ยินดีต้อนรับ กรุณา สมัครสมาชิก หรือเข้าสู่ระบบ

Home » webboard » สุขภาพ และ ธรรมมะ
เข้าชม : 224

คำสอน แง่คิด ในการใช้ชีวิต

โพสต์เมื่อ: วันจันทร์ 5 เมษายน 2564  09:08 น.

   ความอยาก ไม่เคยสิ้นสุด เราดิ้นรนเพื่อสนองความอยาก อยากได้ อยากมี อยากเป็น เช่น เราอยากกินของอร่อย ก็ดิ้นรนเพื่อหาของอร่อยกิน แต่เมื่อกินอิ่มแล้ว กลับมีความอยากเพิ่มเข้ามาอีก ไม่มีสิ้นสุด กินเสร็จแล้ว เราอยากอะไรต่ออีก อยากดูหนัง หรือ อยากช้อปปิ้ง ใช้เงิน.. ดี?? ลองตั้งคำถามกับตัวเองดูว่า เราดิ้นรนเพื่อให้ได้สมหวังแล้ว แต่ทำไม ความสุขนั้น ไม่ได้ทำให้เราอิ่มเสียที ดังนั้น จง อย่า..ตามใจตัวเองตลอดเวลา เพราะความอยากนั้นไม่มีวันสิ้นสุด เราควรขัดใจตัวเองบ้าง ไม่สมหวังบ้าง เป็นวัคซีนชีวิตชั้นดี

   จิดใจของคน เปรียบเสมือนน้ำ มักไหลลงสู่ที่ต่ำ เราควรฝึกควบคุมจิตใจไม่ให้ไหลลงสู่ที่ต่ำ ด้วยการมีสติ ตื่นรู้ อยู่เสมอ... "จงมีสติอยู่กับตัว" จะตัดสินใจทำอะไร ควรใช้เหตุผลประกอบกับการตัดสินใจให้มากๆ

   สิ่งใดที่ควรทำ แล้วคุณไม่อยากทำมัน แต่คุณก็ทำมัน นั่นคือการปฏิบัติธรรม คือ การ ทวนกระแสกิเลสในจิตใจของตนเอง


   วิถีพอเพียง ช่วยพัฒนาชีวิต และ จิตใจอย่างยั่งยืน เป็นคำสอนจาก ร.9 เราควรนำมาประยุกต์ใช้ เพียงแค่ลดความอยากที่เกินความจำเป็นลง และ จงใช้ชีวิต อย่าง "พอดี พอเพียง และพอใจ" แล้วคุณจะได้ค้นพบกับความสุขที่แท้จริง และเป็นความสุขที่เต็มอิ่ม จาก คำว่า พอเพียง

   ชัยชนะ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือ การเอาชนะใจตัวเอง

   ไม่มี โรค ถือเป็น ลาภ อันประเสริฐ.. คำสอนนี้ บ่งบอกว่า สุขภาพนั้นสำคัญกว่าสิ่งอื่นใดในชีวิต

   ทุกสิ่งบนโลก ล้วน เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และ ดับไป... ทุกอย่างบนโลกใบนี้สูญสลายไปตามกาลเวลา เมื่อวันเวลาผ่านไป หลายๆ อย่างก็หายไปจากชีวิตของเราพร้อมกาลเวลา ไม่มีสิ่งใดจีรังยั่งยืน เราควรทำใจให้เป็น เช่น ผู้คนที่ห่างหาย, ญาติที่เริ่มตายจากกัน, เพื่อนห่างๆกันไป, ไดโนเสาร์ที่สูญพันธุ์, กล้องฟิล์มที่ถูกทดแทนด้วยการใช้กล้องดิจิตอล, ระบบโทรเลขที่เลิกใช้ รวมถึง โทรศัพท์บ้าน และ มือถือแบบตัวเลขปุ่มกด โนเกีย ฯลฯ

