ยินดีต้อนรับ กรุณา สมัครสมาชิก หรือเข้าสู่ระบบ

Home » หุ้น ERW
เข้าชม : 359

ผลจากโควิด-19 คาดขาดทุนสุทธิ 1Q20F ที่ -145 ลบ. คาด -40% y-y ใน 2Q20F ขาดทุนราว -400 ลบ.

โพสต์เมื่อ: วันจันทร์ 13 เมษายน 2563  12:54 น.
10/04/2563
บล.โนมูระ พัฒนสิน : ERW แนะนำ`Neutral` TP20F ที่ 2.30 บาท
ERW (NEUTRAL, TP 2.30) คาดผลจาก COVID - 19 ทำให้ขาดทุนไปถึง 3Q20F
คาดขาดทุนสุทธิ 1Q20F ที่ -145 ลบ
พลิกจากกำไรสุทธิใน 1Q19 และ 4Q19 ที่ 235 และ 176 ลบ. เนื่องจากรายได้และความสามารถในการทำกำไรที่แย่ลง เพราะ ผลจาก COVID - 19 ทำให้นักท่องเที่ยวยกเลิกการเดินทาง และการจัดงานต่างๆ ทั้งในไทยและฟิลลิปปินส์ ส่งผลให้คาด RevPAR อ่อนตัวถึง -40% y-y สำหรับใน 2Q20F คาดยังขาดทุนต่อเนื่องที่ราว -(300 - 400) ลบ. ถือเป็นจุดที่ผลประกอบการแย่ที่สุดจากการที่ต้องปิดดำเนินงานโรงแรมทั้งหมด นอกจากนี้ใน 3Q20F เรายังขาด ERW จะยังมีผลการดำเนินงานขาดทุน แต่จะน้อยกว่าใน 2Q20F จากการที่หลายประเทศเริ่มผ่านการระบาดในจุดที่แย่ที่สุดไปแล้ว ดังนั้นจากคาด ERW ขาดทุนต่อเนื่องถึง 3Q20F และคาดขาดทุนปกติ 2020F -459 ลบ. จึงมองว่ายังไม่น่าสนใจในช่วงสั้น จึงคงคำแนะนำ เพียง Neutral ที่ TP20F 2.30 บ.

----------------------------------

บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง : ERW แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 3.60 บาท
13/04/2563
ลดคาดการณ์กำไรหลัก คงคำแนะนำ ซื้อ
เราปรับลดคาดการณ์กำไรหลักลงหลังจากสถานการณ์ COVID-19 แย่ลง นอกจากนี้ยังปรับสมมติฐานอัตราคิดลด WACC เป็น 9.4% จาก 8.4% เพื่อสะท้อนความเสี่ยงด้านตลาดที่สูงขึ้นและได้ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 3.60 บาท แม้จะไม่มีปัจจัยกระตุ้นในระยะสั้น แต่เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อผลตอบแทน (Risk/Reward) ที่ดี ทั้งนี้ตลาดกังวลเกี่ยวกับสภาพคล่องในช่วงที่ ERW ปิดโรงแรม โดยเราเชื่อว่า ERW มีกระแสเงินสดเพียงพอและจะผ่านวิกฤติไปได้ในที่สุด ส่งผลให้จะมีการ re-rating หุ้นตามมา เมื่อการท่องเที่ยวฟื้นตัวในปี 2564-65

คาดไตรมาส 1/63 รายงานผลขาดทุน
  คาดรายได้จะลดลง 32% YoY ในไตรมาส 1/63 โดย RevPar ที่ไม่รวม Hop Inn ลดลง 40% YoY เนื่องจากอัตราการเข้าพักน่าจะเฉลี่ยอยู่ที่ 60% เทียบกับ 86% ในไตรมาส 1/62 ขณะเดียวกัน โรงแรมฮ็อปอินน์ในไทยและฟิลิปปินส์คาดได้รับผลกระทบเล็กน้อยจาก COVID-19 และคาดว่า RevPar จะลดลง 4% YoY ด้วยอัตราการเข้าพักที่ 70% เนื่องจากผลการดำเนินงานที่ยังแข็งแกร่งในเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ โดยรวมแล้ว เราคาดว่า ERW จะบันทึกขาดทุน -73 ล้านบาทใน ไตรมาส 1/63 (เทียบกับกำไร 235 ล้านบาทในไตรมาส 1/62)

