ยินดีต้อนรับ กรุณา สมัครสมาชิก หรือเข้าสู่ระบบ

Home » webboard » หุ้น
เข้าชม : 1193

บทวิเคราะห์ หุ้น BTS ปี 2557 ไตรมาส 1

โพสต์เมื่อ: วันพฤหัสบดี 5 มิถุนายน 2557  12:04 น.


บทวิเคราะห์ หุ้น BTS ปี 2557 ไตรมาส 1

งบกำไรขาดทุน
1. ยอดขาย ถึง ไตรมาสที่ 1
รายได้จากการขาย ขายได้ 8115.11 ล้าน
ถ้าคิดทั้งปี ก็ประมาณ 32460.44 ล้าน เปรียบเทียบกับทรัพย์สินที่มีอยู่ 76757.07 ล้าน
ยอดขายเป็น 0.42 เท่า ของสินทรัพย์ (โดยทั่วไปถ้ายอดขายต่อปี มากกว่า 1 เท่าของสินทรัพย์ของบริษัท ถือว่าค่อนข้างใช้ได้)

2. รายได้อื่นๆ 15185.42 ล้าน เท่ากับประมาณ 65.17 % ของยอดขายรวม
*** รายได้อื่น ๆ มาจากการจัดตั้งกองทุน BTSGIF (เป็นรายได้ครั้งเดียว) 
      กองทุน BTSGIF จะมีรายได้ค่าตั๋วโดยสารสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว 23.5 กม.  
      สัมปทานรถไฟฟ้า BTS 17 ปี 
      ขายราคา IPO ที่ 10.80 บาท/หน่วย
      อัตราเงินปันผล งวดปีแรกคือ FY56-57F (มี.ค.57) เป็น 5.2% และปีสุดท้ายปี 72 คือ 19%

3. รายได้ทั้งหมด 23300.53 ล้าน หัก ต้นทุนขาย 4089.18 ล้าน เท่ากับกำไรขั้นต้นประมาณ 19211.35 ล้าน 
หรือมี margin ส่วนต่างกำไรประมาณ 82.45 % (ถ้าได้มากกว่า 20 % ขึ้นไปถือว่าค่อนข้างใช้ได้-ดี )

4. ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร เท่ากับ 1838.80 ล้าน เทียบกับยอดขาย 8115.11 ล้าน ประมาณ 22.66 % 
เมื่อเปรียบเทียบกับกำไรขั้นต้น 19211.35 ล้าน ประมาณ 9.57 % (ถ้าเท่ากับประมาณ 18% ถือว่าอยู่เกณฑ์ปกติ ควรต่ำกว่า 18% จะอยู่ในเกณฑ์ดี)

5. ค่าตอบแทนกรรมการและผู้บริหาร 1496.73 ล้าน เทียบกับยอดขาย 8115.11 ล้าน ประมาณ 18.44 %
เทียบกับกำไรขั้นต้น 19211.35 ล้าน ประมาณ 7.79 %

6. กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้ 17991.79 ล้าน
เป็นต้นทุนการเงิน (ดอกเบี้ยจ่าย) 630.74 ล้าน คิดเป็น 3.51 % ของกำไรก่อนต้นทุนทางการเงิน 
เสียภาษีเงินได้ 3806.39 ล้าน คิดเป็น 21.16 % ของกำไรก่อนต้นทุนทางการเงิน

7. กำไรสุทธิถึง ไตรมาสที่ 1 เท่ากับ 13585.03 ล้าน เมื่อเปรียบเทียบกับส่วนของผู้ถือหุ้น 59762.31 ล้าน คิดเป็น 22.73 % ถ้าคิดทั้งปีก็ประมาณ 90.92 %

