|
|
โพสต์เมื่อ: วันศุกร์ 6 ธันวาคม 2562 15:02 น.
04/12/2562
DRT คาดปีนี้ผลงานนิวไฮ หลังปรับกลยุทธ์-ลดต้นทุน-รุกขยายตลาด สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -4 ธ.ค. 62 10:16 น. DRT คาดปีนี้ผลงานทำสถิติสูงสุดใหม่ หลังเดินกลยุทธ์ปรับ Product Mix มุ่งเพิ่มสัดส่วนขายสินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นดี เพิ่มประสิทธิภาพบริหารต้นทุน พร้อมรุกขยายตลาดในทุกมิติ ลุ้นรับอานิสงส์จากมาตรการรัฐโครงการ ‘บ้านดีมีดาวน์’ ช่วยกระตุ้นดีมานด์วัสดุก่อสร้างจากกลุ่มดีเวลอปเปอร์ที่มีแนวโน้มเร่งก่อสร้างเพื่อส่งมอบบ้านในช่วงนี้ นายสาธิต สุดบรรทัด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทผลิตภัณฑ์ตราเพชร จำกัด (มหาชน) หรือ DRT เปิดเผยว่า คาดการณ์ภาพรวมผลการดำเนินงานในปีนี้ จะทำสถิติสูงสุดใหม่ หลังจากประสบความสำเร็จในการใช้กลยุทธ์บริหาร Product Mix ปรับสัดส่วนการขายสินค้าเพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ในเกณฑ์เฉลี่ย 25-27% ตามเป้าหมาย รวมถึงสามารถบริหารอัตราการเดินเครื่องจักรเฉลี่ยที่ 90-95% ส่งผลดีต่อต้นทุนการผลิตต่อหน่วยอยู่ในระดับต่ำ ขณะเดียวกัน ยังประสบความสำเร็จด้านการสื่อสารการตลาดเพื่อตอกย้ำแบรนด์สินค้า ‘ตราเพชร’ ภายใต้แนวคิด ‘สวยครบเซต ตราเพชรทั้งหลัง’ ที่สามารถสร้างการรับรู้แก่ผู้บริโภคในวงกว้างด้านความหลากหลายของผลิตภัณฑ์วัสดุก่อสร้างที่มีสินค้าครบครันสามารถนำไปก่อสร้างบ้านได้ทั้งหลัง รวมถึงบริการที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ทำให้บริษัทฯ มีขีดความสามารถการแข่งขันที่ดีในตลาดวัสดุก่อสร้าง “เรามั่นใจว่าผลงานในปีนี้จะโดดเด่นกว่าทุกปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลมาจากศักยภาพการดำเนินธุรกิจที่แข็งแกร่งมากขึ้น การบริหารจัดการด้านประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้น การสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภคทั้งด้านความหลากหลายและคุณภาพสินค้าที่ตอบโจทย์ ทำให้ทุกช่องทางการจำหน่ายมีอัตราการเติบโตที่ดี ทั้งเอเย่นต์ ห้างค้าปลีกวัสดุก่อสร้างสมัยใหม่ ลูกค้าโครงการและตลาดต่างประเทศ ส่งผลให้ภาพรวมการดำเนินงาน 9 เดือนแรกโดดเด่น ทำกำไรสุทธิแล้ว 474.14 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.45% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน” นายสาธิต กล่าว ส่วนภาพรวมไตรมาสสุดท้ายในปีนี้ มั่นใจว่ายังรักษาการเติบโตที่ดีต่อเนื่อง หลังจากภาครัฐออกมาตรการกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์ภายใต้โครงการ ‘บ้านดีมีดาวน์’ สนับสนุนเงินดาวน์ 5 หมื่นบาท ตั้งแต่ 27 พ.ย.2562 – 31 มี.ค.2563 แก่ผู้ซื้อที่อยู่อาศัยที่ลงทะเบียนรับสิทธิ์ทางเว็บไซต์จำนวน 100,000 ราย คาดว่าจะกระตุ้นความต้องการใช้วัสดุก่อสร้างจากกลุ่มผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์เร่งก่อสร้างที่อยู่อาศัย เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าในช่วงเวลาดังกล่าว --------------------------- 12/11/2562 บล.ยูโอบีเคย์เฮียน : DRT แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 7.40 บาท DRT ยังสามารถเติบโตได้ แม้บริษัทวัสดุก่อสร้างอื่นมีการชะลอตัวลง เนื่องจากความพยายามของ CEO ในการปรับตัว จึงสามารถทำให้ DRT เติบโตได้ เรายังคาดว่า DRT น่าจะสามารถรักษาการเติบโตของกำไรได้ต่อเนื่อง คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย: 7.40 บาท ---------------------------- บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง : DRT แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายปี 63 เท่ากับ 7.30 บ. 12/11/2562 ผลประกอบการ 3Q62 DRT ประกาศผลประกอบการ 3Q62 มีกำไรที่เด่น และ โตสูงเท่ากับ 130 