วงเงินสินเชื่อเพียงพอครอบคลุมต้นทุนคงที่ในปีนี้
  EWR เพิ่งปิดโรงแรมทั้งหมด ยกเว้น รร.เมอร์เคียวและไอบิสสยาม เราคาดว่าจะสามารถลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลงได้ 50-60% สำหรับโรงแรมที่ถูกปิด โดย ERW มีวงเงินสินเชื่อจากธนาคารสูงถึง 4 พันล้านบาทเพื่อใช้เป็นสภาพคล่องในช่วงปิดโรงแรม เราเชื่อว่าวงเงินสินเชื่อเพียงพอที่จะจ่ายค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เหลือสำหรับส่วนที่เหลือของปีนี้ สำหรับเงินกู้ 1.2 พันล้านบาทที่ต้องชำระในปีนี้ ธนาคารได้ตกลงที่จะชะลอการชำระคืนเงินต้นส่วนใหญ่ นอกจากนี้ ERW ยังวางแผนที่จะลดเงินลงทุนจาก 1.4 พันล้านบาทในปีนี้และเลื่อนโครงการส่วนใหญ่ออกไป เราประเมินเงินลงทุนน่าลดลงเหลือระดับ 200-500 ล้านบาท เราคาดการณ์ IBD / E ที่ 2.3 เท่า ในปี 2563 ยังคงต่ำกว่า 2.5 เท่าของพันธะหนี้ เราคาดว่าโรงแรม Hop Inn จะเปิดให้บริการอีกครั้งในไตรมาส 3/63 และคาดว่าโรงแรมอื่นจะเปิดให้บริการอีกครั้งภายในไตรมาส 4/63 ดังนั้นเราประเมินอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 30% ในปี 2563

หุ้นซื้อขายที่ส่วนลด 38% ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ
  เราปรับลดสมมติฐานจำนวนนักท่องเที่ยวในปี 2563 ลงเป็น 15 ล้านจาก 35 ล้าน และคาดว่า ERW จะขาดทุน 1.2 พันล้านบาทในปี 2562 และเรายังลดกำไรหลัก 14-43% ในปี 2564-65 หุ้น ERW ซื้อขายที่ราคาต่ำ ที่ EV / EBITDA ปี 2563 เพียง 10.5 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีที่ 13 เท่า นอกจากนี้ ราคาหุ้นปัจจุบันแสดงถึงส่วนลด 38% ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (วิธีราคาทุน) ที่ 4.7 บาทต่อหุ้น

 
s
RE : ผลจากโควิด-19 คาดขาดทุนสุทธิ 1Q20F ที่ -145 ลบ. คาด -40% y-y ใน 2Q20F ขาดทุนราว -400 ลบ. [ ความเห็นที่ 1]
โพสต์เมื่อ: วันเสาร์ 18 เมษายน 2563  12:35 น.
ERW คาด Q1/63 พลิกขาดทุน 176 ลบ. ผลกระทบจากโควิด-19
17 เมษายน 2020

 

ทันหุ้น –สู้โควิด –บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด ระบุถึง ERW ว่า ERW จะรายงานผลขาดทุนสุทธิในไตรมาส 1/2563 ที่ 176 ลบ. เทียบกับที่รับรู้กำไรสุทธิที่ 176 ลบ. และ 235 ลบ. ในไตรมาส4/2562 และ 1/2562 สาเหตุที่พลิก กลับมารับรู้ผลขาดทุนในเชิง QoQ และ YoY คาดจะมา จากผลการดำเนินงานที่อ่อนแอในเดือน มี.ค. จากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั้งนี้ เรา คาดว่าโรงแรม Hop Inn จะได้รับผลกระทบเล็กน้อยจากโควิด-19 เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่ เป็นชาวไทย โดยเราคาดว่า ERW จะรายงานผลขาดทุนสุทธิในอีก 3 ไตรมาสต่อจากนี้อิงจาก ประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวขาเข้าในปี 2563 ที่ 15 ล้านคน

 

คาดว่า ERW จะรายงานผลขาดทุนสุทธิ มากขึ้นในไตรมาส 2/2563 (แผนภาพ 2) จากจำนวนนักท่องเที่ยวขาเข้าที่อ่อนแอผลจาก คำสั่งห้ามเดินทางเข้าประเทศไทยของรัฐบาลในเดือน เม.ย. ซึ่ง อาจจะขยายระยะเวลาห้ามเข้าประเทศไทยต่อไป เราคาดว่ารัฐบาลจะสั่งกักตัวนักท่องเที่ยวทุกคนที่เดินทางเข้ามายังประเทศไทยเป็นเวลา 14 วัน เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่ง จะจำกัดการ เดินทางจากนักท่องเที่ยว

