|
บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ IVL ได้ให้ข้อมูลในงาน Opportunity Day โดยมี นายดีลิป กุมาร์ อากาวาล กรรมการ เป็นผู้ให้ข้อมูลว่า IVL มั่นใจรายได้ปีนี้ 1.1-1.2 หมื่นล้านเหรียญฯ หลังเพิ่มกำลังการผลิต วางงบลงทุนปี 62 ราว 1.2 พันล้านเหรียญฯ ลงทุนในโครงการต่อเนื่อง คาดปี 62 EBITDA แตะ 1.75 พันล้านเหรียญฯ บุ๊กกำไรซื้อกิจการเต็มปี
- บริษัทมั่นใจว่าผลการดำเนินงานปีนี้จะดีกว่าก่อนโดยคาดว่ารายได้ในปีนี้จะอยู่ที่ 1.1 - 1.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ หลังจากบริษัทได้เข้าลงทุนซื้อกิจการและร่วมทุนอย่างต่อเนื่อง ประกอบไปด้วย กิจการร่วมทุน Corpus Christi ในประเทศสหรัฐอเมริกา,โรงงาน PET ในประเทศบราซิล,โรงงาน PET ประเทศอียิปต์,Avgol ผลิตภัณฑ์สุขอนามัยประเทศรัสเซียและประเทศอินเดีย,Kordarma ผลิตยางในรถยนต์ม,Medco ธุรกิจ Packaging ,Sorepla ธุรกิจ Recycling ในประเทศฝรั่งเศส,Schooler ธุรกิจ HVA Fibers และส่งเสริมธุรกิจ worsted wool และ M&G Fibras ผลิตเส้นใยโพลีเอสเตอร์ ส่งผลให้กำลังการผลิตรวมในปัจจุบันอยู่ที่ 13.3 ล้านตัน/ปี ขณะเดียวกันผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีแบบครบวงจรของบริษัทแนวโน้มยอดขายยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบริษัทคาดว่ากำไรก่อนหักค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย, ภาษี, ค่าเสื่อม และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ในปีนี้จะเติบโตกว่าปีก่อนและโตกว่าเป้าหมายที่วางไว้ว่าจะเติบโตเฉลี่ย 12% ต่อปี โดยช่วง 9 เดือนงวดปี 61 อยู่ที่ 40,147.77 ล้านบาท หรือเติบโตกว่า 50% จากช่วงเดียวกันปีก่อน
- สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 4/61 บริษัทคาดว่าจะดีกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าจะเป็นช่วงโลว์ซีซั่นของธุรกิจ เนื่องจากปริมาณการขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตามกำลังการผลิตที่เพิ่มมากขึ้นของบริษัท ซึ่งจะส่งผลให้ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์รวมปรับตัวเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน
- ด้านแผนการลงทุนในปี 62 เบื้องต้นวางงบลงทุนไว้ราว 1.2 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อรองรับการลงทุนในโครงการเดิม อาทิ กิจการร่วมทุน Corpus Christi ในประเทศสหรัฐอเมริกาโดยการขยายฐานการผลิต PTA และ PET ซึ่งคาดว่าโรงงานผลิต PET คาดว่าจะเริ่มดําเนินการในช่วงต้นปี 63 และโรงงานผลิต PTA ในช่วงปลายปี 63 ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างรอการอนุมัติตามข้อกฎหมาย
- ทั้งนี้ ภาพรวมธุรกิจปี 62 บริษัทคาดว่ากำไรก่อนหักค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย, ภาษี, ค่าเสื่อม และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) จะแตะ 1.75 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เนื่องจากบริษัทรับรู้กำไรจากธุรกิจที่เข้าซื้อกิจการช่วงที่ผ่านมา ขณะเดียวกันจะมีกำลังการผลิตใหม่ที่จะเข้ามาเพิ่มเติมที่คาดว่าจะทำให้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 14 ล้านตัน ในปี 62 ขณะเดียวกันอุตสาหกรรมยังคงส่งผลบวกอย่างต่อเนื่อง จากอุปทานและราคาวัตถุดิบจะปรับตัวสู่ระดับปกติ จากปัจจุบันที่อยู่ในระดับสูง เนื่องจากสภาวะราคาน้ำมันดิบที่อ่อนตัวลง ปริมาณพาราไซลีนที่มีอย่างเพียงพอ และอุปทานของ MEG ที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจในหลายๆ ประเทศที่ยังเติบโตได้ดี แม้ว่าบริษัทจะได้รับผลกระทบเล็กน้อยจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน แต่เชื่อว่าประเด็นดังกล่าวจะคลี่คลายได้จากการเจรจาเพื่อหาทางออกร่วมกัน
|