8. กำไรต่อหุ้น 1.08 บาท ต่อ 1 ไตรมาส 
ถ้าคิดทั้งปีจะมีกำไรต่อหุ้น 4.32
เมื่อดูราคาขณะนี้ ราคา 8.30 ต่อหุ้น
ถ้ารายได้สม่ำเสมอตามนี้ จำนวนปีที่จะคืนทุนคือ 1.92 ปี
*** ในไตรมาส 1 มีรายได้อื่น ๆ จากกองทุน BTSGIF เพิ่ม จำนวน 65.17 % (เป็นรายได้ครั้งเดียว)
      จึงทำให้การคำนวนค่า P/E ไม่สมเหตุผล
*** ในกรณีที่หุ้นมีการ เพิ่มทุน ลดทุน แตกพาร์ ลดพาร์ รวมพาร์ จะทำให้การค่า P/E คลาดเคลื่อนได้
*** ค่า P/E เหมาะสำหรับใช้คำนวนในบริษัทที่มีกำไรสม่ำเสมอเท่านั้น

ข่าว - 7 กุมภาพันธ์ 2557 บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ”) ขอแจ้งให้ทราบว่า บริษัทฯ และ CITIC Construction Co., Ltd. (บริษัทในเครือของ CITIC Group Corporation) (“CITIC”) ได้ร่วมกันจัดตั้ง กิจการร่วมค้าคอนซอเตียม (Consortium) (“BTS-CITIC คอนซอเตียม”) เพื่อเข้าร่วมประมูลโครงการ สัมปทานเดินรถไฟฟ้าใต้ดินกรุงปักกิ่ง สาย 16 (Beijing Subway Line 16 Franchise Project) ระยะเวลา 30 ปี โดยในวันนี้ (7 กุมภาพันธ์ 2557) BTS-CITIC คอนซอเตียมได้ยื่นเอกสารการประมูลเป็นที่เรียบร้อย แล้ว

รถไฟฟ้าใต้ดินกรุงปักกิ่ง สาย 16 เป็นโครงการรถไฟฟ้าใต้ดินสายใหม่ทางด้านตะวันตกของกรุงปักกิ่ง มีเส้นทางเดินรถทิศเหนือ-ใต้ จากเป่ยอาน (Beianhe) ถึงหว่านผิง (Wanping) จำนวน 29 สถานี ระยะทางรวม 50 กิโลเมตร

ข่าว - 18 พ.ย. 2556 เริ่มทำการซื้อขายวอร์แรนต์ BTS-W3 มีอายุ 5 ปี วันใช้สิทธิครั้งสุดท้าย 01 พ.ย. 2561 สามารถใช้สิทธิ์แปลงเป็นหุ้นแม่ได้ หลังจากปีที่ 3 ไปแล้ว ราคาแปลงสิทธิ์ 12 บาท

ข่าว - วันที่ 19 พฤศจิกายน 2556 ขายหุ้นจำนวน 220,000,000 หุ้น หรือคิดเป็นหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 6.7 ในบริษัท วี จี ไอโกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) ("วีจีไอ")ที่ราคาหุ้นละ 12.30 บาท หรือคิดเป็นมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 2,706.0 ล้านบาท
 
งบดุล
1. เงินสดและเงินลงทุนระยะสั้น มีจำนวน 32317.51 ล้าน
เฉพาะเงินสดมี 8015.44 ล้าน 
** เปรียบเทียบเพื่อดูสภาพคล่องทางการเงินของบริษัทว่ามีเงินสดมากเท่าใด

2. ลูกหนี้การค้ามีจำนวน 1074.45 ล้าน เปรียบเทียบกับยอดขาย 8115.11 ล้าน ต่อ 1 ไตรมาส
หรือเป็นยอดขาย 2705.04 ล้าน ต่อเดือน จะเห็นได้ว่า บริษัทให้เครดิตลูกค้าประมาณ 11 วัน