 

เราคาดว่าโรงแรม Hop Inn จะได้รับ ผลกระทบเล็กน้อยจากโควิด-19 เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวไทย ดังนั้น เราจึงคาดว่า RevPar จะลดลงแค่ 4% YoY และอัตราการเข้าพักจะอยู่ที่ราว 70% ทั้งนี้ โรงแรม Hop Inn คิดเป็นสัดส่วนที่ 12% ของรายได้รวมในปี 2562 แต่คาดจะเพิ่มขึ้นเป็น 14% ในปี 2563

 

ERW ปิดโรงแรมส่วนใหญ่ในประเทศไทยเป็นการชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 1-30 เม.ย.2563 จากโควิด-19 ในช่วงที่เกิด การแพร่ระบาด หลายประเทศได้พิ่ม มาตรการควบคุมและการเดินทางที่เข้มงวดมากขึ้น โรงแรมเอราวัณ กรุงเทพ หยุดให้บริการ ตั้งแต่วันที่ 22 มี.ค. ถึง 30 เม.ย.2563 และโรงแรม Hop Inn ในประเทศฟิลิปปินส์ได้ปิด ให้บริการตั้งแต่วันที่ 19 มี.ค. จนกว่าจะมีการประกาศให้เปิดให้บริการต่อไป และเพื่อรับมือกับ สถานการณ์เช่นนี้

 

ERW จึงได้ออกมาตรการควบคุมต้นทุนซึ่งรวมทั้งการลดเงินเดือนพนักงาน ระดับผู้บริหารของในส่วนโรงแรมและสำนักงานใหญ่ ขณะที่พนักงานระดับล่างจะยังได้รับเงินเดือนเต็มเดือน เราคาดว่าต้น ทุนคงที่จะคิดเป็นสัดส่วนที่ 50% ของค่าใช้จ่ายรวมขณะที่ มาตรการควบคุมต้น ทุนจะช่วยลดต้นทุนคงที่ได้ที่ 40% ของค่าใช้จ่ายรวม (การดำเนินงานปกติ)

 

เราคำนวณราคาเป้าหมายสิ้น ปี 2563 ด้วย PBV ล่วงหน้า 12 เดือนที่ 1.9 เท่า ซึ่งเท่ากับ 1SD ต่ำกว่า PBV ล่วงหน้าเฉลี่ย 12 เดือนช่วง ง 5 ปีของตลาด

 


s
RE : ผลจากโควิด-19 คาดขาดทุนสุทธิ 1Q20F ที่ -145 ลบ. คาด -40% y-y ใน 2Q20F ขาดทุนราว -400 ลบ. [ ความเห็นที่ 2]
โพสต์เมื่อ: วันเสาร์ 18 เมษายน 2563  12:45 น.
บล.หยวนต้า(ประเทศไทย) : ERW แนะนำ `TRADING` ราคาเหมาะสมที่ 3.50 บาท
16/04/2563

 

      ► ปรับลดประมาณการ ปี 2563 คาดขาดทุนปกติที่ 419 ล้านบาท อิงสมมติฐานสถานการณ์ COVID-19 รุนแรงที่สุดในช่วง 2Q63 และ RevPar ทั้งปีที่ -60%YoY
  ► แต่คาดกลับมาทำกำไรปกติในปี 2564 ที่ 227 ล้านบาท บนสมมติฐานว่า สถานการณ์โรค COVID-19 จะเริ่มดีขึ้น ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวกลับมาเติบโตอีกครั้ง

Our view :
  ► เราปรับมูลค่าเหมาะสม ปี 2563 ลงที่ 3.50 บาทต่อหุ้น
  ► เราแนะนำ TRADING หลังหุ้นปรับตัวขึ้นแรงจากจุดต่ำสุดถึง 54% ในปลายเดือน มี.ย. ทำให้ Upside เริ่มจำกัด
  ► เชิงกลยุทธ์ แนะนำ ทยอยสะสมเมื่ออ่อนตัว ในช่วง 2Q63 เราคาดจะเป็นจุดสูงสุดของเหตุการณ์โรคระบาด COVID-19 โดยระดับราคาน่าสนใจอยู่ที่ +/- 2.90 ต่อหุ้น