   คนเราเกิดมาพบกัน เพื่อลาจาก.. ไม่จากเป็น... ก็จากตาย.. ในวันใดวันหนึ่ง เราควรเห็นคุณค่าในทุกสิ่ง และ ทำวันนี้ให้ดีที่สุด 

   ถ้าคุณใช้เงินโดยไม่เห็นคุณค่าของมัน เงินจะไม่อยู่กับคุณ เมื่อคุณไม่เห็นค่าในสิ่งใด สิ่งนั้นจะไม่อยู่..กับคุณ คุณจะสูญเสียมันไป... จงใช้ทุกสิ่งอย่างรู้คุณค่า...

   คุณแค่อยาก " ดู... รวย " หรือ คุณอยาก " รวยจริงๆ "

   การทำธุรกิจที่ดี ความซื่อสัตย์ต่อผู้บริโภค นั้นเป็นสิ่งสำคัญที่สุด อาชีพทุกอย่างนั้นสามารถประสบความสำเร็จได้ ถ้าคุณทำมันให้ดีเลิศ ดีที่สุด นั่นคือคำว่า คุณภาพ อาชีพที่ธรรมด..อย่าง..คนขายไก่ทอด ก็สามารถรวยที่สุดได้ เช่น KFC และ อย่าจ่ายบานปลายในสิ่งที่ไม่จำเป็นมากเกินไป คุณควรควบคุมค่าใช้จ่ายให้สมดุลกับรายรับ "นั่นคือสิ่งที่ยาก" และ อย่าทำธุรกิจโดยมองที่ผลตอบแทนเพียงอย่างเดียว ว่าเราจะได้กำไรเท่านี้ เท่านั้น เพราะนั่นบ่งบอกว่า เราให้ความสำคัญกับคำว่ากำไรมากกว่าผู้บริโภค "เราไม่ได้นึกถึงผู้บริโภค" และให้ตั้งโจทย์อีกข้อด้วยก่อนการทำธุรกิจด้วย ว่า คนส่วนใหญ่เข้าถึงสินค้าได้หรือไม่ ราคาสบายกระเป๋าไหม ลูกค้าสามารถกลับมาซื้อซ้ำอีกครั้งได้ไหม?? ถ้าอยากให้ธุรกิจยั่งยืน เราควรคิดว่าจะทำอย่างไร ให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำต่อเนื่องได้ นั่นคือความยั่งยืน

   การทำธุรกิจ มีความเสี่ยง เราควรประเมินความเสี่ยงก่อนลงทุนทุกครั้ง หากจะเปิดร้านอาหาร ควรคำนึงถึงต้นทุน ค่าเช่าที่+ค่าน้ำ+ค่าไฟ+ค่าพนักงาน+ค่าตกแต่งร้าน+ค่าอุปกรณ์ครัว แล้วตั้งคำถามว่า เรามีต้นทุนสิ่งพวกนี้เฉลี่ยแล้ว ตกเท่าไหร่ต่อเดือน/ต่อวัน?? แล้วต้องขายของกี่เดือน กี่ปี จึงจะถึงจุดคืนทุน?? แล้ว สินค้าของเรา มีกำไรชิ้นละเท่าไหร่?? จะต้องขายสินค้า กี่ชิ้น/กี่จาน ต่อวัน จึงจะเรียกว่านี่ถึงจุดคุ้มทุนแล้ว?? และต้องขายให้ได้กี่ชิ้นต่อวันเพื่อให้เหลือเป็นกำไร?? ทำเลที่จะลงทุน มีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน ที่ลูกค้าจะเห็นผลิตภัณฑ์ จึงจะขายแล้วเหลือเป็นกำไร?? ถ้ายังตอบคำถามตรงนี้ไม่ได้ เราไม่ควรเสี่ยง..

   อย่ากลัวการทำธุรกิจ.. แต่จง "คิดให้รอบคอบ" ก่อนการทำธุรกิจ..

