ILINK หันรับงานมาร์จิ้นสูงดันอัตรากำไรสุทธิปีนี้เพิ่มเป็น 6.5% ลั่นรายได้ทะลุเป้า 4.9 พันลบ.
| |
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -21 ส.ค. 61 12:16 น.
|
นายสมบัติ อนันตรัมพร ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ILINK ให้ข้อมูลนักลงทุนในงาน Opportunity Day ระบุ เน้นรับงานมาร์จิ้นสูงดันอัตรากำไรสุทธิปีนี้เพิ่มเป็น 6.5% ส่วนรายได้มีโอกาสเกินเป้าที่ 4.9 พันลบ. โดยครึ่งหลังปีนี้จะเข้าประมูลงานราว 5 พันล้านบาท รายละเอียดดังนี้
- บริษัทคาดว่าอัตรากำไรสุทธิในปีนี้จะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 6.55% จากปีก่อนอยู่ที่ 0.66% เนื่องจากบริษัทจะหันมารับงานที่มีมาร์จิ้นสูงขึ้น โดยครึ่งปีแรกที่ผ่านมาบริษัทฯ มีอัตรากำไรสุทธิ 4.60%
- ครึ่งปีหลังนี้จะเข้าประมูลงานราว 5 พันล้านบาท ประกอบด้วยโครงการสายเคเบิ้ลใต้ทะเล เกาะสมุยโครงการใหม่มูลค่า 2,000 ล้านบาท ,โครงการสายไฟฟ้าทั้งใต้ดินและบนเสาส่งแรงสูง,โครงการมูลค่าประมาณ 1,200 ล้านบาท ,โครงการสถานีไฟฟ้าย่อยอีกหลายโครงการ มูลค่ารวมประมาณ 2,000 ล้านบาท โดยไม่คาดหวังว่าจะได้มูลค่างานที่สูงมากนักแต่จะมุ่งเน้นรับที่มีมาร์จิ้นสูง ซึ่งบริษัทเชื่อว่าด้วยความเชี่ยวชาญเฉพาะของบริษัทเองจะทำให้สามารถมีศักยภาพในการควบคุมต้น
- สำหรับรายได้ในปีนี้คาดว่าจะทำได้เกินเป้าหมายที่วางไว้ 4.9 พันล้านบาท โดยแนวโน้มธุรกิจครึ่งปีหลังจะดีกว่าครึ่งปีแรกที่มีรายได้อยู่ที่ 2.61 พันล้านบาท
- ทั้งนี้ ในส่วนของธุรกิจวิศวกรรมและโครงการพิเศษ (ENGINEERING) ปัจจุบันมีงานในมือ (Backlog) จำนวน 2.91 พันล้านบาท คาดจะทยอยรับรู้ตั้งแต่ช่วงที่เหลือของปีนี้เป็นต้นไป และจะมีโครงการใหม่ที่เซ็นสัญญาเพิ่ม ได้แก่ โครงการ Substation PEA มูลค่าประมาณ 60 ล้านบาท
- ส่วนธุรกิจจัดจำหน่ายสายสัญญาณ (DISTRIBUTION) มีแนวโน้มรายได้เพิ่มขึ้น จากการเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ FTTH(FIBER Optic To The home) และอุปกรณ์ส่งสัญญาณ เพื่อรองรับ Technology PoE ในการติดตั้งกล้องวงจรปิดที่มีมูลค่าค่อนข้างใหญ่
- นอกจากนี้ยังมี Backlog ของงานโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ (รัฐสภาแห่งที่ 3) จาก บริษัท เพาเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ PLE ที่ค้างส่งสินค้าในปีนี้จำนวน 70 ล้านบาท
- รวมถึงการขยายตลาดในสปป.ลาวและเมียนมา โดยการเพิ่มตัวแทนจำหน่ายซึ่งคาดว่ายอดขายจากประเทศในปีนี้จะอยู่ที่ 50 - 100 ล้านบาท
- ด้านธุรกิจโทรคมนาคม (TELECOM) ยังเป็นธุรกิจที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันโครงข่ายสายไฟเบอร์ออฟติกได้ครอบคลุมอยู่ทั่วประเทศไทยและบริการเช่าพื้นที่ดาต้าเซ็นเตอร์ปัจจุบันพื้นที่ของ Interlink Data Center ถูกเช่าเต็มแล้ว จึงมีแผนที่จะขยายธุรกิจไปร่วมมือลงทุนร่วมกับบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ และจะรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 4/61 เป็นต้นไป
- ส่วนโครงข่ายโทรคมนาคมขนาดใหญ่ อย่างโครงการอินเทอร์เน็ตชายขอบ เฟส 1 คาดว่าจะสามารถส่งมอบงานได้ภายในปีนี้และมีแผนที่จะเข้าประมูลโครงการอินเตอร์เน็ตชายขอบ เฟส 2 แบ่งออกเป็น 8 สัญญา มูลค่างานรวมราว 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งหากแผนการประมูลเป็นไปตามแผนที่ กสทช.วางไว้ คาดว่าจะเปิดประมูลได้ในช่วงกลางเดือนกันยายนและรู้ผลการประมูลในช่วงต้นเดือนตุลาคม โดยคาดหวังจะไว้งาน 1-2 สัญญา ในพื้นที่ภาคกลางหรือภาคใต้หรือไม่ต่ำกว่า 15% หรือราว 3 -4 พันล้านบาท ของมูลค่ารวม
|
|
ลักษณะธุรกิจของ ILINK
ธุรกิจของ ILINK และบริษัทย่อย แบ่งออกเป็น 3 ธุรกิจ ดังนี้ (1) ธุรกิจจัดจำหน่ายสายสัญญาณ (Distribution) เป็นธุรกิจหลักของบริษัทฯ โดยเป็นผู้นำเข้า และผู้จัดจำหน่ายสายสัญญาณสื่อสารคอมพิวเตอร์และโทรคมนาคม (Cablig) ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยจัดจำหน่ายสินค้ายี่ห้อชั้นนำอันดับต้นๆ ของโลกได้แก่ LINK และ COMMSCOPE (เดิมชื่อ AMP) และสินค้าภายใต้เครื่องหมายการค้าของบริษัทฯ ได้แก่ 19 GERMANY EXPORT RACK (2) ธุรกิจโทรคมนาคม (Telecom) แบ่งออกเป็น 3 ธุรกิจดังนี้ 2.1 การให้บริการโครงข่ายวงจรสื่อสารข้อมูลความเร็วสูง (Data Service) 2.2 การให้บริการติดตั้งโครงข่ายโทรคมนาคม 2.3 การให้บริการพื้นที่ดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) (3) ธุรกิจวิศวกรรม และโครงการพิเศษ (Engineering) เป็นธุรกิจรับออกแบบ/ก่อสร้าง และรับเหมา งานโครงการสายเคเบิ้ลใต้น้ำ (Submarine Cable) ร่วมกับใยแก้วนำแสง (สาย Composite) หรือโครงข่ายสายใยแก้วนำแสง รวมถึงงานโครงการระบบสายส่งไฟฟ้า (Transmission Line) สายไฟฟ้าใต้ดิน (Under Ground Cable) สถานีไฟฟ้าย่อย (Substation) หรือโครงการที่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้ากำลัง
|
|
| |
|