3. สินค้าคงคลัง หรือสต็อกวัตถุดิบมีจำนวน 2580.76 ล้าน
ในขณะที่ช่วงถึง ไตรมาสที่ 1 บริษัท ขายสินค้าไปตามราคาทุน 4089.18 ล้าน
หรือประมาณเดือนละ 1363.06 ล้าน เท่ากับว่า บริษัทมีสต็อก วัตถุดิบและสินค้า ที่จะเตรียมส่งขาย
ประมาณ 56 วัน 

4. บริษัทมีสินทรัพย์ เป็น ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์(โรงงาน) 11554.03 ล้าน เปรียบเทียบกับยอดขายต่อปี 32460.44 ล้าน
** เปรียบเทียบเพื่อดูว่า ถ้าหากบริษัทต้องการขยายกิจการเพื่อเพิ่มยอดขาย ต้องใช้เงินมากเพียงใด มีเหตุจำเป็นทำให้ต้องเรียกเพิ่มทุนหรือไม่

5. สภาพคล่อง โดยคิด อัตราส่วนสินทรัพย์หมุนเวียนต่อหนี้สินหมุนเวียน (คิดลูกหนี้การค้าแค่ 85% เผื่อในกรณีหนี้เสียที่ตามเก็บไม่ได้)
มีค่าเท่ากับ 4.29 เท่า (โดยทั่วไปแล้ว ถ้ามีอัตราส่วนนี้อยู่ระหว่าง 1.5-2.5 เท่า ก็จะดี)

6. หาค่าหุ้น ก้นบุหรี่ หรือหุ้นแบกับดิน โดยการเอา สินทรัพย์หมุนเวียน หักด้วยหนี้สินทั้งหมด นั่นคือ
(37065.6)-(16994.75) = (20070.85)
ถ้าค่าเป็นบวก นั่นคือ เฉพาะ สินทรัพย์หมุนเวียน เพียงอย่างเดียวก็สามารถชำระหนี้ทั้งหมดได้ จัดว่าเป็นบริษัทที่มีความมั่นคงสูงมาก
เมื่อนำ 20070.85 หารด้วยจำนวนหุ้นทั้งหมดก็ คือ 20070.85 ล้าน ÷ 11914 ล้าน = 1.68 บาทต่อหุ้น
กล่าวคือ ถ้านักลงทุน ลงทุนกิจการนี้ที่ 1.68 บาทต่อหุ้น โอกาสที่นักลงทุนจะขาดทุนกับหุ้นตัวนี้นั้นต่ำมาก แทบจะไม่มีข้อเสีย เหมือนได้หุ้นฟรี 
*** ถ้าผลลัพท์เป็น + จึงจะถึอว่าเป็นหุ้นก้นบุหรี ถ้าผลลัพท์เป็น - แสดงว่าไม่ใช่หุ้นก้นบุหรี่ 

7. คิด มาร์จินออฟเซฟตี้ แบบ เบนจามินเกรแฮม
โดยการเอา สินทรัพย์หมุนเวียน(สินทรัพย์ที่เปลี่ยนเป็นเงินสดได้เร็วสุด) หักด้วยหนี้สินทั้งหมด นั่นคือ
(37065.6)-(16994.75) = (20070.85)

เหลือเท่าไหร่ หารด้วยจำนวนหุ้นทั้งหมด คือ 20070.85 ล้าน ÷ 11914 ล้าน = 1.68 บาทต่อหุ้น
เสร็จแล้ว เอา 2/3 คูณ จะได้สูตรมาร์จินออฟเซฟตี้ของเบนจามินเท่ากับ 1.12 ถ้าราคาตลาดต่ำกว่า 1.12 ถือว่า เป็นหุ้น โครตถูก (ราคาตลาดตอนนี้ 8.30 )

*** ถ้าผลลัพท์เป็นบวกแสดงว่ามีเงินสดเหลืออยู่มากเกินกว่าราคาหุ้นที่เราซื้อถือว่าราคาหุ้นมีความปลอดภัยสูง ผลลัพท์ที่ได้ต้องเป็นบวกเท่านั้น ถ้าเป็นลบแสดงว่าไม่ใช่
 