   อย่าเลือกทำธุรกิจที่ล้ม แล้วไปต่อไม่ได้ จนชีวิตอาจพังทลาย และอย่าทำอะไรที่เกินตัว แต่ให้เลือกทำในธุรกิจที่ล้ม แล้วสามารถเริ่มต้นใหม่หรือแก้ไขได้ เราควรมีแผน 2 อยู่เสมอ การเริ่มต้นเรียนรู้จากสิ่งเล็กๆ ไปหาใหญ่ๆ เป็นหนทางที่มั่นคง มากกว่าการเสี่ยงทำอะไรที่ใหญ่ๆ ตั่งแต่แรกเริ่ม จริงอยู่..ที่ว่า ถ้าทำอะไรใหญ่ๆ แล้วเกิดประสบความสำเร็จ ถ้ารุ่ง...ก็จะรุ่งมากๆ จากสโลแกนที่ว่า คิดใหญ่ ไม่คิดเล็ก แต่อย่าลืมว่า.. ถ้าพัง ก็จะพังทลาย ไม่เหลืออะไรเลยเช่นกัน การเริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ จะช่วยสะสมประสบการณ์ ให้ค่อยๆ ก้าวเดินไปอย่างมั่นคง ประสบการณ์ไม่มีสอนในตำรา หรือ ที่โรงเรียน เราจะเรียนรู้ได้จากชีวิตจริงเท่านั้น การเริ่มจากเล็กก็ไม่ใช่ว่าจะขยายใหญ่ไม่ได้ อย่าใช้ชีวิตด้วยความใจร้อน และโลภ โดยเฉพาะการทำธุรกิจ ควรใจเย็น และคิดให้รอบคอบเสมอ

   กำไรจากการทำธุรกิจ ควรแบ่งส่วนกำไรส่วนหนึ่งสะสมเอาไว้เป็นเงินทุนส่วนกลาง เพื่อเป็นส่วนเผื่อความมั่นคงในธุรกิจ เก็บไว้เป็นเงินฉุกเฉิน ในกรณีที่เกิดเหตุไม่คาดคิดเกิดขึ้น เช่น ไฟไหม้, โรคโควิด-19 ระบาด, ฟองสบู่แตก เป็นต้น สิ่งที่ไม่คาดคิดมักเกิดขึ้นเสมอ จงอย่าประมาท..

   อย่าปล่อยให้ความโลภนำทางชีวิต จงมีสติ..อยู่เสมอ

   โลกของความเป็นจริง ไม่เหมือนสิ่งที่ฝัน แต่คนเราสามารถไปถึงฝันได้ ถ้าความฝันนั้นยืนอยู่บนพื้นฐานของความจริง และ ไม่เพ้อฝัน

   การเรียนรู้จากคนที่เก่ง มีความสามารถ ให้ประสบความสำเร็จ คือ การเรียนรู้วิธีคิด ไม่ใช่การเรียนรู้วิธีทำ

   ความล้มเหลว คือ หนทางแห่งความสำเร็จ ความล้มเหลว คือครูที่ดี ประสบการณ์ชีวิต ถือเป็นครูสอนที่ดี จงเรียนรู้มัน

   รางวัลพิเศษในชีวิต มีไว้ให้สำหรับคนที่พิเศษมากกว่าผู้อื่นเท่านั้น เช่น คนที่พยายามมากกว่าผู้อื่น, คนที่ขยันมากกว่าผู้อื่น, คนที่มุ่งมั่นมากกว่าผู้อื่น, คนที่ใฝ่รู้และเรียนรู้มากกว่าผู้อื่น, คนที่ใช้ความคิดมากกว่าผู้อื่น, คนที่อดทนมากกว่าผู้อื่น เป็นต้น ...คุณคิดว่า...คุณเป็นคนที่พิเศษมากกว่าคนอื่นๆ หรือไม่ ??? คุณมีความเป็นเลิศในด้านไหนบ้าง ??? นั่นคือ คำตอบว่า คุณควรได้รับรางวัลพิเศษในชีวิตหรือไม่ ???