ปรับลดประมาณการรับผลกระทบ COVID-19
คาดขาดทุนปกติใน 1Q63 จากผลกระทบโรค COVID-19
  เราคาด 1Q63 ERW ขาดทุนปกติที่ 49 ลบ. จากกำไรปกติที่ 235 ลบ.ใน 1Q62 และกำไรปกติที่ 176 ลบ.ใน 4Q62 กดดันหลักๆจากผลกระทบของ COVID-19 ดังนี้ 1) คาด RevPar เฉลี่ยของกลุ่มโรงแรม (ไม่รวม Hop Inn) ลดลงแรงที่ 40%YoY เทียบกับ -9%YoY ใน 1Q62 โดย RevPar ที่ลดลง YoY อิงสมมติฐานจากอัตราการเข้าพัก (Occ. Rate) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และนำไปสู่การปรับลดของค่าห้องพักเฉลี่ยต่อคืน (ADR) ตามกลไกตลาด 2) คาดกลุ่ม Hop Inn มี RevPar ลดลงราว 4%YoY หลังกลุ่มโรงแรมเริ่มรับผลกระทบตั้งแต่ต้นปีบวกกับการประกาศปิดดำเนินการโรงแรม Hop In ทั้งในไทยและฟิลิปปินส์เป็นการชั่วคราวตั้งแต่ช่วงปลาย มี.ค. 63 คาดปิดถึงช่วงเดือน พ.ค. และอาจมีการประกาศแผนงานเพิ่มเติมตามความเหมาะสมของสถานการณ์การแพร่ระบาดในระยะถัดไป และ 3) คาด EBITDA margin รวมลดลงเป็น 25.6% จาก 34.8% ใน 1Q62 จากการสูญเสีย scale ERW จะรายงานผลประกอบการ 1Q63 ในช่วงวันที่ 14 พ.ค. 63

รับมือโรค COVID-19 ด้วยการลดต้นทุน เลื่อนการลงทุนและเจรจายืดจ่ายหนี้
  แผนการรับมือ COVID-19 ของ ERW แบ่งเป็น 1) ประกาศปิดโรงแรมทุก segment ทั้งในไทยและฟิลิปปินส์ เพื่อช่วยหยุดการแพร่ระบาดของเชื้อและลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานในช่วงสถานการณ์ที่ถูกกดดัน 2) เลื่อนเงินลงทุนที่ไม่จำเป็น ปรับลด CAPEX ในปี 2563 อยู่ที่ราว 200 ลบ. จาก 1.6 พันล้านบาท ผ่านการเลื่อนเวลาแผนปรับปรุงโรงแรมและแผนการเปิดโรงแรมใหม่กลุ่ม Hop Inn ในประเทศทั้งหมดราว 6 แห่งออกไปเป็นช่วง 2H63 ถึง 1H64 เพื่อรักษากระแสเงินสดของบริษัทในช่วงวิกฤต และ 3) อาจมีการเจรจากับธนาคารเพื่อขอผ่อนผันการจ่ายคืนหนี้ที่ครบกำหนดในปี 2563 จำนวน 1.2 พันล้านบาท โดยบริษัทได้ดำเนินการคืนหนี้บางส่วนแล้ว เหลืออยู่ราว 800 ลบ. อิงสถานะการเงินปัจจุบันของ ERW มี Net debt to equity ที่ 1.55 เท่า เราคาด ERW สามารถผ่านวิกฤตไปได้หากต้องปิดโรงแรมยาว 3-6 เดือน

ปรับลดประมาณการเป็นขาดทุนในปี 2563 … ลุ้น Bottom out ใน 2Q63
  เราปรับลดประมาณการ ERW ในปี 2563 เป็นขาดทุนที่ 419 ลบ. อิง RevPar ที่ -60% YoY หลักๆจากคาด Occ. rate ลดลงเฉลี่ยอยู่ที่ราว 33% จาก 72% ในแง่ของผลประกอบการรายไตรมาส เราคาด ERW ขาดทุนหนักสุดใน 2Q63 เนื่องจากโดนผลกระทบของการปิดโรงแรมเกือบเต็มไตรมาส และคาดทยอยขาดทุนลดลงใน 3Q63 อิงสมมติฐาน Occ. rate เฉลี่ยใน 2Q63-4Q63 ที่ราว 10%, 35%, และ 49% ตามลำดับ อย่างไรก็ดี เราคาดกำไรปกติของ ERW จะฟื้นตัวแรงในปี 2564 ที่ 227 ลบ. บน RevPar คาดเติบโตที่ 83% จากสมมติฐาน Occ. rate เฉลี่ยเพิ่มขึ้นที่ 62% จากมุมมองการควบคุมโรคระบาดเกิดขึ้นได้ภายใน 3Q63

