ยินดีต้อนรับ กรุณา สมัครสมาชิก หรือเข้าสู่ระบบ

Home » หุ้น ERW
เข้าชม : 336

ERW งบ Q1/63 พลิกขาดทุน 102.5 ล้านบาท จากโควิด-19 กระทบ คาด 2Q20F ขาดทุน -300 ลบ.

โพสต์เมื่อ: วันศุกร์ 15 พฤษภาคม 2563  11:54 น.
ERW เผย Q1/63 พลิกขาดทุน 102.5 ลบ.ลดลง 143% โควิดทำรายได้ทรุด
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -15 พ.ค. 63 10:00 น.

 

บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW รายงานผลดำเนินงานไตรมาส 1/63 พลิกขาดทุน 102.5 ล้านบาท ลดลง 143% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 234.6 ล้านบาท จากโควิด-19 กระทบผลดำเนินงานของธุรกิจในไทยและฟิลิปปินส์ ทำรายได้ลดลง

  โดยบริษัทมีรายได้รวม 1,223 ล้านบาท ลดลง จากช่วงเดียวกันปีก่อน 31% โดยที่รายได้จากการประกอบกิจการโรงแรมลดลงเหลือ 1,161 ล้านบาท มีกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษีเงินได้และค่าเสื่อมราคา (“EBITDA”) เท่ากับ 291 ล้านบาท ลดลง 53% จากไตรมาส 1/62 และมีอัตรากำไรระดับ EBITDA เท่ากับ 23.8% ลดลงจาก 34.5% ในไตรมาส 1/63 ขณะที่ต้นทุนบางส่วนเป็นต้นทุนคงที่

  ในไตรมาส 1/63 บริษัทฯ เปิดให้บริการโรงแรมภายใต้แบรนด์ “ฮ็อป อินน์” (“HOP INN”) ในประเทศไทย จำนวน 1 แห่งได้แก่ ภูเก็ต โอลด์ทาวน์ ซึ่งเป็นสาขาที่ 2 ในจังหวัดดังกล่าว ส่งผลให้บริษัทฯ มีจำนวนโรงแรมทั้งสิ้น 71 แห่ง และห้องพักรวม 9,648 ห้อง

  สำหรับแนวโน้มปี 63 การแพร่ระบาดของโควิด 19 ในหลายภูมิภาคของโลกได้ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั่วโลกเป็นอย่างมาก ขณะที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยคาดปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 16 ล้านคน ลดลง 52% จากปีก่อน ส่วนักท่องเที่ยวไทยคาดที่ 60 ล้านคน ลดลง 64% จากปีก่อน

  เพื่อเป็นการบริหารความเสี่ยงทางธุรกิจในช่วงภาวะวิกฤติ และคำนึงถึงประโยชน์ต่อส่วนรวมเป็นอีกปัจจัยสำคัญ บริษัทฯ จึงจำเป็นต้องทยอยปิดการให้บริการโรงแรมในประเทศไทยเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2563 รวมถึงปิดให้บริการโรงแรมในประเทศฟิลิปปินส์ทั้งหมด 5 แห่งเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคม 2563 วิกฤติการณ์นี้จึงส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัทฯ มากอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

  บริษัทฯ ได้เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและให้ความสำคัญอย่างมากกับความปลอดภัยและสุขภาพของพนักงานทุกคนของบริษัทฯ การบริหารสภาพคล่องและกระแสเงินสด รวมทั้งคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน

  โดย ณ สิ้นไตรมาส 1/63 บริษัทฯ มีเงินสดจำนวน 1.4 พันล้านบาท และมีวงเงินสินเชื่อรวมจากสถาบันการเงินประมาณ 6.1 พันล้านบาท อีกทั้ง บริษัทฯ ยังได้มีการเจรจาขอวงเงินสินเชื่อเพิ่มเติมจากธนาคารพาณิชย์เพื่อรองรับสถานการณ์ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงไปในอนาคต

  บริษัทฯ คาดการณ์ว่าเมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดคลี่คลาย อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในประเทศจะเริ่มฟื้นตัวก่อน ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์ของบริษัทฯ ที่มุ่งเน้นในการขยายโรงแรมในกลุ่มโรงแรมฮ็อป อินน์ ซึ่งมีกลุ่มลูกค้าในประเทศเป็นหลัก สำหรับการท่องเที่ยวที่ต้องพึ่งพาชาวต่างชาติอาจใช้เวลาฟื้นตัวยาวนานกว่า

  อีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญที่จะส่งผลต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและธุรกิจโรงแรมที่เริ่มฟื้นตัวหลังจากสถานการณ์คลี่คลายคือการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมนักท่องเที่ยว บริษัทฯ ได้ดำเนินการเตรียมความพร้อมในการพิจารณาแนวทางและวิธีการใหม่ๆ ทั้งในด้านการลงทุน การบริหารจัดการและรูปแบบการให้บริการ เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับกับพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้าที่อาจเปลี่ยนแปลงไปหลังจากนี้

-------------------------------

บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส : ERW แนะนำ ถือ ราคาพื้นฐาน 3.20 บาท
15/05/2563
ขาดทุนใน 1Q63 มากกว่าคาด
ขาดทุนจากการดำเนินงาน (Core Losses) 1Q63 เป็น 103 ล้านบาท ถือว่าเป็นขาดทุนมากกว่าที่เราและตลาดคาดไว้
  เนื่องจากได้รับผลกระทบทางลบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รายได้เฉลี่ยต่อห้องลดลง อย่างไรก็ตามธุรกิจBudget Hotel ได้รับผลกระทบจำกัดกว่า
  คาดว่า 2Q63 จะยิ่งขาดทุนมากขึ้น เพราะมีการปิดโรงแรมชั่วคราว
  แนะนำเพียง ถือ ด้วยราคาพื้นฐาน 3.20 บาท ประเมินด้วยวิธี DCF

------------------------------------

บล.โนมูระ พัฒนสิน : ERW แนะนำ`U.R.` อยู่ระหว่างการทบทวนประมาณการ
15/05/2563
ERW (U.R.) ขาดทุนสุทธิ 1Q20 ที่ -103 ล้านบาท
ขาดทุนสุทธิ 1Q20 ที่ -103 ล้านบาท ดีกว่าเราคาด เพราะรายได้ที่ลดลงน้อยกว่าคาดแต่แย่กว่าตลาดคาด หากไม่รวมผลกระทบจากมาตรฐานบัญชี TFRS16 ขาดทุนสุทธิอยู่ที่ -74 ล้านบาท พลิกจากกำไรสุทธิใน 1Q19 และ 4Q19 ที่ 235 และ 176 ล้านบาท เนื่องจากรายได้และความสามารถในการทำกำไรที่แย่ลง เพราะผลจาก COVID - 19 ทำให้นักท่องเที่ยวยกเลิกการเดินทาง และการจัดงานต่างๆ ทั้งในไทยและฟิลิปปินส์ ส่งผลให้ RevPAR อ่อนตัวถึง -44% y-y สำหรับใน 2Q20F คาดยังขาดทุนต่อเนื่องที่ราวประมาณ -300 ถึง - 400 ล้านบาท ถือเป็นจุดที่ผลประกอบการแย่ที่สุดจากการที่ต้องปิดดำเนินงานโรงแรมทั้งหมด นอกจากนี้ใน 3Q20F เรายังคาด ERW จะยังมีผลการดำเนินงานขาดทุน แต่จะน้อยกว่าใน 2Q20F จากการที่หลายประเทศเริ่มผ่านการระบาดในจุดที่แย่ที่สุดไปแล้ว โดยเราอยู่ระหว่างการทบทวนประมาณการ ซึ่งเราจะอัพเดพข้อมูลให้ทราบอีกครั้ง หลังจากได้ข้อมูลเพิ่มเติมจากทางบริษัท


s


คุณต้องสมัครสมาชิก ถึงจะโพสกระทู้ได้

สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