดชื่นพร้อมที่จะทำกิจกรรมในแต่ละวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อทราบเช่นนี้แล้ววันนี้อย่าลืมดูแลสุขภาพไตของเราด้วยอาหารบำรุงไตกันนะ

ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.pikool.com/


------------------------------------

อาหารบํารุงไตหยิน:

อาหารที่ช่วยบํารุงไตหยินจะช่วยบํารุง เลือดไปในตัว เช่น ลูกพลับ เห็ดหูหนู ปลาหมึก มันเทศ


อาหารบํารุงไตหยาง:

การบํารุงไตหยาง ก่อนอื่นต้องเลี่ยง อาหารที่ให้ความเย็นแก่ร่างกายเสียก่อน และอย่าด่ืมน้ํามาก เกินควร

จากนั้นกินอาหารที่ช่วยเพิมพลังความร้อน ความอบอุ่น ในไต เช่น อบเชย ลูกจันทน์เทศ เครื่องเทศต่างๆ อาหารจําพวก หัวมัน และเมล็ดพืช วอลนัท เกาลัด กุยช่าย


อาหารบํารุงสารพลังชีวิต:

อาหารที่ช่วยเสริมพลังงานให้แก่ ไต เช่น กุยช่าย มันเทศ กุ้ง และเกาจีฉ่าย

นอกจากอาหารการกิน วิตามินและแร่ธาตุก็มีส่วนช่วย บํารุงเลือดและ บํารุงไต ได้แก่ กรดโฟลิก วิตามินบี และ แคลเซียม (ปริมาณปกติตามที่แนะนําไว้บนฉลากของผลิตภัณฑ์)

ขอบคุณข้อมูลจาก https://goodlifeupdate.com/healthy-body/89147.html/2 

-----------------------------------

14 สมุนไพร บำรุงไต

1. กระวาน

แพทย์แผนไทยใช้กระวานเป็นยาขับลม ช่วยกระจายเลือดและขับพิษออกจากกระแสเลือด ซึ่งสามารถนำทุกส่วนของกระวานมาต้มดื่มจะช่วยบำรุงไตทางอ้อมเพราะสามารถลดปริมาณของเสียในเลือดทำให้ไตไม่ต้องทำงานหนักมาก

2. กระเจี๊ยบแดง

ส่วนที่นำมาใช้เป็นสมุนไพรฟอกเลือดบำรุงไตให้เน้นไปที่ดอกสีแดงสด กระเจี๊ยบแดงมีสรรพคุณทางสมุนไพรมาก ชงกับน้ำร้อนดื่มแก้กระหาย ใช้เป็นยาบำรุงร่างกาย ขับปัสสาวะ บำรุงเลือด แก้โรคนิ่วในไต แก้นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ

3. งาขาว

งาขาวบดต้มกับน้ำ ดื่มเป็นยาบำรุงร่างกาย วิธีง่ายๆใช้งาขาวหนึ่งหยิบมือ บดในครกจนแตกละเอียด ต้มกับน้ำ ผู้ป่วยโรคไตควรดื่มน้ำงาขาวบ่อยๆ จะช่วยลดภาระการทำงานของไต เพราะช่วยขับเลือดเสีย ทำให้ไตทำงานน้อยลง ส่งผลให้ไตของผู้ป่วยชะลอการเสื่อมได้ยิ่งดี

4. ใบบัวบก

ใบบัวบกนับว่ามีประโยชน์โดยตรงสำหรับผู้ที่เป็นโรคไต เพราะมีสารสำคัญหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับระบบโลหิตโดยตรง อาทิเช่น ไตรเตอพีนอยด์(อะซิเอติโคไซ) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างคอลลาเจน เพิ่มความแข็งแรงของผนังหลอดเลือด ทำให้ผนังหลอดเลือดมีความหยืดหยุ่นเพื่มมากขึ้น ช่วยลดความดันโลหิตสูง และป้องกันเส้นเลือดฝอยแตกได้เป็นอย่างดี