ปรับคำแนะนำเป็น TRADING หลังราคาหุ้นฟื้นตัวแรง ...กลยุทธ์สะสมเมื่ออ่อนตัว
  เราปรับลดประเมินราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2563 ที่ 3.50 บาทต่อหุ้น ด้วยการประเมินมูลค่าเหมาะสมของ ERW ในปี 2564 อิง EV/EBITDA ที่ -1SD ของค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี หรือ 11.3x ที่ 3.79 บาทต่อหุ้น และ Discount กลับเป็นมูลค่าปัจจุบันด้วย Ke ที่ 9.8% เนื่องจากเชื่อว่าผลประกอบการในปี 2563 ไม่ได้สะท้อนศักยภาพที่แท้จริงในการทำกระแสเงินสดของบริษัทฯ เราใช้ค่าเฉลี่ยที่ -1SD ของค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี เนื่องจากการฟื้นตัวแบบ U-Shape ของนักท่องเที่ยวทำให้หุ้นไม่สามารถซื้อขายสูงเหมือนอย่างในอดีต
  เราปรับคำแนะนำเป็น TRADING จากราคาหุ้นปรับตัวขึ้นแรง 54% จากจุดต่ำสุดเดือน มี.ค. สะท้อนความคาดหวังฟื้นตัวไปบ้างแล้ว เชิงกลยุทธ์แนะนำทยอยสะสมเมื่ออ่อนตัวใน 2Q63 ที่น่าจะเป็นจุดต่ำสุดของผลประกอบการ

-------------------------------

บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี : ERW แนะนำ ขาย ราคาเป้าหมาย 2.40 บาท
15/04/2563
 เราคาดว่า ERW จะขาดทุนในปี FY20-21 ภายใต้สมมติฐานที่สถิตินักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอยู่ที่ 16 ล้านคน (-60% yoy) ในปี 2020 และ 24 ล้านคน (+50% yoy) ในปี 2021
  เรามองว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโลกอาจชะลอตัวยืดเยื้อ เพราะเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มเข้าสู่ภาวะถดถอยเพราะผลกระทบหลังการระบาดของไวรัสโคโรนา
  ปรับลดคำแนะนำของ ERW เป็น “ขาย” และปรับราคาเป้าหมายลงเป็น 2.4 บาท เท่ากับ P/BV 1.15x ในปี FY21 (-0.5SD ของค่าเฉลี่ยระยะยาว)

---------------------------

บล.ทรีนีตี้ : ERW ปรับคำแนะนำลงเป็น`ถือ` ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 3.15 บาท
15/04/2563
COVID-19 ทำขาดทุนตั้งแต่ 1Q63F

 

      • คาด ERW รายงานขาดทุน 57 ล้านบาทใน 1Q63 จากผลกระทบของ COVID-19 ที่เริ่มรุนแรงในช่วงเดือนมี.ค. 2563 เป็นต้นมา
  • ปรับคาดการณ์ปี 2563 ลงเป็นขาดทุน 801 ล้านบาท จากการปิดโรงแรมทั้งในประเทศและที่ฟิลิปปินส์ และจากค่าใช้จ่ายที่ยังคงต้องจ่ายแม้ปิดบริการ
  • คาดกลุ่มท่องเที่ยวฟื้นตัวช้า เนื่องจากได้รับผลกระทบทั่วโลก ส่งผลให้ผู้บริโภคใช้สอยอย่างประหยัด
  • ปรับคำแนะนำลงเป็น "ถือ" ที่ราคาเป้าหมายใหม่ 3.15 บาท