   ไม่เห็นทุกข์ ไม่เห็นทางธรรม ผู้ใดที่ไม่เคยมีทุกข์ ก็จะไม่เห็นหนทางในการดับทุกข์

   ความทุกข์นั้นมีประโยชน์หลายประการ เช่น ทำให้เราเข้มแข็งขึ้น, ทำให้เราเห็นค่าของคำว่าความสุขมากขึ้น, ทำให้เรารู้จักอดทน, ทำให้เราระมัดระวังมากขึ้น ใช้ชีวิตไม่ประมาท, ทำให้เราค้นพบวิธีดับทุกข์ได้ด้วยตัวเอง ตรัสรู้, ทำให้เราบริหารจิตใจเป็น ดับทุกข์ในใจเป็น ฯลฯ

   วจีกรรม คือ กรรมที่เกิดจากการกระทำทาง "คำพูด" และ รวมถึงการ "พิมพ์" ลงบนสื่อสาธารณะ หรือ สื่อโซเชียล ให้ลองสังเกตุดู สิ่งใดที่เราพูดหรือพิมพ์ออกไป มักย้อนเข้าตัวเสมอ นั่นคือ " วิบากกรรม " ของคำพูด วจีทุจริต 4 คือ พูดเท็จ พูดคำหยาบ พูดส่อเสียด พูดเพ้อเจ้อ

   จงใช้ชีวิตอย่างเปิดเผย เพราะการปกปิดนั้น ทำให้ชีวิต "เหนื่อย" จนบางครั้งก็หนัก ทั้งหนักและทั้งเหนื่อย.. ความเปิดเผยจะทำให้คุณใช้ชีวิตได้อย่างสบายใจ ไม่หนัก และ ไม่เหนื่อย..

   ทุกคนอยากดูดีในสายตาของคนที่เราชอบ หรือ อยากดูดีในสายตาคนอื่นเสมอ จนบางครั้งติดกับดักของคำว่าภาพลักษณ์มากเกินไป อย่าให้ความสำคัญกับคำว่าภาพลักษณ์มากเกินไปจนกลายเป็นปกปิด ไม่เปิดเผย ยิ่งมีภาพลักษณ์มาก ก็จะยิ่งต้องแบก และยิ่งทำให้เราเหนื่อย ไม่เป็นตัวของตัวเอง จงจำไว้ว่า ทุกคนมีข้อบกพร่อง ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ 100% จงอยู่อย่างเปิดเผยแล้วคุณจะสบายใจ

   ถ้าคุณมีน้ำใจ และ ปราถนาดีต่อผู้อื่นอยู่เสมอ คุณก็มักจะเจอคนมีน้ำใจคล้ายคุณอยู่เสมอเช่นกัน นั่นคือ กฏแห่งแรงดึงดูด

   รถ เป็นทรัพย์สินที่มูลค่าลดลงทุกปี เมื่อคุณซื้อมันแล้ว...มูลค่าของมันจะ "ตก" ลงไปทันที คุณจะไม่สามารถขายที่ราคาเดิมได้อีก ยิ่งเวลาผ่านไป มูลค่าของรถนั้น จะถูกลดลงไปเรื่อยๆ ทุกปี เมื่อคุณขายมัน คุณจะเหลือเงินจากมันเพียงแค่บางส่วน เมื่อรู้ตัวอีกที เงินของคุณก็หายไปเสียแล้ว... คุณควรซื้อทรัพย์สินที่มีมูลค่าเพิ่มได้ในตัวของมันเอง เช่น ที่ดิน หรือ บ้าน ฯลฯ เมื่อคุณขายมัน เงินที่คุณลงไปทั้งหมด จะยังคงอยู่ และ ไม่หายไปไหน

