ยินดีต้อนรับ กรุณา สมัครสมาชิก หรือเข้าสู่ระบบ

Home » หุ้น ERW
เข้าชม : 341

ปรับประมาณการ ERW ปีนี้และปี 64 ลงในอัตรา 39% และ 22%

โพสต์เมื่อ: วันเสาร์ 4 เมษายน 2563  09:24 น.
บล.หยวนต้า(ประเทศไทย) : ERW แนะนำ`ซื้อ` ราคาเหมาะสมที่ 5.00 บาท
26/02/2563
สาระสำคัญจากการประชุมนักวิเคราะห์  

 

สรุปสาระสำคัญจากการประชุมนักวิเคราะห์วันที่ 25 ก.พ. 2563 มีประเด็นน่าสนใจดังนี้
      ► ERW ประเมินการระบาด COVID-19 ในช่วงแรก มีผลกระทบใกล้เคียงกับการระบาดของโรค SARs เมื่อปี 2546 ที่กระทบให้จำนวนจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงใช้เวลารวม 5 เดือน โดยเฉพาะสองเดือนแรกที่เกิดเหตุการณ์ SARs RevPar ลดลงแรงราว 40-50% ก่อนกลับมาฟื้นตัวในเดือนที่ 6
      ► ปี 2563 ERW มีแผนเปิด Hop Inn เพิ่มจำนวน 7 แห่ง เป็นในประเทศทั้งหมด เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ไม่ถูกกระทบจากโรคระบาดมากนักเพราะเน้นตลาดภายในประเทศ และไม่ได้พึ่งพึงนักท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว
      ► ERW ประเมิน Hop Inn ยังเป็น Key growth driver ในระยะยาว โดยวางแผนเปิดเพิ่มอีก 7 แห่งต่อเนื่องในปี 2564 (ไทย 4 แห่ง และ ฟิลิปปินส์ 3 แห่ง)
      ► กลยุทธ์การรับมือในช่วงโรคระบาด COVID-19 ERW บริษัทจะปรับแผนการลงทุนให้ระมัดระวังมากขึ้น เลื่อนการลงทุนโครงการที่ไม่จำเป็น และเน้นการลดต้นทุนอื่นๆที่ไม่จำเป็น เช่น ไม่เพิ่มจำนวนพนักงาน และการบริหารต้นทุนส่วนกลางให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
     ► ผลกระทบจาก COVID-19 กระทบอุตสาหกรรมไปอีกสักระยะ โดยสถานการณ์จะแรงกว่าตอน โรค SARs หรือไม่ ต้องใช้เวลาประเมินอีกระยะ ในกรณีดีที่สุด หากตัวเลขนักท่องเที่ยวกลับมาได้หลัง 5-6 เดือน ERW คาดผลประกอบการปีนี้อาจมีลุ้นทรงตัว แต่หากสถานการณ์ลากยาว คาดส่งผลกระทบหนักต่อผลประกอบการใน 1H63 และมีโอกาสสูงที่ผลประกอบการจะหดตัว YoY

Our Take :
      ► จำนวนนักท่องเที่ยวที่อ่อนแอในช่วงเดือน ก.พ. 63 สอดคล้องกับมุมมองของผู้บริหาร ERW ข้างต้น อย่างไรก็ดี ประมาณการกำไรปกติของเราในปี 2563 ที่  257  ล้านบาท (-42%YoY) สะท้อนปัจจัยเสี่ยงโรคระบาดไปแล้ว ประมาณการของเราอาจมี Downside หากโรคระบาดควบคุมไม่ได้ภายในช่วงครึ่งปีแรก 
      ► เชิงมูลค่าราคาหุ้นปรับลด 33.4%YTD ทำให้ปัจจุบัน ซื้อขาย EV/EBITDA ที่ 11.2 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 14.7 เท่า และมี Upside พอสมควร จากราคาเหมาะสม ณ สิ้น 2563 ของเราที่ 5.00 บาท อิงค่าเฉลี่ย EV/EBITDA ที่ 13.1 เท่า บน -0.5SD ของ EV/EBITDA ย้อนหลัง 5 ปี
      ► แต่เชิงกลยุทธ์ไม่ต้องรีบซื้อ จากคาดว่าผลประกอบการ 1H63 อ่อนแอจากโรคระบาด แนะนำจับตาสัญญาณฟื้นตัวสำคัญ ได้แก่ 1) โรคระบาดถูกประกาศควบคุมได้ และ 2) การออกนโยบายภาครัฐเพื่อสนับสนุนเพิ่มเติม


