บทวิเคราะห์ หุ้น PRIN ปี 2557 ไตรมาส 1
งบกำไรขาดทุน
1. ยอดขาย ถึง ไตรมาสที่ 1
รายได้จากการขาย ขายได้ 592.82 ล้าน
ถ้าคิดทั้งปี ก็ประมาณ 2371.28 ล้าน เปรียบเทียบกับทรัพย์สินที่มีอยู่ 9570.63 ล้าน
ยอดขายเป็น 0.25 เท่า ของสินทรัพย์ (โดยทั่วไปถ้ายอดขายต่อปี มากกว่า 1 เท่าของสินทรัพย์ของบริษัท ถือว่าค่อนข้างใช้ได้)
2. รายได้อื่นๆ 2.59 ล้าน เท่ากับประมาณ 0.43 % ของยอดขายรวม
3. รายได้ทั้งหมด 595.41 ล้าน หัก ต้นทุนขาย 396.95 ล้าน เท่ากับกำไรขั้นต้นประมาณ 198.46 ล้าน
หรือมี margin ส่วนต่างกำไรประมาณ 33.33 % (ถ้าได้มากกว่า 20 % ขึ้นไปถือว่าค่อนข้างใช้ได้-ดี )
4. ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร เท่ากับ 133.54 ล้าน เทียบกับยอดขาย 592.82 ล้าน ประมาณ 22.53 %
เมื่อเปรียบเทียบกับกำไรขั้นต้น 198.46 ล้าน ประมาณ 67.29 % (ถ้าเท่ากับประมาณ 18% ถือว่าอยู่เกณฑ์ปกติ ควรต่ำกว่า 18% จะอยู่ในเกณฑ์ดี)
5. ค่าตอบแทนกรรมการและผู้บริหาร 108.31 ล้าน เทียบกับยอดขาย 592.82 ล้าน ประมาณ 18.27 %
เทียบกับกำไรขั้นต้น 198.46 ล้าน ประมาณ 54.58 %
6. กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้ 64.93 ล้าน
เป็นต้นทุนการเงิน (ดอกเบี้ยจ่าย) 5.21 ล้าน คิดเป็น 8.02 % ของกำไรก่อนต้นทุนทางการเงิน
เสียภาษีเงินได้ 14.07 ล้าน คิดเป็น 21.67 % ของกำไรก่อนต้นทุนทางการเงิน
7. กำไรสุทธิถึง ไตรมาสที่ 1 เท่ากับ 45.65 ล้าน เมื่อเปรียบเทียบกับส่วนของผู้ถือหุ้น 3884.75 ล้าน คิดเป็น 1.18 %
ถ้าคิดทั้งปีก็ประมาณ 4.72 %
8. กำไรต่อหุ้น 0.04 บาท ต่อ 1 ไตรมาส
ถ้าคิดทั้งปีจะมีกำไรต่อหุ้น 0.16
เมื่อดูราคาขณะนี้ ราคา 1.36 ต่อหุ้น
ถ้ารายได้สม่ำเสมอตามนี้ จำนวนปีที่จะคืนทุนคือ 8.5 ปี
*** หุ้นตัวนี้เป็นหุ้นอสังหาริมทรัพย์ มีลักษณะโตแบบอ้วน ๆ ผอม ๆ
โปรดใช้ความระมัดระวังในการพิจาราณา
*** 27 ธันวาคม 2556 (ใช้สิทธิแปลงหุ้นวอร์แรนต์ ครั้งที่ 4) ในราคา 1.50 บาท
*** ค่า P/E เหมาะสำหรับใช้คำนวนในบริษัทที่มีกำไรสม่ำเสมอเท่านั้น
*** ในกรณีที่หุ้นมีการ เพิ่มทุน ลดทุน แตกพาร์ ลดพาร์ รวมพาร์ จะทำให้การค่า P/E คลาดเคลื่อนได้
|
งบดุล