ล้านบาท มากกว่าที่เราคาดหมายไว้ที่ 120 ล้านบาท โดยชะลอตัวลดลงจากไตรมาสก่อนเล็กน้อย -1%QoQ จากผลของฤดูกาล ในขณะที่โตจากปีก่อนถึง 63% แรงหนุนจากยอดขายที่เติบโตจากปีก่อน 1,113 ล้านบาท (-11%QoQ, +10%YoY) จากการเติบโตของลูกค้าโครงการ และ โมเดิร์นเทรด นอกจากนี้ธุรกิจคอนกรีตมวลเบาก็ฟื้นตัวมามีอัตรากำไรสุทธิประมาณ 3-4% จากที่เคยขาดทุน การผลิตที่เต็มประสิทธิภาพ และ ขายผลิตภัณฑ์ที่สร้างมูลค่า ทำให้อัตรากำไรขั้นดีขึ้นเป็น 27.8% จาก 25.9% ในไตรมาสก่อน และ 24.9% ในปีก่อน ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารควบคุมได้ดี 151 ล้านบาท (-7%QoQ, -2%YoY) และ ภาระดอกเบี้ยจ่ายลดลงเหลือเพียง 1 ล้านบาท (-15%QoQ, -39%YoY) รวม 9 เดือนแรกมีผลประกอบการที่เด่น มียอดขาย 3,693 ล้านบาท เติบโต 10% และ มีกำไรสุทธิเท่ากับ 474 ล้านบาท เติบโต 41%YoY แนวโน้มผลประกอบการ กำไร 9 เดือนแรกปี 2562 มากกว่ากำไรปี 2561 ทั้งปี และ คิดเป็น 86% ของประมาณ ทำให้ผลประกอบการมีแนวโน้มจะมากกว่าคาด เราคงประมาณการแบบอนุรักษ์นิยมประเมินยอดขายในปีนี้ 4,797 ล้านบาท เติบโต 9% และ คาดจะมีกำไรสุทธิเท่ากับ 552 ล้านบาท เติบโต 31% ถ้าหากตัดกำไรจากการขายที่ดินจะมีกำไรปกติ 506 ล้านบาท เติบโต 20% ซึ่งผลประกอบการได้แรงหนุนจาก การกระจายสินค้าตามช่องทางต่างๆ เพิ่มความหลากหลายของสินค้า ภายใต้แนวคิด “สวยครบเสร็จ ตราเพชรทั้งหลัง” และ เพิ่มสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่ม ธุรกิจคอนกรีตมวลเบาจากที่เคยขาดทุนประมาณ 30-40 ล้านบาท ในปี 2561 ปี 2562 ก็เริ่มฟื้นตัวมามีกำไรโดยมีอัตรากำไรสุทธิ 3-4% คำแนะนำการลงทุน DRT มีกระแสเงินสดสูง ทำให้มีการจ่ายปันผลสูง ได้จ่ายปันผลกำไรครึ่งปีแรก 0.20 บาท และ กำไรปี 2562 คาดจะจ่ายรวม 0.40 บาท คิดเป็นอัตราเงินปันผลตอบแทน 6.6% เราแนะนำ ซื้อ ลงทุนรับปันผล เราประเมินราคาเป้าหมายปี 2563 เท่ากับ 7.30 บาท บนฐาน P/E 12.8 เท่า เท่ากับค่าเฉลี่ย Forward PE 10 ปี --------------------- 20/11/2562 บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส : DRT แนะนำ ซื้อ ราคาพื้นฐาน 7.10 บาท กำไรสุทธิ 3Q19 แข็งแกร่ง บริษัทมีกำไรสุทธิ 3Q19 เท่ากับ 130 ล้านบาท เติบโต 63%YoY นับว่าแข็งแกร่งมาก โดยรายได้เพิ่ม+10%YoY และอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มเป็น 27.8% จาก 24.9% ใน 3Q18 เพราะมี Economy of scale มากขึ้น และธุรกิจอิฐมวลเบาทำกำไรได้แล้ว ขณะที่ช่วง 3Q18 อิฐมวลเบายังขาดทุน นอกจากนั้นค่าใช้จ่ายในการขายก็ต่ำลง (-32%YoY) และค่าใช้จ่ายบริหารสูงขึ้นไม่มาก แต่เมื่อเทียบ QoQ กำไรสุทธิลดลง -19%QoQ เพราะปัจจัยฤดูกาล(ไตรมาส 3 เป็นฤดูฝน การก่อสร้างจะชะลอลง) แนวโน้มยังไปได้ดี คาดว่า 4Q19F บริษัทยังจะทำกำไรสุทธิได้ใกล้เคียงกับ 3Q19 แม้ว่าจะมีวันหยุดมากในเดือนธ.ค.ก็ตาม ทั้งนี้บริษัทเร่งทำยอดขายในต่างประเทศให้มากขึ้น ขณะเดียวกันก็เพิ่มประสิทธิภาพ & ลดต้นทุนในประเทศอย่างต่อเนื่อง Core profit และกำไรสุทธิทั้งปี 19F เติบโตก้าวกระโดด โดยประมาณการไว้ว่าจะ +37%YoY และ +41%YoYตามลำดับ ทั้งนี้ใน 1Q19 บริษัทมีกำไรจากการขายที่ดินหลังภาษี 46 ล้านบาท และใน 2Q19 มีการตั้งสำรองEmployee benefit 29 ล้านบาท แนะนำซื้อ ให้ราคาพื้นฐาน 7.10 บาท เทียบเท่ากับ P/E ปี 20F ที่ 11.5 เท่า เราคาดว่ากำไรสุทธิปี 20F จะเติบโตในอัตราที่ไม่มากเพราะฐานกำไรปี 19F สูง แต่จะไปขยายตัวได้ดีขึ้นในปี 21F หลังกำลังการผลิตไฟเบอร์ซีเมนต์เข้ามาอีก 5.5 หมื่นล้านตรม.ในสิ้นปี 20F (+10% จากกำลังการผลิตเดิม) ฐานะการเงินแข็งแกร่ง ณ สิ้นก.ย.19 มีสัดส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนต่ำเพียง 0.2 เท่า และจ่ายปันผลดี คาดการณ์ Dividend Yield ปี 19F-20F เท่ากับ 6.6% ต่อปี –จ่ายปีละ 2 ครั้ง |
|