   ถ้าวันหนึ่ง คุณโดนยึดรถ เรื่องไม่ได้จบเพียงแค่นี้ รถที่ถูกยึด จะถูกนำไปประมูล ถ้าได้ราคาต่ำกว่าหนี้รถที่คุณเหลือไว้ คุณจะต้องจ่ายส่วนต่างนั้นให้กับเจ้าหนี้ด้วย ถ้าพวกเขาแจ้งคุณว่าเป็นเงินไม่กี่หมื่นบาท...แล้วคุณไม่จ่าย เมื่อเวลาผ่านไปหลายๆ ปี ดอกเบี้ยจะค่อยๆ พอกพูนขึ้น เงินหลักหมื่นจะกลายเป็นเงินหลักแสน มันจะกลายเป็นเงินก้อนโตมากพอที่พวกเขาจะยื่นฟ้องต่อศาล ซึ่งคุณจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ คุณต้องไปขึ้นศาลเพื่อไกล่เกลี่ย คุณอาจจะต่อรองกับพวกเขาให้ลดหนี้ให้ได้บ้างบางส่วน พูดคุยกับพวกเขาดีๆ เพื่อให้พวกเขาเห็นใจ แต่ในท้ายที่สุด คุณก็ต้องหาเงินมาจ่ายหนี้นั้นอยู่ดี เพราะเป็นคำสั่งศาล และเงินก้อนนั้นที่คุณต้องจ่าย อาจจะมากกว่าเงินหลักหมื่นในตอนแรกที่คุณต้องจ่ายอีกด้วย คุณควรทำใจ และยอมรับมัน ถ้าคุณ...เริ่มรู้ตัวว่าผ่อนรถไม่ไหว คุณควรประกาศขายมันออกไป แล้วจะไม่เจ็บมาก ถือเป็นบทเรียน หลังจากนั้นให้เริ่มต้นชีวิต นับ 1 ใหม่ จะดีกว่า...

   ชีวิตของคนเป็นเหมือนคลื่นที่มีชีวิต มีทั้งขึ้นสูง และลงต่ำ เมื่อชีวิตขาขึ้น หรือรุ่งเรืองสุดๆ อย่าหลงใหลหรือหลงลืมไปในขณะนั้น และ อย่าประมาท เมื่อไหร่ที่ชีวิตอยู่ในช่วงขาลง จงใช้ชีวิตอย่างมีสติให้มาก อย่าดิ้นรนทำอะไรจนเกินตัว คิดให้มากก่อนที่จะลงมือทำสิ่งนั้น

   การซื้อบ้าน คุณควรหาเงินก้อนไปตัดต้นบ้านออกเป็นประจำ ไม่เช่นนั้น คุณจะมีชีวิตที่ "ยิ่งแก่ ยิ่งเหนื่อย" ผ่อนไม่หมดเสียที และ คุณควรดูใบแจ้งหนี้บ้านจากธนาคาร ที่ส่งมาให้เสมอ ดูว่าเงินที่ผ่อนในแต่ละเดือนนั้น นำไปหักเป็นเงินต้นบ้านกี่บาท เป็นดอกเบี้ยกี่บาท ธนาคารคิดดอกเบี้ยบ้านคุณปีละเท่าไหร่ ?? คุณควรรู้ และ คำนวนดอกเบี้ยบ้านแบบคร่าวๆ ให้เป็น เช่น เงินต้น 1,000,000 บาท ดอกเบี้ยปล่อยลอยตัวแบบ MRR หรือ MLR หลังจากได้ดอกเบี้ยราคาพิเศษ 3 ปีแรก คุณควรรู้ไว้.. เช่น MRR อยู่ที่ 6% คุณเสียดอกเบี้ยปีละ 60,000 บาท หาร 12 เดือน คุณจะเสียดอกเบี้ยเดือนละ 5,000 บาท หากคุณผ่อนบ้านเดือนละ 8,500 บาท คุณจะตัดต้นบ้านได้เพียงเดือนละ 3,500 บาทเท่านั้น โดยประมาณ หากคุณไม่นำเงินก้อนไปตัดต้นบ้านออกบ้าง คุณจะ ยิ่งแก่ ยิ่งเหนื่อย.. ผ่อนบ้านไม่หมดเสียที