1. เงินสดและเงินลงทุนระยะสั้น มีจำนวน 382.53 ล้าน
เฉพาะเงินสดมี 382.53 ล้าน
** เปรียบเทียบเพื่อดูสภาพคล่องทางการเงินของบริษัทว่ามีเงินสดมากเท่าใด
2. ลูกหนี้การค้ามีจำนวน 275.29 ล้าน เปรียบเทียบกับยอดขาย 592.82 ล้าน ต่อ 1 ไตรมาส
หรือเป็นยอดขาย 197.61 ล้าน ต่อเดือน จะเห็นได้ว่า บริษัทให้เครดิตลูกค้าประมาณ 41 วัน
3. สินค้าคงคลัง หรือสต็อกวัตถุดิบมีจำนวน 6943.90 ล้าน
ในขณะที่ช่วงถึง ไตรมาสที่ 1 บริษัท ขายสินค้าไปตามราคาทุน 396.95 ล้าน
หรือประมาณเดือนละ 132.32 ล้าน เท่ากับว่า บริษัทมีสต็อก วัตถุดิบและสินค้า ที่จะเตรียมส่งขาย
ประมาณ 1574 วัน
4. บริษัทมีสินทรัพย์ เป็น ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์(โรงงาน) 108.82 ล้าน เปรียบเทียบกับยอดขายต่อปี 2371.28 ล้าน
** เปรียบเทียบเพื่อดูว่า ถ้าหากบริษัทต้องการขยายกิจการเพื่อเพิ่มยอดขาย ต้องใช้เงินมากเพียงใด มีเหตุจำเป็นทำให้ต้องเรียกเพิ่มทุนหรือไม่
5. สภาพคล่อง โดยคิด อัตราส่วนสินทรัพย์หมุนเวียนต่อหนี้สินหมุนเวียน (คิดลูกหนี้การค้าแค่ 85% เผื่อในกรณีหนี้เสียที่ตามเก็บไม่ได้)
มีค่าเท่ากับ 2.48 เท่า (โดยทั่วไปแล้ว ถ้ามีอัตราส่วนนี้อยู่ระหว่าง 1.5-2.5 เท่า ก็จะดี)
6. หาค่าหุ้น ก้นบุหรี่ หรือหุ้นแบกับดิน โดยการเอา สินทรัพย์หมุนเวียน หักด้วยหนี้สินทั้งหมด นั่นคือ
(7796.14)-(5685.87) = (2110.27)
ถ้าค่าเป็นบวก นั่นคือ เฉพาะ สินทรัพย์หมุนเวียน เพียงอย่างเดียวก็สามารถชำระหนี้ทั้งหมดได้ จัดว่าเป็นบริษัทที่มีความมั่นคงสูงมาก
เมื่อนำ 2110.27 หารด้วยจำนวนหุ้นทั้งหมดก็ คือ 2110.27 ล้าน ÷ 1219 ล้าน = 1.73 บาทต่อหุ้น
กล่าวคือ ถ้านักลงทุน ลงทุนกิจการนี้ที่ 1.73 บาทต่อหุ้น โอกาสที่นักลงทุนจะขาดทุนกับหุ้นตัวนี้นั้นต่ำมาก แทบจะไม่มีข้อเสีย เหมือนได้หุ้นฟรี
*** ถ้าผลลัพท์เป็น + จึงจะถึอว่าเป็นหุ้นก้นบุหรี ถ้าผลลัพท์เป็น - แสดงว่าไม่ใช่หุ้นก้นบุหรี่
*** หุ้นตัวนี้เป็นหุ้นอสังหาริมทรัพย์ มีลักษณะโตแบบอ้วน ๆ ผอม ๆ
สินทรัพทย์หมุนเวียนมีมากจึงเป็นเรื่องปกติ
ให้ตั้งข้อสังเกตุ สินทรัพย์หมุนเวียนเป็นสินทรัพทย์ที่ขายไม่ออกหรือไม่
โปรดใช้ความระมัดระวังในการพิจาราณา