1Q63F Earnings Preview
  คาด 1Q63 รายงานขาดทุนสุทธิที่ 57 ล้านบาท จากที่กำไร 176 ล้านบาท ใน 4Q62 และกำไร 235 ล้านบาทใน 1Q62 โดยคาดว่ารายได้จะอยู่ที่ 1.26 พันล้านบาท ปรับตัวลดลง 27% QoQ และ 28% YoY จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลงในช่วง 1Q63
  คาดอัตราการเข้าพัก (ไม่นับรวม Hop Inn) ในช่วง 1Q63 อยู่ที่ 57% ปรับตัวลดลง 30% YoY และ RevPar ปรับตัวลดลงราว 40% YoY โดยที่ในเดือนม.ค.-ก.พ. ยังคงมีอัตราการเข้าพักที่สูงจากช่วง High Season แต่เนื่องจาก COVID-19 ได้เริ่มระบาดรุนแรงในประเทศช่วงกลางเดือนมี.ค. ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ลดลงกว่า 80%
  คาดอัตราการเข้าพักของกลุ่ม Hop Inn อยู่ที่ 70% ยังคงอยู่ในระดับสูงเนื่องจากฐานลูกค้าหลักยังคงลูกค้าในประเทศ จึงยังไม่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 มากเท่าโรงแรมอื่นๆ ในขณะที่ RevPar คาดว่าจะปรับตัวลดลงเพียง 3-4% YoY
  ลูกค้าต่างชาติจากรัสเซียและยุโรปเติบโตโดดเด่นในช่วงเดือนม.ค.-ก.พ. ก่อนที่จะ COVID-19 จะมีการระบาดหนัก

ปรับลดคาดการณ์ปี 2563-2564 ลง
  เราปรับลดคาดการณ์กำไรสุทธิจาก 305 ล้านบาท เป็นขาดทุน 801 ล้านบาท และปรับกำไรสุทธิปี 2564 ลง 58% จาก 432 ล้านบาท เป็น 175.68 ล้านบาท จากการปรับรายได้ลง 52% และ 17.6% ตามลำดับ หลังจากที่ ERW ปิดให้บริการโรงแรมทุกแห่งทั้งในประเทศและที่ฟิลิปปินส์ โดยเหลือบริการเพียง Mercure-Ibis สยาม เพียงแห่งเดียว
  เนื่องจาก ERW ยังคงมีการจ้างพนักงานอยู่ ส่งผลให้ยังคงมี Fixed Cost ที่ต้องจ่าย แม้ว่าการปิดให้บริการโรงแรมจะช่วยลดค่าใช้จ่ายบางส่วนไปได้ แต่ก็ยังส่งผลให้เราคาดว่า ERW จะมีการบันทึกขาดทุนต่อเนื่องถึง 2Q63-3Q63
  หาก COVID-19 คลี่คลายลง เราคาดว่า ERW จะเริ่มกลับมาให้บริการโรงแรมกลุ่ม Hop Inn (สัดส่วนรายได้ที่ 12%) ก่อน เนื่องจากเป็นโรงแรมที่มีฐานลูกค้าในประเทศ ซึ่งคาดว่าจะสามารถฟื้นตัวได้เร็วกว่าโรงแรมที่เน้นรับลูกค้ากลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ

เปลี่ยนคำแนะนำจาก "ซื้อ" เป็น "ถือ"
  เนื่องจาก ERW ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 โดยตรงและเราคาดว่าผลกระทบจะยาวนานกว่าที่เคยคาดการณ์ เราจึงปรับคำแนะนำลงจาก "ซื้อ" เป็น "ถือ" หลังจากที่ปรับคาดการณ์ปี 2563 เป็นขาดทุนที่ 801 ล้านบาท ประกอบกับเราคาดว่ากลุ่มท่องเที่ยวจะใช้เวลาฟื้นตัวนานกว่ากลุ่มอื่นๆเนื่องจากผู้บริโภคได้รับผลกระทบในวงกว้าง และจะมีการใช้จ่ายอย่างระมัดระวังเพิ่มมากขึ้น เราปรับราคาเป้าหมายเป็น 3.15 บาท (จาก 5.05 บาท) จากการอิง EV/EBITDA ที่ 13.5X (-0.5SD) อย่างไรก็ดี ประเด็นของ Liquidity ยังไม่น่าเป็นห่วง เนื่องจาก ERW ยังคงมีเงินสดในมือที่ 969 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2562 และยังมีวงเงินสินเชื่อกู้เพิ่มได้อีกราว 4.0 พันล้านบาท และ ERW ได้ระงับการใช้ CAPEX ที่ 1.4 พันล้านบาทในปีนี้ ส่งผลให้ยังมีความสามารถในการชำระหนี้และดำเนินธุรกิจได้ต่อเนื่อง


s


คุณต้องสมัครสมาชิก ถึงจะโพสกระทู้ได้

สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