   อย่าคบซ้อน เพราะผิดศีล กรรมจะย้อนเข้าตัว และจะเป็นวิบากกรรมให้ต้องผิดหวังกับความรัก หรือ เจอวิบากกรรมความรักที่เจ็บปวดใจ

   อย่าทำให้ผู้อื่นเจ็บปวดใจ เพราะนั่นคือ การเบียดเบียนทางใจ จงอย่าเบียดเบียนผู้อื่นทั้งทางกาย วาจา และใจ

   คนที่ทำอาหารอร่อย คือ คนที่มีเสน่ห์ วิชาการทำอาหารเป็นสิ่งสำคัญของชีวิต อย่าลืม.. ที่จะเรียนรู้มัน สิ่งสำคัญของชีวิตคนนั้น คือ ปัจจัย 4 ซึ่ง หนึ่งในนั้น มี อาหาร รวมอยู่ด้วย มันเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ของชีวิต.. อาหารอร่อย จะทำให้สมองอารมณ์ดี นั่นคือ การสร้างความสุขให้กับผู้อื่น ในอีกรูปแบบหนึ่ง เมื่อคนทานอาหารมีความสุขใจ คุณก็จะได้รับความสุขใจนั้นกลับมาเช่นกัน

   ข้อดี ของการทำอาหารเก่ง คือ ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน คุณก็ไม่อดตาย เพราะว่าคุณทำอาหารได้ แม้ว่าค่าครองชีพจะแพงขึ้นแค่ไหน แต่คุณก็อยู่ได้ เพราะคุณทำอาหารเป็น เช่น ผัดผักบุ้งไฟแดง ผักบุ้ง 1 กำ 10 บาท กินกับข้าวสวยร้อนๆ, ไข่ลวก/ไข่ดาว ลูกละ 3.50 บาท, พริกแกงอร่อยๆ จาก ยี่ห้อแม่น้อย/แม่พร/แม่ลำดวน/ลุงดำ ฯลฯ ก็ทำให้ช่วยลดค่าใช้จ่ายได้เป็นอย่างดี การทำอาหารเป็น...จะช่วยให้คุณบริหารวัตถุดิบในตู้เย็นให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ใช้วัตถุดิบจนหมด และคุ้มค่า คุณควรเรียนรู้ไว้ และถ้าคุณทำอาหารอร่อยมาก คุณสามารถสร้างอาชีพให้มั่งคั่งได้

   ของที่ไม่ใช่ของ..ของเรา ไม่ว่าเราทำอย่างไร มันก็จะไม่ใช่ของ..ของเราอยู่ดี จงอย่า..อยากได้ของ..ของคนอื่น

   จงฝึกฝน และ เตรียมตัวให้พร้อมตลอดเวลา เมื่อโอกาสมาถึง จึงจะคว้าได้ทัน เราห้ามสอบตกในชีวิตจริง เพราะชีวิตจริงไม่มีคำว่าสอบซ่อม เหมือนในโรงเรียน "โอกาสที่ดีๆ ในชีวิตนั้น มักมีมาเพียงครั้งเดียว" ในชีวิตไม่มีคำว่า พลาดไปแล้ว..ฉันจะมาให้เธอแก้ตัวบ่อยๆ นะ