หนี้สินของบริษัท
1. เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน มีจำนวน 0.00 ล้าน
เทียบกับยอดขาย 32460.44 ล้าน ต่อปี

2. เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น ซึ่งเป็นผู้ขายสินค้าและวัตถุดิบให้บริษัทมีจำนวน 2373.49 ล้าน

3. หนี้สินหมุนเวียนอื่นๆ 1549.08 เทียบกับหนี้สินหมุนเวียนทั้งหมด 8630.17

4. หนี้สินระยะยาว 1037.67 ล้าน แสดงถึงการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินว่ามากน้อยขนาดไหน
** บ่งบอกถึงโครงสร้างทางการเงินของบริษัทว่าอ่อนแอหรือไม่

5. โครงสร้างทางการเงินของบริษัท

มีหนี้ทั้งหมด 16994.75

แต่มีส่วนของผู้ถือหุ้นรวมกัน 59762.31 

หรือมีหนี้ทั้งหมด 22.14 % ของสินทรัพย์ทั้งหมด

(ซึ่งบริษัทโดยทั่วไปมักมีหนี้มากกว่า 50% ของสินทรัพย์)

บริษัทมีทุนจดทะเบียน 63652.54 ล้าน เมื่อรวมกำไรสะสม จำนวน 3792.97 ล้าน

ทำให้มีจำนวนส่วนของผู้ถือหุ้นทั้งหมดประมาณ 59762.31 ล้าน

ข้อที่น่าสังเกตุก็คือ ส่วนของผู้ถือหุ้น มาจากกำไรแต่ละปีหลังหักเงินปันผลแล้ว ทบเข้ามาเพิ่มเรื่อยๆ หากบริษัทใดมีกำไรสะสมเยอะๆนั้น ถือเป็นกิจการที่ล้มยาก


[ ความเห็นที่ 1]
RE : บทวิเคราะห์ หุ้น BTS ปี 2557 ไตรมาส 1
โพสต์เมื่อ: วันเสาร์ 5 กรกฎาคม 2557  14:48 น.
BTS วืดสร้างรถไฟฟ้าใต้ดิน ปักกิ่ง
วันพุธที่ 25 มิถุนายน 2557 เวลา 11:44:32 น.

แหล่งข่าวจากวงการตลาดทุน กล่าวว่า ผลการประมูลโครงการสัมปทานเดินรถไฟฟ้าใต้ดินกรุงปักกิ่ง
สาย 16 ของบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS อาจจะพลาดการเข้าร่วมรับงาน
ก่อสร้างโครงการสัมปทานเดินรถไฟฟ้าใต้ดินครั้งนี้ “การเสนอตัวเข้าร่วมประมูล กับ CITIC Construction
Co., Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ CITIC Group Corporationในการ จัดตั้งกิจการร่วมค้าคอนซอเตียมนั้น

ทาง BTS น่าจะไม่ผ่าน เพราะมีเงื่อนไขหลายข้อที่ยังไม่เข้าคุณสมบัติ”แหล่งข่าวกล่าว
ที่ผ่านมา บล.เคจีไอ (ประเทศไทย)(มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ เมื่อวันที่19 มิ.ย.ที่ผ่านมา ว่า
แนะนำ “สะสม” หุ้น บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS (เป้า Consensus 9.9 บาท)
รอข่าวการประมูลรถไฟฟ้าที่จีน (ประกาศภายในเดือนนี้) ในกรณีเลวร้ายการประมูลฯไม่สำเร็จ
ยังมีการรันตีปันผลค้ำอยู่ 7% ต่อปี
[ ความเห็นที่ 2]
RE : บทวิเคราะห์ หุ้น BTS ปี 2557 ไตรมาส 1
โพสต์เมื่อ: วันพฤหัสบดี 14 สิงหาคม 2557  14:15 น.
ข่าว วันพุธ, 13 สิงหาคม 2557 11:18