5. เห็ดหลินจือ

เห็ดหลินจือเป็นที่คาดหวังกันไว้ว่าจะสามารถบรรเทาหรือรักษาโรคไตเรื้อรังได้ อาจารย์คณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาฯ ได้นำสรรพคุณของเห็ดหลินจือมาทดลองรักษาผู้ป่วยโรคไต ปรากฏว่าช่วยลดปริมาณไข่ขาวในปัสสาวะได้ และช่วยชะลออาการไตเสื่อมได้ดี

6. ขิง

สำหรับผู้ที่เป็นโรคไตดื่มน้ำขิงบ่อยๆจะดี ดื่มเพื่อบำรุงไต เพราะช่วยลดการอักเสบภายใน ตลอดจนเป็นยาขับปัสสาวะอ่อนๆ ช่วยขับปัสสาวะที่คั่งค้างอยู่ภายใน สลายนิ่วและสิ่งอุดตัน ช่วยลดไขมันในหลอดเลือด ตลอดจนช่วยกำจัดพิษที่ตกค้าง

7. เก๋ากี้ฉ่าย

สำหรับผู้ป่วยโรคไต ชาเก๋ากี้ดื่มบ่อยๆจะช่วยลดภาระให้แก่ไต ไม่ว่าจะเป็นการลดไขมันในกระแสเลือด ช่วยดูดซึมน้ำตาล ช่วยขับปัสสาวะ ช่วยชะลอการเสื่อมของไต

8. ผลหม่อนหรือเรียกว่าลูกหม่อน

กินสดทั้งผล มีสารประกอบของวิตามินซี ไบโอฟลาโวนอยด์สูงมาก บำรุงไต แก้อาการอักเสบของเนื้อไต(ลูกหม่อนหาทานยากเสียหน่อย แต่บำรุงไตดีมาก)

9. เกสรหรือไหมข้าวโพดและซังข้าวโพด

เอาตากแห้งแล้วต้มน้ำดื่มแทนน้ำ แก้ไตอักเสบ ขับปัสสาวะ แก้บวมน้ำ คนที่เป็นโรคเบาหวานร่วมด้วย ทานสูตรนี้ยิ่งดี รสไม่หวาน ข้าวโพดหาซื้อมาทำเองได้ง่าย

10. ใบข่อย

ใช้ต้มน้ำแบบใบชาดื่มแทนน้ำ ช่วยขับปัสสาวะ ลดภาระของไต

11. เตย

ใบ ต้น และรากหรือเหง้าของเตย ต้มดื่มแทนน้ำ แก้กระษัย ขับปัสสาวะ

12. หญ้าใต้ใบ

ทั้งต้น ต้มกับน้ำจนเดือด เคี่ยวนาน 15 นาที กระตุ้นสมรรถภาพไต

13. ต้นหญ้าหนวดแมว

หั่นตากแห้งชงกินแบบน้ำชาต่างน้ำ แก้กระษัย ทำให้ไตมีกำลัง ขับปัสสาวะ แก้นิ่ว สำหรับผู้ที่เป็นโรคหัวใจต้องระมัดระวัง ถ้าใช้หญ้าหนวดแมวแล้วอาจทำให้หัวใจสั่น เพราะหญ้าหนวดแมวมีฤทธิ์บีบหัวใจ

14. ถั่วเหลือง

นมถั่วเหลือง หรือเต้าหู้ จะมีสารจากถั่วเหลืองที่ชื่อไอโซฟลาโวน หรือเจนีสเตอิน บำรุงไต

Cr. แพทย์แผนไทย

 

เปลี่ยนวิธีกินพิชิตโรคร้าย เบาหวาน ความดัน มะเร็ง โรคอ้วน ไขมันเกาะตับ ฯลฯ หมอที่เก่งที่สุด คือ ตัวเราเอง โดย นพ.บุญชัย อิศราพิสิษฐ์  ดูคลิ๊ก>>   http://www.question.in.th/answer_view.php?id_ques=1349
 

 


s


คุณต้องสมัครสมาชิก ถึงจะโพสกระทู้ได้