-----------------------------

บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส : ERW แนะนำ ซื้อ ราคาพื้นฐาน 5.80 บาท
มีโรงแรมแบบประหยัดค้ำจุน
ผลการดำเนินงานปี 62 ออกมาอ่อนเป็น 464 ล้านบาท (-13.6% y-o-y) รายได้เฉลี่ยต่อห้อง (RevPar) ลดต่ำลง อีกทั้งดอกเบี้ยจ่ายก็ปรับเพิ่มสูงขึ้น
  ถือว่าปี 63 ปีนี้เป็นปีที่ท้าทายมาก โดยเฉพาะปัจจัยโรคระบาดโควิด-19 มีผลกระทบทางลบอย่างมีนัยสำคัญ
  แต่กระนั้นก็ตามธุรกิจโรงแรมแบบประหยัด (Budget Hotel) ยังช่วยค้ำจุน คือยังดำเนินไปได้อย่างแข็งแกร่ง ได้รับผลกระทบจำกัดจากโรคระบาดโควิด-19 ขณะที่บริษัทขยายธุรกิจนี้อย่างต่อเนื่อง
  คงคำแนะนำ ซื้อ ด้วยราคาพื้นฐานใหม่ที่ปรับลงเป็น 5.80 บาท ซึ่งประเมินด้วยวิธี DCF หลังปรับประมาณการปีนี้และปี 64 ลงในอัตรา 39%/22% ตามลำดับ เราคาดว่าราคาหุ้นที่ปรับลงมาได้สะท้อนข่าวลบไปพอควรแล้ว

--------------------------

บล.ฟินันเซีย ไซรัส : ERW แนะนำ รอจังหวะซื้อลงทุน ราคาเป้าหมาย 5.25 บาท
26/02/2563

ประเด็นสำคัญวันนี้
ERW
ปี 2020 ควรเป็นปีที่ดีของ ERW หลังปรับปรุงห้องพัก JW Marriot เสร็จและจะเก็บเกี่ยวการเติบโตของรร.ใหม่ Novotel & IBIS Style นานาและ Mercure & IBIS สุขุมวิท 24 แต่ถูกกระทบจาก COVID-19 เราคาดว่า 1Q20 อาจพลิกเป็นขาดทุน เราปรับกำไรปี 2020 ลง 70% เหลือ 150 ลบ. -68% Y-Y ปรับเป้าหมายลงเป็น 5.25  บาท จาก 7.20 บาท รอจังหวะซื้อลงทุนเมื่อโรคระบาดคลี่คลาย

-------------------------------


บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง : ERW แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 5.20 บาท
26/02/2563
เราเข้าร่วมประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวานนี้ ผู้บริหารได้ปรับลดเป้ารายได้และ RevPar ปี 2563 ลง เนื่องจากผลกระทบของไวรัส COVID-19 ดังนั้น เราจึงปรับลดคาดการณ์กำไรหลักลง 12-66% ในปี 2563-65 เพื่อสะท้อนแนวโน้มผลประกอบการที่อ่อนแอในปี 2563 และได้รวมผลกระทบมาตรฐานบัญชีใหม่ TFRS16 เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ สำหรับ ERW พร้อมลดราคาเป้าหมายลงมาที่ 5.20 บาทต่อหุ้น เชื่อว่าราคาหุ้นได้สะท้อนข่าวเชิงลบค่อนข้างมากแล้ว

