IRPC วางงบซื้อกิจการ 300-800 ล้านเหรียญฯ ใน 5 ปี
| |
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -27 ก.ย. 61 17:47 น.
|
นายสุกฤตย์ สุรบถโสภณ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC เปิดเผยในงานสัมมนา"IRPC 4.0"ว่า IRPC ลั่นปี 63 ขึ้นแท่นผู้นำดิจิทัลปิโตรฯ ทุ่ม 1.7 พันลบ.ลุยโครงการ IRPC 4.0 คาดกลางปี 62 สรุปลงทุนโครงการ MARS วางงบซื้อกิจการ 300-800 ล้านเหรียญฯ ใน 5 ปี เร่งปิดดีล 2-3 ราย
บริษัทได้วางงบลงทุน 1.7 พันล้านบาท เพื่อลงทุนในโครงการ IRPC 4.0 อยู่ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ GDP ในมิติ Power of "Digital" เป้าหมายคือการพลิกโฉมของบริษัทให้เป็นผู้นำด้านดิจิทัลของกลุ่มบริษัทปิโตรเคมีภายในปี 63 ด้วยการบูรณาการระบบดิจิทัลและนวัตกรรมทันสมัยต่างๆ เข้าร่วมใช้ในขั้นตอนธุรกิจ ควบคู่ไปกับการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน โดยคาดว่าจะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้ไม่น้อยกว่า 3.3 พันล้านบาท/ปี
- สำหรับการดำเนินการโครงการ IRPC 4.0 ได้เเบ่งเป็น 2 ระยะ ระยะแรกบริษัทได้ร่วมกับที่ปรึกษาจัดทำแผนดำเนินการซึ่งแล้วเสร็จในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา และระยะที่สองเป็นการรวบรวมข้อมูล วางระบบ และดำเนินการตามแผนงานซึ่งมีทั้งสิ้น 29 แผนงาน เริ่มดำเนินการในปี 61 จำนวน 19 แผนงาน และอีกจำนวน 10 แผนงาน จะเริ่มดำเนินโครงการในปี 62
- ความคืบหน้าของการลงทุนตามโครงการ MARS มูลค่าโครงการ 3.5 หมื่นล้านบาท เพื่อเพิ่มขนาดการผลิตพาราไซลีนเป็น 1.1-1.3 ล้านตันต่อปี จากเดิม 1 ล้านตันต่อปี และผลิตเบนซินเพิ่มเป็น 3-5 แสนตันต่อปี จากเดิมที่ 3 แสนตันต่อปี ปัจจุบันอยู่ระหว่างออกแบบรายละเอียดด้านวิศวกรรมโครงการ คาดจะแล้วเสร็จภายในสิ้นปี 61 และคาดว่าจะสรุปการลงทุนเพื่อเปิดประมูลเพื่อหาผู้รับเหมาก่อสร้างได้ในช่วงกลางปี 62 โดยจะใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 4 ปี หรือแล้วเสร็จในปี 65
- ส่วนการลงทุนใหม่อย่างการเข้าลงทุนซื้อกิจการ (M&A) ภายใต้โครงการ Galaxy ซึ่งบริษัทได้ตั้งงบลงทุนได้ราว 300 - 800 ล้านเหรียญสหรัฐฯในช่วงระยะเวลา 5 ปี (61-65) เพื่อรองรับผลิตภัณฑ์ที่บริษัทผลิตได้ซึ่งจะเป็นการต่อยอดธุรกิจของบริษัทให้ครอบคลุมต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ปัจจุบันบริษัทได้อยู่ระหว่างเจรจาทั้งในประเทศและต่างประเทศอยู่ 2 - 3 ราย โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปในไตรมาส 4/61 อย่างน้อย 1 ราย ซึ่งมีแหล่งเงินทุนที่รองรับไว้แล้ว ทั้งจากกระแสเงินสดภายในบริษัท และการกู้ยืมจากสถาบันการที่ปัจจุบันมีหนี้สินต่อทุนอยู่ที่ 0.6 เท่า และจะคุมไม่เกิน 1 เท่า
- แนวโน้มกำไรขั้นต้นจากการผลิตตามราคาตลาด (Market GIM)ในปีนี้จะอ่อนตัวลงเล็งน้อยจากปีก่อนอยู่ที่ระดับ 14 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เนื่องจากในช่วงไตรมาส 3/61 จะเป็นช่วงของฤดูกาลจึงอาจจะทำให้ปริมาณการขายลดลงจึงกดดันให้ทั้งปีลดต่ำลง แต่อย่างไรก็ตาม บริษัทคาดว่าในไตรมาส 3/61 จะมีกำไรจากสต๊อคน้ำมัน เนื่องจากราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นสูงจากปีก่อน โดยปัจจุบันอยู่ที่ราว 70 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล
- บริษัทยังคงเป้ากำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อม (EBITDA) ในปี 2563 จะอยู่ที่ระดับ 2.9 หมื่นล้านบาท โดยเป็นผลจากโครงการ EVEREST FOREVER ซึ่งคาดในปี 61 - 62 จะช่วยสร้าง EBITDA จำนวน 100 ล้านเหรียญสหรัฐ และโครงการ IRPC 4.0 ที่จะดำเนินการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในกระบวนการผลิต และการทำตลาดเพื่อเพิ่มยอดขาย ซึ่งจะช่วยสร้าง EBITDA จำนวน 100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และโครงการ Galaxy จะช่วยสร้าง EBITDA จำนวน 100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
|
|
ลักษณะธุรกิจของ IRPC
กลุ่มบริษัทดำเนินธุรกิจ 1) ธุรกิจปิโตรเลียม โดยมีโรงกลั่นน้ำมันอยู่ที่ จ. ระยอง เพื่อผลิตและจำหน่าย น้ำมันดีเซล น้ำมันเบนซิน น้ำมันหล่อลื่นพื้นฐาน และน้ำมันเตา เป็นต้น 2) ธุรกิจปิโตรเคมี ผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ เม็ดพลาสติกและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีอื่นๆ จำหน่ายให้ผู้ประกอบการนำไปเป็นวัตถุดิบเพื่อผลิตเป็นผลิตภัณฑ์พลาสติกสำเร็จรูปชนิดต่างๆ 3) ธุรกิจท่าเรือและถังเก็บผลิตภัณฑ์ ให้บริการท่าเทียบเรือเพื่อขนถ่ายสินค้าทั้งในและต่างประเทศ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกตามมาตรฐานสากล 4) ธุรกิจบริหารจัดการทรัพย์สิน เพื่อบริหารจัดการทรัพย์สินในส่วนที่เป็นที่ดินเปล่า
|
|