ประโยชน์ ของ ลูกพรุน(สีม่วง)
- อุดมไปด้วย โฟเลต ธาตุเหล็ก และ วิตามินบี 2 ช่วยป้องกันโลหิตจาง ช่วยเสริมสร้างเม็ดเลือดแดง บำรุงเลือด ลดอาการอ่อนเพลีย
- มีวิตามินเอ ช่วยบำรุงตา ช่วยป้องกันจอประสาทตาเสื่อม ช่วยลดอาการตาแห้ง และ ตาบอดตอนกลางคืน
- พรุนมีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำมาก มีงานวิจัยที่ระบุว่าพรุนสามารถช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ แม้ว่าลูกพรุนจะมีความหวาน โดยประกอบไปด้วยน้ำตาลหลายชนิด เช่น ฟรุกโตส ซอร์บิทอล แต่ก็ไม่ทำให้ระดับของน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นอย่างเร็ว
- ช่วยปรับสมดุลระบบขับถ่าย ในร่างกาย ป้องกันท้องผูก เป็นยาระบายอ่อนๆ
- เป็นผลไม้ที่มีไขมันต่ำ แคลอรี่น้อย
- มีสารต้านอนุมูลอิสระมาก ลูกพรุนมีสารคริปโตคลอโรจีนิกในปริมาณมาก ซึ่งสารชนิดนี้เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดฤทธิ์ของอนุมูลอิสระ ซึ่งงานวิจัยของ Tufts University in Boston ระบุให้พรุนมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูงเป็นอันดับ 1 โดยวัดจากค่า ORAC ของพรุน มี 5,770 หน่วยต่อกรัม และยังสูงเป็น 2 เท่าของผลไม้ที่มีค่า ORAC อันดับต้น ๆ
- มีสารต้านอนูมูลอิสระ อยู่หลายชนิดมาก มีปริมาณของสารโพลีฟีนอลสูงถึง 282-922 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม ซึ่งสารโพลีฟีนอลที่พบมากในลูกพรุนคือ กรดไฮดรอกซีซินนามิก ที่อยู่ในรูปของกรดนีโอคลอโรเจนิกและกรดคลอโรจีนิก นอกจากนี้ยังมีโปรแอนโธไซยานิดิน วิตามินอี และฟลาโวนอยด์พิกเมนต์
- ลดคอเรสตอรอลในเลือด ใยอาหารละลายน้ำในพรุนช่วยลดคอเลสตอรอล โดยจับกับน้ำดีและกำจัดออกทางอุจจาระ โดยน้ำดีเป็นสารที่ใช้ในการย่อยไขมัน ตับจะผลิตน้ำดีจากคอเลสตอรอล เมื่อน้ำดีจับกับใยอาหารทำให้ตับต้องสร้างน้ำดีขึ้นมาใหม่ คอเลสตอรอลจึงถูกใช้ไปมากขึ้น เท่ากับช่วยลดประมาณของคอเลสตอรอลในระบบ ร่วมทั้งส่วนที่ผลิตจากตับด้วยเช่นกัน งานวิจัยมากมายศึกษาถึงผลของใยอาหารที่ละลายน้ำได้ในพรุน พบว่า ช่วยลดระดับคอเลสตอรอลรวมในในเลือด ลดไขมันชนิดไม่ดี LDL และลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจได้สูง 15%
- มีวิตามินซี และ แมกนีเซียม
- มีโพแทสเซียมสูง
ลูกพรุน(สีม่วง) ถูกจัดว่าเป็น ผลไม้ที่มี ปริมาณโพแทสเซียมสูงมาก เป็นอันดับต้นๆ ในบรรดาผลไม้
ลูกพรุน(อบแห้ง) ขนาด 100 กรัม มีโพแทสเซียม 1.1 กรัม หรือ 1,100 มก.(mg.)
ประโยชน์ของโพแทสเซียม
- ช่วยให้ระบบประสาทและกล้ามเนื้อทำงานได้ตามปกติ
- ช่วยควบคุมความสมดุลแร่ธาตุต่างๆ ในร่างกาย
- ช่วยควบคุมความสมดุล กรด-ด่าง ในร่างกาย
- ช่วยป้องกันภาวะกรดไหลย้อน
- ช่วยควบคุมความสมดุลความดันโลหิต ในร่างกาย
- ช่วยควบคุมความสมดุลของเหลว ในร่างกาย
- ช่วยดึงออกซิเจนให้ไปเลี้ยงสมองได้อย่างเพียงพอ
- ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญแคลอรี่ได้มากขึ้น
เราควรได้รับโพแทสเซียมอย่างน้อยวันละ 1,600-3,700 mg./วัน ร่างกายจึงจะทำงานได้ตามปกติ
หากร่างกายได้รับโพแทสเซียม น้อยเกินไป หรือ มากเกินไป ก็จะทำให้ร่างกายเสียสมดุล และ ป่วยได้
ในกรณีที่ระดับโพแทสเซียมในร่างกายมากเกินไปจะถูกไตขับออกมา และสำหรับผู้ที่ไตทำงานได้ไม่ดีก็ไม่ควรรับประทานโพแทสเซียมเสริมในปริมาณที่สูงมากจนเกินไปค่ะ
- โพแทสเซียมในเลือดที่มีค่าปกติ คือ 3.5 – 5.0 mEq/L
- โพแทสเซียมในเลือดที่มีค่าต่ำ คือ < 3.5 mEq/L จะมีอาการซึม อ่อนเพลีย คลื่นไส้ เบื่ออาหาร ตะคริว กล้ามเนื้ออ่อนแอ อ่อนเพลีย
- โพแทสเซียมในเลือดที่มีค่าสูง คือ > 5.0 mEq/L จะทำให้เกิดการคั่งของน้ำในร่างกาย(บวมน้ำ) หายใจลำบาก หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ
ศัตรูของโพแทสเซียม คือ แอลกอฮอล์ กาแฟ น้ำตาล สมุนไพรหรือยาขับปัสสาวะ