ยินดีต้อนรับ กรุณา สมัครสมาชิก หรือเข้าสู่ระบบ

Home » webboard » หุ้น
เข้าชม : 711

บทวิเคราะห์ หุ้น EASON ปี 2557 ไตรมาส 1

โพสต์เมื่อ: วันอาทิตย์ 25 พฤษภาคม 2557  20:30 น.


บทวิเคราะห์ หุ้น EASON ปี 2557 ไตรมาส 1

งบกำไรขาดทุน
1. ยอดขาย ถึง ไตรมาสที่ 1
รายได้จากการขาย ขายได้ 104.40 ล้าน
ถ้าคิดทั้งปี ก็ประมาณ 417.6 ล้าน เปรียบเทียบกับทรัพย์สินที่มีอยู่ 805.24 ล้าน
ยอดขายเป็น 0.52 เท่า ของสินทรัพย์ (โดยทั่วไปถ้ายอดขายต่อปี มากกว่า 1 เท่าของสินทรัพย์ของบริษัท ถือว่าค่อนข้างใช้ได้)

2. รายได้อื่นๆ 7.44 ล้าน เท่ากับประมาณ 6.21 % ของยอดขายรวม

3. รายได้ทั้งหมด 119.85 ล้าน หัก ต้นทุนขาย 62.06 ล้าน เท่ากับกำไรขั้นต้นประมาณ 57.79 ล้าน 
หรือมี margin ส่วนต่างกำไรประมาณ 48.22 % (ถ้าได้มากกว่า 20 % ขึ้นไปถือว่าค่อนข้างใช้ได้-ดี )

4. ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร เท่ากับ 42.52 ล้าน เทียบกับยอดขาย 104.40 ล้าน ประมาณ 40.73 % 
เมื่อเปรียบเทียบกับกำไรขั้นต้น 57.79 ล้าน ประมาณ 73.58 % (ถ้าเท่ากับประมาณ 18% ถือว่าอยู่เกณฑ์ปกติ ควรต่ำกว่า 18% จะอยู่ในเกณฑ์ดี)

5. ค่าตอบแทนกรรมการและผู้บริหาร 40.39 ล้าน เทียบกับยอดขาย 104.40 ล้าน ประมาณ 38.69 %
เทียบกับกำไรขั้นต้น 57.79 ล้าน ประมาณ 69.89 %

6. กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้ 15.27 ล้าน
เป็นต้นทุนการเงิน (ดอกเบี้ยจ่าย) 1.03 ล้าน คิดเป็น 6.75 % ของกำไรก่อนต้นทุนทางการเงิน 
เสียภาษีเงินได้ 2.42 ล้าน คิดเป็น 15.85 % ของกำไรก่อนต้นทุนทางการเงิน

7. กำไรสุทธิถึง ไตรมาสที่ 1 เท่ากับ 11.83 ล้าน เมื่อเปรียบเทียบกับส่วนของผู้ถือหุ้น 657.42 ล้าน คิดเป็น 1.8 % ถ้าคิดทั้งปีก็ประมาณ 7.2 %

8. กำไรต่อหุ้น 0.04 บาท ต่อ 1 ไตรมาส 
ถ้าคิดทั้งปีจะมีกำไรต่อหุ้น 0.16
เมื่อดูราคาขณะนี้ ราคา 3.28 ต่อหุ้น
ถ้ารายได้สม่ำเสมอตามนี้ จำนวนปีที่จะคืนทุนคือ 20.5 ปี
*** ในกรณีที่หุ้นมีการ เพิ่มทุน ลดทุน แตกพาร์ ลดพาร์ รวมพาร์ จะทำให้การค่า P/E คลาดเคลื่อนได้
*** ค่า P/E เหมาะสำหรับใช้คำนวนในบริษัทที่มีกำไรสม่ำเสมอเท่านั้น
 
งบดุล
1. เงินสดและเงินลงทุนระยะสั้น มีจำนวน 120.98 ล้าน
เฉพาะเงินสดมี 106.08 ล้าน 
** เปรียบเทียบเพื่อดูสภาพคล่องทางการเงินของบริษัทว่ามีเงินสดมากเท่าใด

2. ลูกหนี้การค้ามีจำนวน 127.35 ล้าน เปรียบเทียบกับยอดขาย 104.40 ล้าน ต่อ 1 ไตรมาส
หรือเป็นยอดขาย 34.8 ล้าน ต่อเดือน จะเห็นได้ว่า บริษัทให้เครดิตลูกค้าประมาณ 109 วัน

3. สินค้าคงคลัง หรือสต็อกวัตถุดิบมีจำนวน 68.64 ล้าน
ในขณะที่ช่วงถึง ไตรมาสที่ 1 บริษัท ขายสินค้าไปตามราคาทุน 62.06 ล้าน
หรือประมาณเดือนละ 20.69 ล้าน เท่ากับว่า บริษัทมีสต็อก วัตถุดิบและสินค้า ที่จะเตรียมส่งขาย
ประมาณ 99 วัน 

