ยินดีต้อนรับ กรุณา สมัครสมาชิก หรือเข้าสู่ระบบ

Home » webboard » หุ้น
เข้าชม : 631

บทวิเคราะห์ หุ้น TNDT ปี 2557 ไตรมาส 1

โพสต์เมื่อ: วันอังคาร 27 พฤษภาคม 2557  21:26 น.


บทวิเคราะห์ หุ้น TNDT ปี 2557 ไตรมาส 1

งบกำไรขาดทุน
1. ยอดขาย ถึง ไตรมาสที่ 1
รายได้จากการขาย ขายได้ 104.10 ล้าน
ถ้าคิดทั้งปี ก็ประมาณ 416.4 ล้าน เปรียบเทียบกับทรัพย์สินที่มีอยู่ 542.42 ล้าน
ยอดขายเป็น 0.77 เท่า ของสินทรัพย์ (โดยทั่วไปถ้ายอดขายต่อปี มากกว่า 1 เท่าของสินทรัพย์ของบริษัท ถือว่าค่อนข้างใช้ได้)

2. รายได้อื่นๆ 1.58 ล้าน เท่ากับประมาณ 1.5 % ของยอดขายรวม

3. รายได้ทั้งหมด 105.68 ล้าน หัก ต้นทุนขาย 69.50 ล้าน เท่ากับกำไรขั้นต้นประมาณ 36.18 ล้าน 
หรือมี margin ส่วนต่างกำไรประมาณ 34.24 % (ถ้าได้มากกว่า 20 % ขึ้นไปถือว่าค่อนข้างใช้ได้-ดี )

4. ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร เท่ากับ 12.44 ล้าน เทียบกับยอดขาย 104.10 ล้าน ประมาณ 11.95 % 
เมื่อเปรียบเทียบกับกำไรขั้นต้น 36.18 ล้าน ประมาณ 34.38 % (ถ้าเท่ากับประมาณ 18% ถือว่าอยู่เกณฑ์ปกติ ควรต่ำกว่า 18% จะอยู่ในเกณฑ์ดี)

5. ค่าตอบแทนกรรมการและผู้บริหาร 12.44 ล้าน เทียบกับยอดขาย 104.10 ล้าน ประมาณ 11.95 %
เทียบกับกำไรขั้นต้น 36.18 ล้าน ประมาณ 34.38 %

6. กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้ 23.74 ล้าน
เป็นต้นทุนการเงิน (ดอกเบี้ยจ่าย) 0.08 ล้าน คิดเป็น 0.34 % ของกำไรก่อนต้นทุนทางการเงิน 
เสียภาษีเงินได้ 0.05 ล้าน คิดเป็น 0.21 % ของกำไรก่อนต้นทุนทางการเงิน

7. กำไรสุทธิถึง ไตรมาสที่ 1 เท่ากับ 23.61 ล้าน เมื่อเปรียบเทียบกับส่วนของผู้ถือหุ้น 469.28 ล้าน คิดเป็น 5.03 % ถ้าคิดทั้งปีก็ประมาณ 20.12 %

8. กำไรต่อหุ้น 0.23 บาท ต่อ 1 ไตรมาส 
ถ้าคิดทั้งปีจะมีกำไรต่อหุ้น 0.92
เมื่อดูราคาขณะนี้ ราคา 12.10 ต่อหุ้น
ถ้ารายได้สม่ำเสมอตามนี้ จำนวนปีที่จะคืนทุนคือ 13.15 ปี
*** ในกรณีที่หุ้นมีการ เพิ่มทุน ลดทุน แตกพาร์ ลดพาร์ รวมพาร์ จะทำให้การค่า P/E คลาดเคลื่อนได้
*** ค่า P/E เหมาะสำหรับใช้คำนวนในบริษัทที่มีกำไรสม่ำเสมอเท่านั้น
 
งบดุล
1. เงินสดและเงินลงทุนระยะสั้น มีจำนวน 75.94 ล้าน
เฉพาะเงินสดมี 55.38 ล้าน 
** เปรียบเทียบเพื่อดูสภาพคล่องทางการเงินของบริษัทว่ามีเงินสดมากเท่าใด

2. ลูกหนี้การค้ามีจำนวน 155.64 ล้าน เปรียบเทียบกับยอดขาย 104.10 ล้าน ต่อ 1 ไตรมาส
หรือเป็นยอดขาย 34.7 ล้าน ต่อเดือน จะเห็นได้ว่า บริษัทให้เครดิตลูกค้าประมาณ 134 วัน

3. สินค้าคงคลัง หรือสต็อกวัตถุดิบมีจำนวน 11.10 ล้าน
ในขณะที่ช่วงถึง ไตรมาสที่ 1 บริษัท ขายสินค้าไปตามราคาทุน 69.50 ล้าน
หรือประมาณเดือนละ 23.17 ล้าน เท่ากับว่า บริษัทมีสต็อก วัตถุดิบและสินค้า ที่จะเตรียมส่งขาย
ประมาณ 14 วัน 

4. บริษัทมีสินทรัพย์ เป็น ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์(โรงงาน) 140.49 ล้าน เปรียบเทียบกับยอดขายต่อปี 416.4 ล้าน
** เปรียบเทียบเพื่อดูว่า ถ้าหากบริษัทต้องการขยายกิจการเพื่อเพิ่มยอดขาย ต้องใช้เงินมากเพียงใด มีเหตุจำเป็นทำให้ต้องเรียกเพิ่มทุนหรือไม่

