|
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT เตรียมเสนอที่ประชุม ครม.ในเดือน ก.ย.นี้ เห็นชอบแผนการสร้างสนามบินแห่งใหม่ 2 แห่ง ที่ จ.พังงา และเชียงใหม่ คาดใช้งบลงทุนราว 1.2 แสนล้านบาท หวังรองรับผู้โดยสารได้มากขึ้น พร้อมเดินหน้าขอพัฒนาท่าอากาศยานของกรมท่าอากาศยาน 4 แห่ง หวังเพิ่มศักยภาพการพัฒนาโครงข่ายระบบท่าอากาศยานของไทยเชื่อมโยงในอาเซียน
นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT เปิดเผยว่า ทอท.เตรียมเสนอที่ประชุม ครม.ในเดือน ก.ย.นี้ จะเสนอแผนพัฒนาท่าอากาศยานแห่งใหม่ 2 แห่ง คือ ท่าอากาศยานเชียงใหม่แห่งที่ 2 และท่าอากาศยานภูเก็ตแห่งที่ 2 คาดว่าจะใช้งบลงทุนราว 1.2 แสนล้านบาท จากนั้นจะได้สำรวจพื้นที่เพิ่มเติมโครงการใน พ.ย.- ธ.ค. นี้ ก่อนกำหนดกรอบการก่อสร้าง แต่เบื้องต้นประเมินจะใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 4 ปี
สำหรับ ท่าอากาศยานเชียงใหม่แห่งที่ 2 จะใช้เงินลงทุนราว 6 หมื่นล้านบาท ตั้งอยู่ที่ อ.บ้านธิ ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ดินรายย่อยราว 5 พันแปลง ส่วนท่าอากาศยานภูเก็ตแห่งที่ 2 จะใช้เงินลงทุนราว 6 หมื่นล้านบาท อยู่บริเวณ ต.โคกกลอย อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา ปัจจุบันเป็นที่ดินรายย่อยราว 100 แปลง พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ของราชการที่ต้องทำการคืนสภาพพื้นที่ใหม่ เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าพรุ,พื้นที่ปศุสัตว์และพื้นที่เนินสูง การใช้พื้นที่อาจจำเป็นต้องใช้วิธีออกพระราชกฤษฎีกาขอเวนคืนที่ดิน
นายนิตินัย กล่าวอีกว่า ท่าอากาศยานภูเก็ต มีขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสาร 12.5 ล้านคนต่อปี แต่ปัจจุบันมีจำนวนผู้โดยสารทะลุ 18 ล้านคนแล้ว ทำให้ต้องเร่งพัฒนาสนามบินภูเก็ตเฟส 2 (ปี 61-65) วงเงินลงทุนประมาณ 5,700 ล้านบาท ประกอบด้วย ขยายอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศเพิ่มเติม อาคารจอดรถ และขยายหลุมจอดอากาศยานเพิ่มขึ้น 3 หลุม โดยจะเสนอแผนต่อที่ประชุมคณะกรรมการ ในเดือน ก.ย.นี้ คาดว่าจะเริ่มก่อสร้าง ต.ค.62 คาดว่าแล้วเสร็จพร้อมเปิดบริการปี 65 รองรับผู้โดยสารได้เพิ่มเป็น 18.5 ล้านคนต่อปี
"แผนก่อสร้างท่าอากาศยานภูเก็ตแห่งที่ 2 ที่ จ.พังงา ห่างจากท่าอากาศยานภูเก็ต 20 กิโลเมตร (กม.) จะให้บริการเที่ยวบินภายในประเทศเป็นหลัก มีขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารได้ 15 ล้านคนต่อปี "
สำหรับปริมาณการจราจรทางอากาศ ณ ท่าอากาศยาน 6 แห่ง รอบ 10 เดือนแรกปีงบประมาณ 2561 (ตุลาคม 2560 – กรกฎาคม 2561) ส่วนใหญ่เป็นเที่ยวบินระหว่างประเทศและผู้โดยสารระหว่างประเทศที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นกว่ 12% โดยมีเที่ยวบินรวม 731,257 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 6.48% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ผู้โดยสารรวมมีจำนวน 117,892,707 คน เพิ่มขึ้น 9.21% การเติบโตอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน ส่งผลให้ท่าอากาศยานมีปริมาณเที่ยวบินและผู้โดยสารหนาแน่น ดังนั้น นอกจาก ทอท.จะมีแผนพัฒนาท่าอากาศยานเพื่อรองรับการเติบโตดังกล่าว ทอท.