   อย่าเอาความสุขของเรา ฝากไว้กับคนอื่น ความสุขมีอยู่ในตัวเรา ค้นหาให้เจอ

   เมื่อชีวิตถึงทางตัน หาทางออกไม่เจอ ให้อยู่บ้าน ปิดวาจา ถือศีล 5 ทำอาหารบำรุงสมองให้ดี บำรุงร่างกายให้ดี อย่าปล่อยให้ร่างกายป่วย เรื่องบางอย่าง..ต้องใช้เวลาเป็นทางออก

   ถ้าเข่าเสื่อม เจ็บเข่า ข้อเข่าดังก๊อบแก๊บ เข่าหลวม ให้ทานคอลลาเจนไตรเปปไทด์ ผสม คอลลาเจนไทพ์ทู วันละ 10,000 mg. ติดต่อกันทุกวัน และทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระให้มากขึ้น มากๆ แล้ว อาการจะค่อยๆ ดีขึ้น ก่อนจะทานอะไร...ควรอ่านส่วนผสมทุกครั้ง

   ความพยายาม คือ เสน่ห์ และสีสันของชีวิต หากทำอะไรที่ไร้ความพยายาม ชีวิตจะขาดเสน่ห์และสีสันลงทันที ไม่ว่าจะทำอะไรก็แล้วแต่ ให้ลองใส่ความพยายามลงไป แล้วชีวิตจะเริ่มมีสีสันขึ้นมาทันที นั่นคือเสน่ห์ของ คำว่า ความพยายาม

   อย่าทรมานสัตว์ อย่าล้อเล่นกับชีวิตผู้อื่น ทุกคนรักชีวิตของตัวเอง มนุษย์เป็นสัตว์โลกที่เกิดมาเพื่อเบียดเบียนธรรมชาติทุกอย่าง สัตว์โลกถูกมนุษย์บริโภคเป็นจำนวนมากในแต่ละวัน จงสำนึกในบุญคุณ และ อย่ากินเหลือทิ้ง เหลือขว้าง บางวัฒนธรรมชอบต้มปลาหมึก หรือสับปลาหมึกแบบเป็นๆ บางวัฒนธรรม ฆ่าปลาไหลแบบเป็นๆ แล้วนำไปย่าง นั่น คือการทรมานสัตว์ เขาสละชีวิตเพื่อให้เรากินแล้ว อย่าได้ทรมานสัตว์อีกเลย "แค่เรากินเขา แค่นี้ก็ถือว่าบาปแล้ว..หนา.." บางเมนูหลีกเลี่ยงได้ ก็ควรหลีกเลี่ยงเสียเทิด อย่าอยากลอง เพียงเพราะเห็นว่าเป็นเมนูแปลกใหม่ อย่าความสนุกบนความทุกข์ของผู้อื่น อย่าทรมานสัตว์

   บัตรเครดิต ถ้าคุณจ่ายแค่ยอดชำระขั้นต่ำ ตามใบแจ้งหนี้ คุณจะเสียดอกเบี้ยรวมแล้ว...มโหฬาร ถ้าคุณลืมจ่ายค่าบัตรเครดิตในบางเดือน คุณจะถูกคิดดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม และ จะมีค่าติดตามทวงหนี้ ตามมาด้วย

   ถ้าคุณลงทุนในหุ้น แล้วพลาด... เจ็บตัวกับการลงทุนในหุ้น ให้ถามกับตัวเองว่าพลาดเพราะอะไร ?? ถ้ายังตอบให้กับตัวเองไม่ได้ อย่าเพิ่งกลับเข้ามาลงทุนอีก ให้ไปหาความรู้เพิ่ม เพื่อหา..คำตอบให้ได้ เมื่อตอบกับตัวเองได้แล้ว.. ค่อยกลับเข้ามาลงทุนใหม่ จึงจะดีกว่า.. ความผิดพลาด คือ ครูสอนที่ดี.. จงเรียนรู้มัน และหาทางป้องกันความผิดพลาดนั้น.. เพื่อไม่ให้เกิดขึ้นอีกในอนาคต.... การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง การลงทุนที่ดี คือ อย่าโฟกัสที่ผลกำไรเป็นหลัก แต่เราควรโฟกัสที่การป้องกันความเสี่ยง เป็นหลัก ต่างหาก.. กฏเหล็กของ ปู่ วอร์เรน บัฟเฟตต์ Warren Buffett สอนเอาไว้ว่า เงินต้น..เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด อย่า..สูญเสียมัน เมื่อเงินต้นของเราปลอดภัย ผลตอบแทนจะตามมาเอง