คาด RevPar จะลดลง 40-50% ในเดือน ก.พ. - มี.ค.
  RevPar ไม่รวม Hop Inn และโรงแรมใหม่ปรับตัวลดลงระดับ 8-9% YoY ในเดือน ม.ค. ผู้บริหารคาดว่า RevPar จะลดลง 40-50% ในเดือน ก.พ. - มี.ค. จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง 30-40% ปัจจุบันอัตราการเข้าพักอยู่ที่ 60% ลดลงจากระดับปกติ 80% ผู้บริหารจึงปรับลดเป้าหมาย RevPar ในปี 2563 ลงจากการเติบโต 5% เป็นติดลบ โดยความรุนแรงจะขึ้นอยู่กับระยะเวลาของผลกระทบ COVID-19 ในส่วน Hop Inn ทั้งในประเทศไทยและฟิลิปปินส์ (รวมกันคิดเป็น 12% ของรายได้ทั้งหมด) น่าจะได้รับผลกระทบที่จำกัด โดยอัตราการเข้าพักยังคงอยู่ที่ 80% ในเดือนกุมภาพันธ์เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายเป็นนักธุรกิจในประเทศ

กำไรหลักน่าจะอ่อนตัวชั่วคราวในปี 63
  ผู้บริหารคาดว่ากรณีที่ดีที่สุด รายได้น่าจะทรงตัวในปี 63 ในกรณีที่ COVID-19 มีผลกระทบ 5 เดือน อย่างไรก็ตาม เราคาดการณ์อย่างอนุรักษ์นิยม รายได้จะลดลง 6% คาดว่า RevPar จะลดลง 14% ซึ่งจะได้การชดเชยบางส่วนจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากโรงแรมใหม่สองแห่ง (เมอร์เคียวและไอบิสสุขุมวิท 24) ซึ่งเปิดในเดือนธันวาคม 2562, JW Marriott ที่ปรับปรุงใหม่ตั้งแต่ตุลาคม 2562 และ Hop Inn ใหม่ 7 แห่งซึ่งมีกำหนดเปิดในปี 2563 นอกจากนี้เรายังได้นำมาตรฐานการบัญชีใหม่ TFRS16  มาคำนวณในการคาดการณ์ของเราด้วย ภายใต้มาตรฐานใหม่นี้ จะบันทึกหนี้สินตามสัญญาเช่าและสิทธิการใช้สินทรัพย์ ค่าเช่าจะถูกแทนที่ด้วยค่าเสื่อมราคาและดอกเบี้ย เราประเมินว่ากำไรสุทธิจะได้รับผลกระทบ 70-80 ล้านบาทในปี 2563 โดยรวมแล้วกำไรหลักในปี 2563 จะลดลง 58% เป็น 185 ล้านบาท

จังหวะสะสมหุ้น รับท่องเที่ยวฟื้น
  เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ สำหรับ ERW แม้จะไม่มีปัจจัยกระตุ้นระยะสั้น โดยราคาหุ้นร่วงลง 38% ในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา ซึ่งน่าจะตอบรับแนวโน้มผลประกอบการที่อ่อนแอแล้ว ERW เป็นหุ้นเด่นในกลุ่มท่องเที่ยวไทยและน่าได้รับประโยชน์สูงสุดจากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวในประเทศไทย เราคาดว่ากำไรหลักจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 146% ในปี 2564 เมื่อสถานการณ์กลับสู่ปกติ


--------------------------------

บล.ทรีนีตี้ : ERW แนะนำ`ซื้อ` ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 5.05 บาท
27/02/2563
หวังพึ่ง Hop Inn เป็นหลัก

 •  ERW รายงานกำไรสุทธิใน 4Q62 ที่ 176 ล้านบาท ปรับตัวสูงขึ้น 312% QoQ แต่ปรับตัวลดลง 2% YoY
          •  RevPar (ไม่นับรวม Hop Inn) ใน 4Q62 ปรับตัวลดลงราว 5% YoY
          •  กำไรปี 2562 อยู่ที่ 445 ล้านบาท ปรับตัวลดลง 7.2% YoY
         •  ปรับกำไรปี 2563 ลง 39.6% เป็น 303 ล้านบาท จากผลกระทบ COVID-19 
          •  ยังคงแนะนำ "ซื้อ" ที่ราคาเป้าหมายใหม่ 5.05 บาท