4. บริษัทมีสินทรัพย์ เป็น ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์(โรงงาน) 359.18 ล้าน เปรียบเทียบกับยอดขายต่อปี 417.6 ล้าน
** เปรียบเทียบเพื่อดูว่า ถ้าหากบริษัทต้องการขยายกิจการเพื่อเพิ่มยอดขาย ต้องใช้เงินมากเพียงใด มีเหตุจำเป็นทำให้ต้องเรียกเพิ่มทุนหรือไม่

5. สภาพคล่อง โดยคิด อัตราส่วนสินทรัพย์หมุนเวียนต่อหนี้สินหมุนเวียน (คิดลูกหนี้การค้าแค่ 85% เผื่อในกรณีหนี้เสียที่ตามเก็บไม่ได้)
มีค่าเท่ากับ 4.2 เท่า (โดยทั่วไปแล้ว ถ้ามีอัตราส่วนนี้อยู่ระหว่าง 1.5-2.5 เท่า ก็จะดี)

6. หาค่าหุ้น ก้นบุหรี่ หรือหุ้นแบกับดิน โดยการเอา สินทรัพย์หมุนเวียน หักด้วยหนี้สินทั้งหมด นั่นคือ
(307.09)-(147.82) = (159.27)
ถ้าค่าเป็นบวก นั่นคือ เฉพาะ สินทรัพย์หมุนเวียน เพียงอย่างเดียวก็สามารถชำระหนี้ทั้งหมดได้ จัดว่าเป็นบริษัทที่มีความมั่นคงสูงมาก
เมื่อนำ 159.27 หารด้วยจำนวนหุ้นทั้งหมดก็ คือ 159.27 ล้าน ÷ 285 ล้าน = 0.56 บาทต่อหุ้น
กล่าวคือ ถ้านักลงทุน ลงทุนกิจการนี้ที่ 0.56 บาทต่อหุ้น โอกาสที่นักลงทุนจะขาดทุนกับหุ้นตัวนี้นั้นต่ำมาก แทบจะไม่มีข้อเสีย เหมือนได้หุ้นฟรี 
*** ถ้าผลลัพท์เป็น + จึงจะถึอว่าเป็นหุ้นก้นบุหรี ถ้าผลลัพท์เป็น - แสดงว่าไม่ใช่หุ้นก้นบุหรี่ 

7. คิด มาร์จินออฟเซฟตี้ แบบ เบนจามินเกรแฮม
โดยการเอา สินทรัพย์หมุนเวียน(สินทรัพย์ที่เปลี่ยนเป็นเงินสดได้เร็วสุด) หักด้วยหนี้สินทั้งหมด นั่นคือ
(307.09)-(147.82) = (159.27)

เหลือเท่าไหร่ หารด้วยจำนวนหุ้นทั้งหมด คือ 159.27 ล้าน ÷ 285 ล้าน = 0.56 บาทต่อหุ้น
เสร็จแล้ว เอา 2/3 คูณ จะได้สูตรมาร์จินออฟเซฟตี้ของเบนจามินเท่ากับ 0.37 ถ้าราคาตลาดต่ำกว่า 0.37 ถือว่า เป็นหุ้น โครตถูก (ราคาตลาดตอนนี้ 3.28 )

*** ถ้าผลลัพท์เป็นบวกแสดงว่ามีเงินสดเหลืออยู่มากเกินกว่าราคาหุ้นที่เราซื้อถือว่าราคาหุ้นมีความปลอดภัยสูง ผลลัพท์ที่ได้ต้องเป็นบวกเท่านั้น ถ้าเป็นลบแสดงว่าไม่ใช่
 
หนี้สินของบริษัท
1. เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน มีจำนวน 0.00 ล้าน
เทียบกับยอดขาย 417.6 ล้าน ต่อปี

2. เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น ซึ่งเป็นผู้ขายสินค้าและวัตถุดิบให้บริษัทมีจำนวน 48.02 ล้าน

3. หนี้สินหมุนเวียนอื่นๆ 8.80 เทียบกับหนี้สินหมุนเวียนทั้งหมด 73.20

4. หนี้สินระยะยาว 55.54 ล้าน แสดงถึงการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินว่ามากน้อยขนาดไหน
** บ่งบอกถึงโครงสร้างทางการเงินของบริษัทว่าอ่อนแอหรือไม่

5. โครงสร้างทางการเงินของบริษัท

มีหนี้ทั้งหมด 147.82

แต่มีส่วนของผู้ถือหุ้นรวมกัน 657.42 

หรือมีหนี้ทั้งหมด 18.36 % ของสินทรัพย์ทั้งหมด

(ซึ่งบริษัทโดยทั่วไปมักมีหนี้มากกว่า 50% ของสินทรัพย์)