   การศึกษาเรื่องการลงทุนในหุ้น คุณอาจจะต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 7 ปี เพื่อสะสมความรู้และประสบการณ์ โดยใน 7 ปีนั้นคุณจะต้องผ่านช่วงเวลาที่ตลาด SET ปรับฐานไม่น้อยกว่า -300 จุดขึ้นไป ถึง 2-3 ครั้ง ซึ่งคุณจะต้องตกผลึกวิชาที่เรียนมาทั้งหมดให้ได้ เข้าใจอย่างกระจ่าง ถ่องแท้ เข้าใจถึงแก่น โดยผลตอบแทนที่ได้ จะเป็นตัวชี้วัดความสามารถของคุณ..ว่าคุณเข้าใจตลาดหุ้นได้ถึงแก่นแค่ไหน ??? และไม่ใช่แค่ผลตอบแทนที่ได้มาเพียงอย่างเดียว ที่จะเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จ จงอย่างประมาท... การป้องกันความเสี่ยง ปกป้องเงินต้นให้ปลอดภัย ก็เป็นอีกสิ่งที่สำคัญมากเช่นกัน ก่อนที่ SET จะปรับฐานครั้งใหญ่ คุณจะต้องปลดพอร์ตและถือเงินสดให้ได้มากที่สุด นั่นจึงจะบอกว่า "คุณอยู่รอดได้ ในตลาดเงิน ตลาดทุน" ทุกครั้งที่ SET ปรับฐานลงอย่างหนัก คุณติดดอย หรือ ว่า ถือเงินสดอยู่... แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรหล่ะ ว่า SET จะปรับฐาน หรือ หุ้นตัวนั้นจะจบรอบแล้ว ??? สิ่งที่จะทำให้คุณอยู่รอดได้ นั่นคือ ความรู้..


   ลักษณะนิสัย ที่นักลงทุน.. ลงทุนในหุ้น จะต้องมี คือ มีความอดทนสูง คุณต้องใช้ความอดทนสูงมากๆ คุณจะต้องรอบคอบ ใจเย็น ใฝ่รู้ มีวินัย และ อย่าโลภ... คุณจะต้องมีทุกข้อ ตามที่กล่าวมา ห้ามขาดข้อใดข้อหนึ่งเด็ดขาด.. นี่คือ ลักษณะนิสัยของคนที่จะประสบความสำเร็จในการลงทุนหุ้น

   การลงทุนในหุ้น ต้องใช้ความเข้าใจขั้นสูง และ ความรู้ขั้นสูง ถ้าคุณเล่นหุ้นแบบไม่รู้ แล้วใช้ดวงนำทาง ก็ไม่ต่างอะไรกับ การเล่นหวย หรือ การพนัน

   ชีวิตของคนเราจะเจริญรุ่งเรืองได้นั้น จะต้องมีความกตัญญู สำนึกในบุญคุณ และรู้จักทดแทนบุญคุณ ความดีจะเป็นตัวหนุนนำชีวิตให้เจริญรุ่งเรือง

   พื้นฐานของการเป็น "คนดี" คือ ไม่เคยทำร้ายใครทั้งทาง กาย วาจา และใจ

 


คุณต้องสมัครสมาชิก ถึงจะโพสกระทู้ได้

ปิดรับสมัครสมาชิกแล้ว


คำยอดฮิต :- คติสอนใจ