4Q62 Earnings Review
         •  ERW รายงานกำไรสุทธิใน 4Q63 ที่ 176 ล้านบาท ปรับตัวสูงขึ้น 312% QoQ แต่ปรับตัวลดลง 2% YoY และสูงกว่าที่เราคาดการณ์ที่ 145 ล้านบาท  โดยการปรับตัวสูงขึ้น QoQ เป็นผลมาจากช่วงไตรมาส 4 เป็นช่วง High Season ของการท่องเที่ยว ในขณะที่การปรับตัวลดลง YoY มาจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เติบโตเพียง 6% YoY แต่การแข่งขันของโรงแรมสูงขึ้น ส่งผลให้มีการใช้กลยุทธ์ทางราคาในการดึงลูกค้า
         •  RevPar (ไม่นับรวม Hop Inn)ใน 4Q62 ปรับตัวลดลง 5% YoY โดยที่มีอัตราการเข้าพักอยู่ที่ 78% และค่าห้องพัก (ADR) ต่อคืนปรับตัวลดลง 3% YoY ด้าน Hop Inn ในประเทศมีการปรับตัวสูงขึ้น 5% YoY และ Hop Inn ที่ฟิลิปปินส์ ปรับตัวสูงขึ้นถึง 10% YoY
         •  กำไรทั้งปี 2563 อยู่ที่ 445 ล้านบาท ปรับตัวสูงขึ้น 7.2% YoY โดยที่ RevPar ทั้งปี (ไม่นับรวม Hop Inn) ปรับตัวลดลง 7% YoY จาก ADR ที่ลดลง 4% YoY ในขณะที่ Hop Inn ในประเทศปรับตัวสูงขึ้น 1% YoY และของฟิลิปปินส์เพิ่มขึ้น 5% YoY

ผลกระทบจาก Corona Virus (COVID-19)
          ทางการท่องเที่ยวได้ปรับลดคาดกาณ์จำนวนนักท่องเที่ยวปี 2563 ลงจาก 40.8 ล้านราย เป็น 36 ล้านราย ปรับตัวลดลง 9.5% YoY แต่ในช่วงเดือนก.พ. 2563 จำนวนนักท่องเที่ยวได้ปรับตัวลดลงไปแล้ว 38% YoY หลังจากที่รัฐบาลจีนประกาศห้ามนักท่องเที่ยวจีนเดินทางไปต่างประเทศเมื่อวันที่ 25 ม.ค. และหากย้อนดูเหตุการณ์โรคซาร์สระบาดเมื่อปี 2545 จะพบว่า RevPar ของ ERW ได้ปรับตัวลดลง 40-50% ในช่วง 2 เดือนแรกของการระบาด และปรับตัวลดลงติดต่อกันนาน 5 เดือน ก่อนที่ WHO จะประกาศควบคุมการระบาดได้

ในข่าวร้ายยังมีข่าวดีบ้าง
          สัดส่วนรายได้จากกลุ่ม Hop Inn คาดว่าจะอยู่ที่ 14% เพิ่มขึ้นจาก 12% ในปี 2562 และสัดส่วนจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งการเปิดให้บริการ 100% ของ JW Marriot ที่ทำการ Renovate เสร็จแล้ว 100% และในส่วนของ F&B ที่ยังคงมีฐานลูกค้าเป็นชาวไทย ที่แม้ว่าจะออกมาทานข้าวนอกบ้านน้อยลง แต่ก็ยังไม่ลดลงเท่ากับจำนวนนักท่องเที่ยวที่หายไป ERW ยังคงเดินหน้า เปิดโรงแรมใหม่ 7 แห่ง ซึ่งทั้ง 7 แห่งจะเป็นโรงแรมกลุ่ม Hop Inn ในประเทศ และปัจจุบัน มี Hop Inn ทั้งหมด 50 แห่ง แม้ว่า ERW จะมีรายได้จากโรงแรมในประเทศสูงถึง 80% แต่ ERW ได้ทำการกระจายฐานลูกค้าได้ทุกระดับ และลูกค้ากลุ่ม Hop Inn เป็นสัดส่วนลูกค้าชาวไทยสูงถึง 90% ในขณะที่ Hop Inn ฟิลิปปินส์ มีสัดส่วนลูกค้าเป็นคนในประเทศที่ 60% จึงได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ค่อนข้างจำกัด