บริษัทมีทุนจดทะเบียน 286.82 ล้าน เมื่อรวมกำไรสะสม จำนวน 277.86 ล้าน

ทำให้มีจำนวนส่วนของผู้ถือหุ้นทั้งหมดประมาณ 657.42 ล้าน

ข้อที่น่าสังเกตุก็คือ ส่วนของผู้ถือหุ้น มาจากกำไรแต่ละปีหลังหักเงินปันผลแล้ว ทบเข้ามาเพิ่มเรื่อยๆ หากบริษัทใดมีกำไรสะสมเยอะๆนั้น ถือเป็นกิจการที่ล้มยาก


ข่าว 15 พ.ค. 57
บริษัท อีซนึ่ เพ้นท์ จํากดั (มหาชน) (“บริษัท”) ได้จดตั้งบริษัท อีซนึ่ อินโดนีเซีย จํากดั (“EI”) ซึ่ง
เป็นบริษัทย่อยในประเทศอินโดนีเซีย ขณะนี้คงอยู่ระหว่างการก่อสร้างอาคารและติดตงเครื่องจักรนั้น
 
บริษัทได้ทดรองจ่ายเงินเพื่อเป็นคาซื้ออาคารและที่ดินให้แก่ EI ในระหวางการจดทะเบียนจดตั้งบริษัท
เป็นจํานวนเงิน 58,008,493.64 บาท ซงจะครบกำหนดระยะเวลา 1 ปีในวันที่ 30 มิถนายน 2557 ที่ประชุม
คณะกรรมการบริษัท อีซึ่น เพ้นท์ จํากัด (มหาชน) เมื่อวันที่14 พฤษภาคม 2557 จงเห็นชอบให้เปลี่ยนแปลงเงิน
ทดรองจ่ายดงกล่าวเป็นตั๋วสัญญาใช้เงิน ตามรายละเอียดดังนี้
 
1. วันที่อนุมัติรายการ 14 พฤษภาคม 2557 
2. วนที่เกิดรายการ ภายในเดือนมิถุนายน 2557 
3. ผ้รูับความช่วยเหลือทางการเงิน 
ก. ชื่อบริษัท บริษัท อีซึ่น เพ้นท์ จํากัด (มหาชน)
ข. ผ้ถูือห้นรายใหญ่ บริษัท อีซึ่น เพ้นท์ จํากัด (มหาชน) ถือหุ้นร้อยละ 99.97
ค. ลกษณะการประกอบธุรกิจ ผู้ผลิตและจำหน่ายสีพ่นรถจักรยานยนต์ และ สีอุตสาหกรรมอื่น ๆ
 
4. ลักษณะโดยทั่วไปของรายการ 
ก. วงเงินก้ยูืม 58,008,493.64 บาท
ข. เอกสารการกู้ยูืม ตั๋วสัญญาใช้เงิน
ค. อัตราดอกเบี้ย ร้อยละ 4 ต่อปี
ง. กําหนดการชําระคืนเงินกู้ เมื่อทวงถาม
จ. ความสัมพันธ์กับบริษัท เป็นบริษัทย่อย ของบริษัท อีซึ่น เพ้นท์ จํากัด (มหาชน)
 
5. เหตุผลและที่มาของรายการ เนื่องจากบริษัทย่อยเพิ่งจดทะเบียนจัดตั้งจึงยังไม่สามารถหาแหล่งเงินกู้ได้และมีภาระค่าใช้จ่ายในการต่อเติมอาคารและการซือเครื่องจักรเพิ่มเติม

ข่าว 16 ธันวาคม 2556
บริษัท อีซึ่น เพ้นท์ จํากัด (มหาชน) (“บริษัท”) ได้มีมติเกี่ยวกบการ "ลดทุน" ของบริษัท ไบรท์ บลูวอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น จํากัด (“BBW”) ลดทุนเพื่อล้างขาดทุนสะสม จากมูลที่ตราไว้ 1,000 บาท เหลือหุ้นละ 5 บาท ทำให้ทุนจดทะเบียน BBW ลดลงจาก 35 ล้านบาท เหลือ 175,000 บาท

และ"เพิ่มทุน" จดทะเบียนเป็นจำนวน 16 ล้านบาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญ 3,200,000 หุ้น จะทำให้ BBW มีทุนจดทะเบียนรวมเป็น 16,175,000 บาท

*** ข้อน่าสังเกตุ บริษัทที่มีบริษัทลูกมากมายที่ต้องดูแล อาจจะทำให้เงินลงทุนในบริษัทลูกนั้นกลายเป็นหนีเสียไปได้ ทำให้ยากที่จะฐานะที่แท้จริงของบริษัทที่อยู่นอกตลาดหลักทรัพย์ สาเหตุหลัก ๆ อาจจะเกิดจากความไม่สันทัดในการทำธุรกิจที่อยู่นอกเหนือความชำนาญของตน และที่น่ากลัวที่สุด ก็คือ การที่ผู้บริหารอาจทำการฉ้อฉลเอา..จากบริษัทลูกหลานโดยที่ไม่ต้องเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณชน CR. หนังสือตีแตก ดร.นิเวศน์




คุณต้องสมัครสมาชิก ถึงจะโพสกระทู้ได้

ปิดรับสมัครสมาชิกแล้ว