ยินดีต้อนรับ กรุณา สมัครสมาชิก หรือเข้าสู่ระบบ

Home » webboard » หุ้น
เข้าชม : 654

“จุดเปลี่ยนพลังงาน” สมดุลใหม่ในปี 2015

โพสต์เมื่อ: วันอังคาร 13 มกราคม 2558  15:36 น.

ปี 2015 เป็นปีแรกที่การส่งออกน้ำมันจากประเทศสหรัฐอเมริกา
แซงหน้าประเทศยักษ์ใหญ่ในกลุ่ม OPEC อย่างซาอุดิอาราเบีย ผู้ผลิตรายใหญ่สุดของโลก
ถ้าเราพูดเรื่องนี้เมื่องห้าหกปีที่แล้วคงไม่มีใครเชื่อ
แต่ด้วยเทคโนโลยีเชลล์ออย (Shale oil production)
ทำให้อเมริกาเปลี่ยนจาก “ผู้นำเข้ารายใหญ่” เป็น “ผู้ส่งออกรายใหญ่” ลำดับต้น ๆ ของโลกแทน

ทำให้กลุ่ม OPEC ตัดสินใจไม่ลดกำลังการผลิตแม้ปริมาณน้ำมันจะล้นตลาดอยู่ก็ตาม
ทำให้ราคาน้ำมันดิ่งลงอย่างรวดเร็ว ทำสถิติต่ำสุดในรอบ 5 ปี

นักวิเคราะห์กล่าวกันว่า กลุ่ม OPEC ต้องการให้น้ำมันราคาถูก เพื่อตอบโต้การผลิตน้ำมัน
จากชั้นหินดินดาน (เชลออยล์) ของสหรัฐ ที่กำลังเข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาดของ OPEC

ทำให้ประเทศผู้ผลิตน้ำมันเจ้าอื่นๆ ที่เพิ่งพิงรายได้หลักจากการส่งออกน้ำมัน
เช่น เวเนซุเอลา, ไนจีเรีย, อิหร่าน, อิรัก และรัสเซีย ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง

หากดูข้อมูลจาก IMF ซึ่งวิเคราะห์ต้นทุนการผลิตน้ำมันของหลายประเทศ
พบว่า 4 ยักษ์ใหญ่ของผู้ผลิตน้ำมันอย่าง
ซาอุดิอาระเบีย คูเวต การ์ต้าและ UAE อยู่ที่ประมาณ 70 ดอลลาร์/บาร์เรล
อิหร่านอยู่ที่ 130 ดอลลาร์/บาร์เรล
เวเนซูเอลล่าและไนจีเรีย 120 ดอลลาร์/บาร์เรล
รัสเซียที่ 101 ดอลลาร์/บาร์เรล
ส่วนต้นทุนของการผลิต Shale oil ของสหรัฐอยู่ที่ประมาณ 40 ดอลลาร์ต่อบารเรล์

รัสเซีย 
รัสเซียเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบหนักหนาที่สุด
หลังจากที่ราคาน้ำมันเริ่มดิ่งลง ตั่งแต่กลางเดือนมิถุนายน 57
เนื่องจากรายได้ 80% ของประเทศมาจากการส่งออกพลังงาน
หากราคาน้ำมันลดลง 1 เหรียญ รัสเซียจะสูญเสียรายรับงบประมาณกว่า 1 แสนล้านเหรียญ
บวกกับการถูกคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจของโลกตะวันตก
ในกรณีที่รัสเซียเข้าไปสนับสนุนกลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดนในยูเครนตะวันออก
ทำให้ค่าเงินรูเบิลรัสเซียดิ่งลงอย่างหนัก
จนทำให้รัสเซียปรับต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยสูงถึง 17% ต่อปี

ในขณะที่ อิรัก กำลังสู้รบกับกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) 
ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ดิ่งลงอย่างหนัก
ทำให้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอิรักหนักมาก 
ฉะนั้น ประเทศอิรักนี้จึงมีโอกาสสูงที่จะเผชิญวิกฤติเศรษฐกิจร้ายแรงในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า

ในขณะที่ อิหร่าน ซึ่งเป็นผู้ผลิตอันดับ 2 ของโอเปก กำลังพยายามรวมตัวกับอิรักเพื่อสร้างอิทธิพล
หาก 2 ประเทศนี้รวมกันอาจเริ่มท้าทายระดับการส่งออกน้ำมันดิบของซาอุดีอาระเบียในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

ทำให้สหรัฐอาจตัดสินใจออกมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านรอบใหม่
กรณีโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ในปี 2558
ซึ่งจะมีผลกระทบต่อการส่งออกน้ำมันของประเทศอิหร่านต่อไป

มองในแง่เศรษฐกิจ ผู้ที่ได้ประโยชน์มากที่สุดคือประเทศนำเข้าน้ำมันและก๊าซ เช่น จีน ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี ฯลฯ

สำหรับประเทศไทยที่มีการนำเข้า และบริโภคน้ำมันสูง
นี่อาจจะเป็นข่าวดี ที่ช่วยลดต้นทุนการผลิตและการขนส่ง
ทำให้ประชาชนมีเงินในกระเป๋าเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้มีการจับจ่าย เงินเดินสะพัดมากขึ้น
แต่ในขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันที่ดิ่งลงก็ส่งผลกระทบในด้านลบเช่นกัน
เช่น นักท่องเที่ยวจากรัสเซียลดลง และ ธุรกิจส่งออกกับประเทศผู้ส่งออกน้ำมันอาจจะน้อยลง
หรือสินค้าโภคภัณฑ์หลายชนิดที่เกี่ยวข้องกับราคาพลังงานอาจจะถูกกดดัน  

-- เราเขียนและเรียบเรียงเอง ตามความเข้าใจ ผิดพลาดประการใดขออภัยค่ะ --


คุณต้องสมัครสมาชิก ถึงจะโพสกระทู้ได้

ปิดรับสมัครสมาชิกแล้ว