7. คิด มาร์จินออฟเซฟตี้ แบบ เบนจามินเกรแฮม
โดยการเอา สินทรัพย์หมุนเวียน(สินทรัพย์ที่เปลี่ยนเป็นเงินสดได้เร็วสุด) หักด้วยหนี้สินทั้งหมด นั่นคือ
(7796.14)-(5685.87) = (2110.27)
เหลือเท่าไหร่ หารด้วยจำนวนหุ้นทั้งหมด คือ 2110.27 ล้าน ÷ 1219 ล้าน = 1.73 บาทต่อหุ้น
เสร็จแล้ว เอา 2/3 คูณ จะได้สูตรมาร์จินออฟเซฟตี้ของเบนจามินเท่ากับ 1.15 ถ้าราคาตลาดต่ำกว่า 1.15 ถือว่า เป็นหุ้น โครตถูก (ราคาตลาดตอนนี้ 1.36 )
*** ถ้าผลลัพท์เป็นบวกแสดงว่ามีเงินสดเหลืออยู่มากเกินกว่าราคาหุ้นที่เราซื้อถือว่าราคาหุ้นมีความปลอดภัยสูง ผลลัพท์ที่ได้ต้องเป็นบวกเท่านั้น ถ้าเป็นลบแสดงว่าไม่ใช่
*** หุ้นตัวนี้เป็นหุ้นอสังหาริมทรัพย์ มีลักษณะโตแบบอ้วน ๆ ผอม ๆ
สินทรัพทย์หมุนเวียนมีมากจึงเป็นเรื่องปกติ
ให้ตั้งข้อสังเกตุ สินทรัพย์หมุนเวียนเป็นสินทรัพทย์ที่ขายไม่ออกหรือไม่
โปรดใช้ความระมัดระวังในการพิจาราณา
|
หนี้สินของบริษัท
1. เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน มีจำนวน 983.52 ล้าน
เทียบกับยอดขาย 2371.28 ล้าน ต่อปี
2. เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น ซึ่งเป็นผู้ขายสินค้าและวัตถุดิบให้บริษัทมีจำนวน 402.40 ล้าน
** เจ้าหนี้การค้าคือผู้ขายสินค้าและวัตถุดิบให้บริษัท
3. หนี้สินหมุนเวียนอื่นๆ 33.16 เทียบกับหนี้สินหมุนเวียนทั้งหมด 3148.54
4. หนี้สินระยะยาว 2485.51 ล้าน แสดงถึงการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินว่ามากน้อยขนาดไหน
** บ่งบอกถึงโครงสร้างทางการเงินของบริษัทว่าอ่อนแอหรือไม่
5. โครงสร้างทางการเงินของบริษัท
มีหนี้ทั้งหมด 5685.87
แต่มีส่วนของผู้ถือหุ้นรวมกัน 3884.75
หรือมีหนี้ทั้งหมด 59.41 % ของสินทรัพย์ทั้งหมด
(ซึ่งบริษัทโดยทั่วไปมักมีหนี้มากกว่า 50% ของสินทรัพย์)
บริษัทมีทุนจดทะเบียน 1276.04 ล้าน เมื่อรวมกำไรสะสม จำนวน 2213.98 ล้าน
ทำให้มีจำนวนส่วนของผู้ถือหุ้นทั้งหมดประมาณ 3884.75 ล้าน
ข้อที่น่าสังเกตุก็คือ ส่วนของผู้ถือหุ้น มาจากกำไรแต่ละปีหลังหักเงินปันผลแล้ว ทบเข้ามาเพิ่มเรื่อยๆ หากบริษัทใดมีกำไรสะสมเยอะๆนั้น ถือเป็นกิจการที่ล้มยาก |
|