EPCO เผย COD โซลาร์ฟาร์ม 2 แห่งในเวียดนามรวม 99 MW
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -13 มิ.ย. 62 10:31 น.
นายยุทธ ชินสุภัคกุล ประธานกรรมการ บริษัท โรงพิมพ์ตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ EPCO เปิดเผยว่า ได้ COD โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ฟูเยี้ยน ที่เวียดนาม ขนาด 99.216 MW เมื่อวันที่ 10 -11 มิถุนายน หนุนกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมทะลุ 533 MW รับผลตอบแทนจากการลงทุนทันที ส่วนโครงการคูริฮาร่า 2 ในญี่ปุ่น คาด COD ต.ค.นี้ ขณะที่ธุรกิจโรงพิมพ์หันไปรุกขยายไปสู่ธุรกิจบรรจุภัณฑ์กล่องลูกฟูกได้ตามแผน หนุนรายได้รวมปีนี้เติบโต 50% ทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์
- เมื่อวันที่ 10 และ 11 มิถุนายน บริษัทได้ดำเนินการจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์(COD) ในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ประเภท Solar Farm ที่จังหวัดฟูเยี้ยน (โครงการ XT1 และ XT2) สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามเรียบร้อยแล้ว โดยมีขนาดกำลังการผลิตติดตั้งรวมอยู่ที่ระดับ 110.03 เมกะวัตต์ ( COD จำนวน 99.216 เมกะวัตต์) และถือว่าเป็นการCOD ได้ก่อนกำหนด ดังนั้น ทำให้กำลังการผลิตไฟฟ้าของบริษัทฯเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 533 เมกะวัตต์ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้เป็นที่เรียบร้อย
“เราค่อนข้างมั่นใจว่าการที่บริษัทฯสามารถจ่ายไฟฟ้าในโครงการโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟูเยี้ยนที่เวียดนามได้ก่อนกำหนด จะทำให้สร้างรายได้เพิ่มขึ้นได้เร็วกว่าคาด โดยโครงการดังกล่าว มีระยะเวลาขายไฟฟ้าให้กับ Electricity of Vietnam (“EVN”) เป็นเวลา 20 ปีในอัตรารับซื้อไฟฟ้า (Feed in Tariffหรือ FIT) ที่ 0.0935 ดอลลาร์ต่อหน่วย และสามารถสร้างอัตราผลตอบแทน (IRR)ระดับ 16%” นายยุทธกล่าว
- ขณะนี้บริษัทยังอยู่ระหว่างการก่อสร้างโครงการคูริฮาร่า 2 ดำเนินการโดย Kurihara GK ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ EPCO ถือหุ้น 98% เป็นโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 17.25 เมกะวัตต์ ซึ่งอยู่เขตพื้นที่คูริฮาร่า จังหวัดมิยากิ ประเทศญี่ปุ่น โดยได้รับหนังสือแจ้งผลการพิจารณารับซื้อไฟฟ้าจาก Tokoku โดยมีระยะเวลาซื้อขายไฟฟ้า 20 ปีในระบบFit ซึ่งราคาขายไฟฟ้าอยู่ที่ 36 เยนต่อกิโลวัตต์ชั่วโมงคงที่ตลอดอายุสัญญา และคาดว่าจะCOD ภายในเดือนตุลาคม 2562
- ในส่วนของรายได้จากธุรกิจโรงพิมพ์ และบรรจุภัณฑ์มีทิศทางที่ดีขึ้น หลังจากได้เข้าไปลงทุนซื้อหุ้นของ บริษัทดับบลิวพีเอส (WPS) ซึ่งดำเนินธุรกิจโรงพิมพ์ สามารถสร้างรายได้ในระดับที่ดี ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการเพิ่มศักยภาพของธุรกิจการพิมพ์ โดยคาดว่าจะเริ่มผลิตกล่องลูกฟูกได้ตั้งแต่ไตรมาส 3/2562 เป็นต้นไป และจะช่วยให้บริษัทมีรายได้ธุรกิจโรงพิมพ์เพิ่มขึ้นเท่าตัว
- ทั้งนี้เมื่อการดำเนินธุรกิจมีแนวโน้มที่ดีอย่างชัดเจน ทำให้บริษัทฯมั่นใจว่าภาพรวมการเติบโตปีนี้ ยังเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยคาดว่ารายได้รวมทั้งปีจะเติบโตแตะระดับ 50%ทุบสถิติสูงสุดใหม่อีกครั้ง เนื่องจากธุรกิจสิ่งพิมพ์และธุรกิจโรงไฟฟ้าสามารถทำได้ตามแผนที่วางไว้