เข้าชม :
654
|
|
|
ปี 2015 เป็นปีแรกที่การส่งออกน้ำมันจากประเทศสหรัฐอเมริกา
แซงหน้าประเทศยักษ์ใหญ่ในกลุ่ม OPEC อย่างซาอุดิอาราเบีย ผู้ผลิตรายใหญ่สุดของโลก ถ้าเราพูดเรื่องนี้เมื่องห้าหกปีที่แล้วคงไม่มีใครเชื่อ แต่ด้วยเทคโนโลยีเชลล์ออย (Shale oil production) ทำให้อเมริกาเปลี่ยนจาก “ผู้นำเข้ารายใหญ่” เป็น “ผู้ส่งออกรายใหญ่” ลำดับต้น ๆ ของโลกแทน ทำให้กลุ่ม OPEC ตัดสินใจไม่ลดกำลังการผลิตแม้ปริมาณน้ำมันจะล้นตลาดอยู่ก็ตาม ทำให้ราคาน้ำมันดิ่งลงอย่างรวดเร็ว ทำสถิติต่ำสุดในรอบ 5 ปี นักวิเคราะห์กล่าวกันว่า กลุ่ม OPEC ต้องการให้น้ำมันราคาถูก เพื่อตอบโต้การผลิตน้ำมัน จากชั้นหินดินดาน (เชลออยล์) ของสหรัฐ ที่กำลังเข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาดของ OPEC ทำให้ประเทศผู้ผลิตน้ำมันเจ้าอื่นๆ ที่เพิ่งพิงรายได้หลักจากการส่งออกน้ำมัน เช่น เวเนซุเอลา, ไนจีเรีย, อิหร่าน, อิรัก และรัสเซีย ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง หากดูข้อมูลจาก IMF ซึ่งวิเคราะห์ต้นทุนการผลิตน้ำมันของหลายประเทศ พบว่า 4 ยักษ์ใหญ่ของผู้ผลิตน้ำมันอย่าง ซาอุดิอาระเบีย คูเวต การ์ต้าและ UAE อยู่ที่ประมาณ 70 ดอลลาร์/บาร์เรล อิหร่านอยู่ที่ 130 ดอลลาร์/บาร์เรล เวเนซูเอลล่าและไนจีเรีย 120 ดอลลาร์/บาร์เรล รัสเซียที่ 101 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนต้นทุนของการผลิต Shale oil ของสหรัฐอยู่ที่ประมาณ 40 ดอลลาร์ต่อบารเรล์ รัสเซีย รัสเซียเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบหนักหนาที่สุด หลังจากที่ราคาน้ำมันเริ่มดิ่งลง ตั่งแต่กลางเดือนมิถุนายน 57 เนื่องจากรายได้ 80% ของประเทศมาจากการส่งออกพลังงาน หากราคาน้ำมันลดลง 1 เหรียญ รัสเซียจะสูญเสียรายรับงบประมาณกว่า 1 แสนล้านเหรียญ บวกกับการถูกคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจของโลกตะวันตก ในกรณีที่รัสเซียเข้าไปสนับสนุนกลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดนในยูเครนตะวันออก ทำให้ค่าเงินรูเบิลรัสเซียดิ่งลงอย่างหนัก จนทำให้รัสเซียปรับต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยสูงถึง 17% ต่อปี ในขณะที่ อิรัก กำลังสู้รบกับกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ดิ่งลงอย่างหนัก ทำให้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอิรักหนักมาก ฉะนั้น ประเทศอิรักนี้จึงมีโอกาสสูงที่จะเผชิญวิกฤติเศรษฐกิจร้ายแรงในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า ในขณะที่ อิหร่าน ซึ่งเป็นผู้ผลิตอันดับ 2 ของโอเปก กำลังพยายามรวมตัวกับอิรักเพื่อสร้างอิทธิพล หาก 2 ประเทศนี้รวมกันอาจเริ่มท้าทายระดับการส่งออกน้ำมันดิบของซาอุดีอาระเบียในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ทำให้สหรัฐอาจตัดสินใจออกมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านรอบใหม่ กรณีโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ในปี 2558 ซึ่งจะมีผลกระทบต่อการส่งออกน้ำมันของประเทศอิหร่านต่อไป มองในแง่เศรษฐกิจ ผู้ที่ได้ประโยชน์มากที่สุดคือประเทศนำเข้าน้ำมันและก๊าซ เช่น จีน ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี ฯลฯ สำหรับประเทศไทยที่มีการนำเข้า และบริโภคน้ำมันสูง นี่อาจจะเป็นข่าวดี ที่ช่วยลดต้นทุนการผลิตและการขนส่ง ทำให้ประชาชนมีเงินในกระเป๋าเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้มีการจับจ่าย เงินเดินสะพัดมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันที่ดิ่งลงก็ส่งผลกระทบในด้านลบเช่นกัน เช่น นักท่องเที่ยวจากรัสเซียลดลง และ ธุรกิจส่งออกกับประเทศผู้ส่งออกน้ำมันอาจจะน้อยลง หรือสินค้าโภคภัณฑ์หลายชนิดที่เกี่ยวข้องกับราคาพลังงานอาจจะถูกกดดัน -- เราเขียนและเรียบเรียงเอง ตามความเข้าใจ ผิดพลาดประการใดขออภัยค่ะ -- |
|




