GUNKUL ลั่นปี 63 กำไรนิวไฮ-รายได้ 1 หมื่นลบ.โต 20-30% COD เพิ่ม 120MW
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -29 พ.ย. 62 16:10 น.
GUNKUL ลั่นปี 63 กำไรนิวไฮ-รายได้ 1 หมื่นลบ. COD เพิ่ม 120MW อวด Backlog 1 หมื่นลบ. ลุยประมูลอีก 1.5 หมื่นลบ.หวังได้งาน 5 พันลบ.
นายสมบูรณ์ เอื้ออัชฌาสัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL เปิดเผยว่า กำไรสุทธิปี 63 จะทำสถิติใหม่สูงสุดในประวัติการณ์ หลังจากเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD)โครงการโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มเพิ่มเข้ามาอีก 120 เมกกะวัตต์ แบ่งเป็น โครงการโรงไฟฟ้าโซลาร์ในประเทศเวียดนาม 50 เมกกะวัตต์ โครงโซลาร์รูฟท็อปของภาคเอกชน 30 เมกกะวัตต์ และโครงการโซลาร์ประเทศมาเล เซีย 37 เมกกะวัตต์
ด้านรายได้บริษัทตั้งเป้าจะเติบโตจะอยู่ที่ 1 หมื่นล้านบาท หรือโต 20-25% จากปีนี้ที่คาดว่าจะทำได้ 7 พันล้านบาท โดยในปี 63 จะมีการรับรู้รายได้จากงานในมือ (Backlog) ที่มีอยู่ 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้ในปีหน้าราว 4 พันล้านบาท
ขณะเดียวกันจะมีการประมูลงานใหม่ต่อเนื่อง โดยปี 63 คาดว่ามูลค่างานที่จะเข้าประมูลอยู่ที่ 1.5 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นงานการสถานี สายส่ง และสายไฟลงดิน 1 หมื่นล้านบาท และงานของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) 5 พันล้านบาท คาดหวังจะได้งานอย่างน้อย 5 พันล้านบาท ตามนโยบายของบริษัทที่จะหางานใหม่เข้ามาเพิ่มงานในมือ 5 พันล้านบาท/ปี
ความคืบหน้าการลงทุนในธุรกิจพลังงาน ปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตร 2-3 ราย เพื่อร่วมลงทุนในโครงการพลังงานลมในประเทศเวียดนาม และศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนโครงกาพลังงานลมในไต้หวัน ในพื้นที่นอกชายฝั่ง (ออฟชอร์ ) และบนชายฝั่ง ซึ่งทั้ง 2 โครงการ ยังไม่สามารถเปิดเผยกรอบระยะเวลาที่ชัดเจนได้ในขณะนี้
-----------------------------
02/12/2562
02/12/2562
บล.เคทีบี(ประเทศไทย) : GUNKUL แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายที่ 3.60 บาท
เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” และราคาเป้าหมายที่ 3.60 บาท (อิงวิธี SOTP) เรามีมุมมองเป็นบวกจากการงาน Opportunity day เมื่อ 29/11/19 โดยมี 3 ประเด็นสำคัญดังนี้
1) โครงการหลักในญี่ปุ่น Utsunomiya 66MW (COD 4Q2022) และ Iwakuni 75MW (COD 1Q2023) ยังเดินหน้าตามแผน เริ่มเข้าจัดการพื้นที่คาดก่อสร้างแล้วเสร็จได้ทันกำหนด,
2) ธุรกิจรับเหมามีโอกาสที่ backlog สิ้นปี 2019 จะแตะระดับ 1.0 หมื่นล้านบาท (จากปัจจุบันที่ 8.0 พันล้านบาท) จากโครงการนำสายไฟลงดิน และ submarine cable เกาะสมุยและเกาะเต่า คาดประกาศผลในปลายปีนี้, และ
3) การเจรจาซื้อโรงไฟฟ้าพลังงานทางเลือกที่เวียดนามขนาด 240MW ซึ่งจะทยอยรู้ผลตั้งแต่ช่วงปลายปีนี้ ทั้งนี้เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2019E ที่ 2.2 พันล้านบาท (+68% YoY) และ 2020E ที่ 2.6 พันล้านบาท (+18% YoY)
ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นและ outperform SET +5%/+21% ในช่วง 1 และ12 เดือน โดยได้ปัจจัยหนุนจากกำไรที่ปรับตัวดีขึ้นและทำสถิติสูงสุดใหม่ใน 3Q19 อย่างไรก็ตามราคาหุ้นเทรดที่ 2020E forward PER เพียง 10.7x ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมที่ 20x ในขณะที่เราประเมินกำไรสุทธิเติบโตเฉลี่ย +16% CAGR (2018-22E) เทียบเป็น PEG = 0.7x เท่านั้น Key catalysts คือ การประกาศผลการประมูลโครงการนำสายไฟลงดิน และ submarine cable และโรงไฟฟ้าพลังงานทางเลือกที่เวียดนามขนาด 240MW ซึ่งจะทยอยรู้ผลตั้งแต่ช่วงปลายปีนี้
Event: Key takeaways from opportunity day
โครงการอยู่ระหว่างพัฒนายังเดินหน้าตามแผน โครงการ Utsunomiya 66MW (COD 4Q22) และ Iwakuni 75MW (COD 1Q23) เริ่มเข้าจัดการพื้นที่คาดก่อสร้างเสร็จได้ทันกำหนด
มี upside จากการเข้าประมูลงานก่อสร้างโครงการใหม่ มีโอกาสที่ backlog สิ้นปี 2019 จะแตะระดับ 1.0 หมื่นล้านบาท (ปัจจุบันอยู่ที่ประมาน 8.0 พันล้านบาท) โดยรอประกาศผลอย่างเป็นทางการเพิ่มเติมสำหรับโครงการนำสายไฟลงดิน สาธร-เจริญราษฎร์ ร่วมกับ partner มูลค่าราว 3.1 พันล้านบาท รวมถึง submarine cable ที่เกาะสมุยและเกาะเต่ามูลค่ารวมประมาน 3.3 พันล้านบาท ซึ่งคาดจะประกาศผลได้ภายในปีนี้ ทั้งนี้ backlog ทั้งหมดคาดใช้เวลารับรู้ 2 ปี
รอปิดดีลโครงการพลังงานทดแทนในเวียดนาม โครงการพลังงานทดแทนในเวียดนามซึ่งเจรจาอยู่ คาดโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 60MW จะปิดดีลได้ในปี 2019 ส่วนโครงการพลังงานลมขนาด 180MW คาดเห็นความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญใน 1H20
Implication
มีมุมมองเป็นบวก มีโอกาสสร้าง upside ทั้งธุรกิจรับเหมาและธุรกิจผลิตไฟฟ้า เรามีมุมมองเป็นบวกจากการจัดงาน Opportunity day เมื่อ 29/11/19 โดยโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนายังคงเดินหน้าตามแผน ในขณะที่บริษัทมีโอกาสได้รับโครงการใหม่ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ทั้งในส่วนงานรับเหมา (โครงการสายไฟฟ้าลงดิน และ submarine cable) และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนเพิ่มเติม ซึ่งจะสร้าง sentiment เชิงบวกให้กับราคาหุ้น และหากสำเร็จจะเป็น upside ให้กับประมาณการของเรา ทั้งนี้เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2019E-20E ที่ 2.2 พันล้านบาท และ 2.6 พันล้านบาทตามลำดับ
Valuation/Catalyst/Risk
ราคาเป้าหมาย 3.60 บาท อิงวิธี SOTP
1) ธุรกิจ Power producer อิง DCF (WACC 5.7%, Terminal growth 0%) ได้มูลค่า 3.30 บาท
2) ธุรกิจ EPC อิงวิธี PER (ใช้ PER 16X เทียบเท่า 5-yr average กลุ่ม Construction service ย้อนหลัง 5ปี -1SD) ได้มูลค่า 0.30 บาท Key catalysts คือการเข้าประมูลและรอผลโครงการสายไฟฟ้าลงดิน สาธร-เจริญราษฎร์ และ submarine cable เกาะสมุยเกาะเต่า และการปิดดีลโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนขนาด 240MW ที่เวียดนาม