ยังคงแนะนำซื้อ ที่ราคาเป้าหมายใหม่ 5.05 บาท
          เราปรับคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2563 ลง 39.6% เป็น 303 ล้านบาท จากผลกระทบของ TFRS16 ในส่วนของสัญญาค่าเช่าจะส่งผลให้มี EBITDA ที่เพิ่มขึ้น แต่กำไรสุทธิจะปรับตัวลดลง เนื่องจาก 65% ของรายได้ในกลุ่มโรงแรมของ ERW มาจากการ Lease ที่ดิน ประกอบกับยอดนักท่องเที่ยวจะปรับตัวลดลงแรงในช่วงเดือนก.พ.-มี.ค. ส่งผลให้ RevPar คาดว่าจะปรับตัวลดลงราว 40-50% ในช่วงที่มีโรคระบาด แต่เนื่องจากราคาหุ้นได้ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง YTD ที่ 33% และหากการระบาดของ COVID-19 จบลง เราเชื่อว่ากลุ่มท่องเที่ยวจะฟื้นตัวด้วยความรวดเร็ว เราจึงยังแนะนำ "ซื้อ" แต่ปรับราคาเป้าหมายลงเป็น 5.05 บาท สอดคล้องกับคาดการณ์ โดยการอิง EV/EBITDA ที่ 13.5X (-0.5SD)

-----------------------------------------

บล.ทิสโก้ : ERW แนะนำ“ถือ” มูลค่าที่เหมาะสม 3.40 บาท
27/02/2563
ERW : ปรับคำแนะนำเป็น “ถือ” จากผลของ COVID-19

 

เราปรับคำแนะนำของ ERW ลงเป็น “ถือ” มูลค่าที่เหมาะสม 3.40 บาท
  เราปรับคำแนะนำลงจากผลประกอบการที่อ่อนแอลง โดยเราคาด RevPar ในปี 2020F จะลดลง 20% และคาดว่านักท่องเที่ยวจะลดลง 17.6% มูลค่าที่เหมาะสมใหม่ลดลงจากเดิมที่ 6.30 บาท

เราปรับผลประกอบการปี 2020 -21F ลง 67% และ 23% จากผลของ COVID-19
  เราปรับประมาณการของ ERW ลงเพื่อสะท้อนผลของ RevPar ที่ลดลง แต่คาดว่าการดำเนินงานของ Hop Inn จะโตขึ้นได้ เนื่องจากปริมาณของนักท่องเที่ยวในประเทศที่มีสัดส่วนกว่า 90% แต่ Hop Inn คิดเป็นสัดส่วนรายได้เพียง 12% และ 16% ของกำไรจากการดำเนินงานต่ำกว่ากลุ่มอื่นๆ

ประเด็นจากการประชุมนักวิเคราะห์
  เรามองว่า การระบาดของ COVID-19 เป็นผลกระทบในระยะสั้น และแผนการลดต้นทุนของบริษัทจะช่วยลดผลกระทบต่อผลประกอบการในอนาคต และคาดว่าการระบาดของโรคจะจบภายใน 5 – 8 เดือน และมีการขยายโรงแรม และตกแต่งใหม่รวม 16 แห่งในปี 2020 – 22
  เราแนะนำให้ “ถือ” โดยมีมูลค่าที่เหมาะสม 3.40 บาท อิง EV/EBITDA ที่ 12 เท่า มีความเสี่ยงคือ การระบาดของโรค และการท่องเที่ยวเป็นปัจจัยสำคัญ


s


คุณต้องสมัครสมาชิก ถึงจะโพสกระทู้ได้

สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