5. สภาพคล่อง โดยคิด อัตราส่วนสินทรัพย์หมุนเวียนต่อหนี้สินหมุนเวียน (คิดลูกหนี้การค้าแค่ 85% เผื่อในกรณีหนี้เสียที่ตามเก็บไม่ได้)
มีค่าเท่ากับ 4.03 เท่า (โดยทั่วไปแล้ว ถ้ามีอัตราส่วนนี้อยู่ระหว่าง 1.5-2.5 เท่า ก็จะดี)

6. หาค่าหุ้น ก้นบุหรี่ หรือหุ้นแบกับดิน โดยการเอา สินทรัพย์หมุนเวียน หักด้วยหนี้สินทั้งหมด นั่นคือ
(245.01)-(73.14) = (171.87)
ถ้าค่าเป็นบวก นั่นคือ เฉพาะ สินทรัพย์หมุนเวียน เพียงอย่างเดียวก็สามารถชำระหนี้ทั้งหมดได้ จัดว่าเป็นบริษัทที่มีความมั่นคงสูงมาก
เมื่อนำ 171.87 หารด้วยจำนวนหุ้นทั้งหมดก็ คือ 171.87 ล้าน ÷ 100 ล้าน = 1.72 บาทต่อหุ้น
กล่าวคือ ถ้านักลงทุน ลงทุนกิจการนี้ที่ 1.72 บาทต่อหุ้น โอกาสที่นักลงทุนจะขาดทุนกับหุ้นตัวนี้นั้นต่ำมาก แทบจะไม่มีข้อเสีย เหมือนได้หุ้นฟรี 
*** ถ้าผลลัพท์เป็น + จึงจะถึอว่าเป็นหุ้นก้นบุหรี ถ้าผลลัพท์เป็น - แสดงว่าไม่ใช่หุ้นก้นบุหรี่ 

7. คิด มาร์จินออฟเซฟตี้ แบบ เบนจามินเกรแฮม
โดยการเอา สินทรัพย์หมุนเวียน(สินทรัพย์ที่เปลี่ยนเป็นเงินสดได้เร็วสุด) หักด้วยหนี้สินทั้งหมด นั่นคือ
(245.01)-(73.14) = (171.87)

เหลือเท่าไหร่ หารด้วยจำนวนหุ้นทั้งหมด คือ 171.87 ล้าน ÷ 100 ล้าน = 1.72 บาทต่อหุ้น
เสร็จแล้ว เอา 2/3 คูณ จะได้สูตรมาร์จินออฟเซฟตี้ของเบนจามินเท่ากับ 1.15 ถ้าราคาตลาดต่ำกว่า 1.15 ถือว่า เป็นหุ้น โครตถูก (ราคาตลาดตอนนี้ 12.10 )

*** ถ้าผลลัพท์เป็นบวกแสดงว่ามีเงินสดเหลืออยู่มากเกินกว่าราคาหุ้นที่เราซื้อถือว่าราคาหุ้นมีความปลอดภัยสูง ผลลัพท์ที่ได้ต้องเป็นบวกเท่านั้น ถ้าเป็นลบแสดงว่าไม่ใช่
 
หนี้สินของบริษัท
1. เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน มีจำนวน 0.00 ล้าน
เทียบกับยอดขาย 416.4 ล้าน ต่อปี

2. เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น ซึ่งเป็นผู้ขายสินค้าและวัตถุดิบให้บริษัทมีจำนวน 9.40 ล้าน

3. หนี้สินหมุนเวียนอื่นๆ 47.40 เทียบกับหนี้สินหมุนเวียนทั้งหมด 60.84

4. หนี้สินระยะยาว 3.59 ล้าน แสดงถึงการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินว่ามากน้อยขนาดไหน
** บ่งบอกถึงโครงสร้างทางการเงินของบริษัทว่าอ่อนแอหรือไม่

5. โครงสร้างทางการเงินของบริษัท

มีหนี้ทั้งหมด 73.14

แต่มีส่วนของผู้ถือหุ้นรวมกัน 469.28 

หรือมีหนี้ทั้งหมด 13.48 % ของสินทรัพย์ทั้งหมด

(ซึ่งบริษัทโดยทั่วไปมักมีหนี้มากกว่า 50% ของสินทรัพย์)

บริษัทมีทุนจดทะเบียน 100.00 ล้าน เมื่อรวมกำไรสะสม จำนวน 309.83 ล้าน

ทำให้มีจำนวนส่วนของผู้ถือหุ้นทั้งหมดประมาณ 469.28 ล้าน

ข้อที่น่าสังเกตุก็คือ ส่วนของผู้ถือหุ้น มาจากกำไรแต่ละปีหลังหักเงินปันผลแล้ว ทบเข้ามาเพิ่มเรื่อยๆ หากบริษัทใดมีกำไรสะสมเยอะๆนั้น ถือเป็นกิจการที่ล้มยาก




คุณต้องสมัครสมาชิก ถึงจะโพสกระทู้ได้

ปิดรับสมัครสมาชิกแล้ว