หุ้น BTS ราคาบวกกว่า 2% หลังประกาศโครงการซื้อหุ้นคืน 600 ล้านหุ้น
โบรกมองผลบวกดันอัตราปันผลสูงขึ้น คาดปีนี้ 6.4% ปีหน้าพุ่งสูงถึง 7.3%

หุ้น BTS เปิดเช้านี้ที่ 9.30 บาท จากราคาปิดวันศุกร์ที่ 9.20 บาท และล่าสุด 11.14 น.
ยืนอยู่ในราคาสูงสุดที่ 9.40 บาท เพิ่มขึ้น 0.20 บาท หรือ 2.17% มูลค่าซื้อขายรวม 590 ล้านบาท

บล.ทรีนิตี้ แนะนำ “ซื้อ” BTS ที่ราคาเป้าหมาย 11.20 บาท
ด้วยปัจจัยหนุน
(1) การประกาศซื้อหุ้นคืน 600 ล้านหุ้น ส่งผลให้คาดการณ์เงินปันผลปี 58 เพิ่มขึ้นจาก 0.59 บาทเป็น 0.62 บาทต่อหุ้น ขณะที่ Dividend Yield และ ROE ขยับเพิ่มเป็น 6.77% และ 3.60%
(2) ให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูง 1-3 ปีข้างหน้า
(3) แนวโน้มธุรกิจรถไฟฟ้าและสื่อโฆษณาฟื้นตัวหลังการเมืองนิ่ง
(4) รับข่าวดีหลัง คสช. เดินหน้าเปิดประมูลรถไฟฟ้า 10 สายหลัก ซึ่งคาดว่า BTS จะเป็นหนึ่งในผู้ชนะประมูลอย่างน้อย 1 โครงการ อีกทั้งยังมี upside เพิ่มราว 0.38 บาทต่อหุ้น หากส่วนต่อขยาย บางหว้า-บรมราชชนนี 7 กม. มีการอนุมัติ

สำหรับผลการดำเนินงาน 1Q58 (เม.ย-มิ.ย.) มีกำไรสุทธิ 650 ล้านบาท +57%QoQ
ซึ่งได้แรงหนุนจากธุรกิจสื่อโฆษณาที่ฟื้นตัว แม้ว่าจำนวนผู้โดยสายรถไฟฟ้าลดลงราว 10%QoQ
มาอยู่ที่ 51.3 ล้านเที่ยว กำไรปกติอยู่ที่ 766 ล้านบาท

บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส คงคำแนะนำ ซื้อ BTS แต่ส่วนเพิ่มจากราคาปิดเทียบราคาพื้นฐานน้อยลง
เป็น 10.5% จากราคาพื้นฐานที่ 10.17 บาท ซึ่งประเมินด้วยวิธี SOTP
หลังราคาหุ้นปรับขึ้นดีในช่วงสัปดาห์ที่แล้ว อย่างไรก็ตามคาดว่าบริษัทจะยังจ่ายปันผล
ในอัตราผลตอบแทนที่น่าดึงดูดใจปีนี้และปีหน้าเป็น 6.4% และ 7.3% ตามลำดับ

ส่วนงานการบริหารเดินรถต่างประเทศแม้ว่าจะประกาศผลล่าช้า และงานที่ปักกิ่งมีโอกาสได้ไม่มาก
แต่งานในไทยก็มีความคืบหน้ามากขึ้น ได้แก่ คสช.อนุมัติงบ 2.4 ล้านล้านบาท
ซึ่งรวมการประมูลรถไฟฟ้าสายสีเขียว เหนือและใต้
จะมีการเสนอราคาภายในปี 57 นี้ คาดว่า BTS จะได้รับ


คุณต้องสมัครสมาชิก ถึงจะโพสกระทู้ได้

ปิดรับสมัครสมาชิกแล้ว