ยังได้ศึกษาแนวทางการเพิ่มศักยภาพโครงข่ายระบบท่าอากาศยานของประเทศไทยที่จะทำให้การเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างจุดหมายปลายทางมีประสิทธิภาพและคล่องตัวมากยิ่งขึ้น โดย ทอท.ได้เสนอเข้าบริหารท่าอากาศยานของกรมท่าอากาศยาน 4 แห่ง ได้แก่ ท่าอากาศยานนานาชาติอุดรธานี ท่าอากาศยานสกลนคร ท่าอากาศยานชุมพร และท่าอากาศยานตาก เพื่อส่งเสริมนโยบายรัฐบาลด้านการท่องเที่ยวและสนับสนุนการพัฒนาทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนเชื่อมโยงระหว่างเมืองสำคัญในภูมิภาคอาเซียนและอนุภูมิภาค
นายนิตินัย ยังกล่าวถึงการประมูลบริหารพื้นที่ร้านค้าปลอดภาษีและอากร (Duty Free) ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ที่กำลังจะหมดสัญญาสัมปทาน ในวันที่ 27 ก.ย.63 ว่า ขณะนี้บริษัท ยังไม่ได้เสนอเงื่อนไขการประมูล (TOR) ให้คณะกรรมการพิจารณา เนื่องจากอยู่ระหว่างรอให้ผู้ชนะการออกแบบอาคารผู้โดยสารแห่งที่ 2 ของสนามบินสุวรรณภูมิ สรุปขนาดพื้นที่ดิวตี้ฟรี และการจัดจราจรในตัวอาคาร รวมทั้งต้องรอหารือกับนายสุเมธ ดำรงชัยกุล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI ว่ายังต้องการใช้พื้นที่อาคารผู้โดยสารแห่งที่ 1 เป็นพื้นที่ให้บริการตามเดิม หรือต้องการเปลี่ยนมาใช้พื้นที่ใหม่ในอาคารผู้โดยสารแห่งที่ 2 เนื่องจากสายการบินไทยมีผู้โดยสารถึง 26 ล้านคน/ปี คาดว่าจะเสนอทีโออาร์ให้คณะกรรมการพิจารณมในเดือน ก.ย.นี้
สำหรับการประมูลพื้นที่ให้บริการส่งมอบสินค้าปลอดอากร (Pick Up Counter) ในพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมินั้น ขณะนี้ยังไม่ได้จ้างที่ปรึกษาเพื่อศึกษาแนวทางการประมูล เพราะยังไม่ได้ประเด็นเร่งรีบ และคิดว่าควรเปิดประมูลดิวตี้ฟรีให้แล้วเสร็จก่อน
"ทอท. คงไม่ลงไปบริหาร Pick Up Counter เองตามข้อเสนอของบางฝ่าย เพราะ ทอท. ไม่มีความรู้ความชำนาญในธุรกิจนี้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นความรู้เรื่องการจัดส่งและบริหารคลังสินค้า แตกต่างจากธุรกิจบริหารสนามบินที่ ทอท. ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน"
ด้านนายชิตพล สันธนะกุล ผู้อำนวยการฝ่ายแผนงานการพาณิชย์และการเงิน ท่าอากาศยานภูเก็ต กล่าวว่า ขณะนี้ท่าอากาศยานภูเก็ตมีแผนเพิ่มสัดส่วนพื้นที่เชิงพาณิชย์ภายในสนามบินมากขึ้น เพื่อเพิ่มรายได้ในส่วนที่ไม่เกี่ยวกับธุรกิจการบิน (Non Aero) จากเดิม รายได้จากธุรกิจการบินที่ (Aero) มีสัดส่วน65% กับรายได้ที่ไม่เกี่ยวกับธุรกิจการบิน (Non Aero) สัดส่วน 35% เพิ่มเป็นสัดส่วนที่เท่ากันที่ 50% โดยปีนี้จะมีแผนที่จะสร้างอาคารรอบสนามบินเพื่อเป็นอาคารจอดรถ 5ชั้นและ ร้านค้าเชิงพาณิชย์เพื่อชุมชน และในปี 62 จะเสนอแผนพัฒนาเชิงพาณิชย์ต่อคณะกรรมการพิจารณารายได้ต่อไป
นาย สุธีรวัฒน์ สุวรรณวัฒน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง เปิดเผยว่า ท่าอากาศยานดอนเมืองเตรียมนำงบประมาณราว 86 ล้านบาท มาปรับปรุง เพื่อแก้ปัญหาความแออัดของสนามบินในระยะเร่งด่วน และเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวก ประกอบด้วยการสร้างห้องน้ำเพิ่ม อีก 1,000 ห้อง จากปัจจุบัน 2,000 ห้อง คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในช่วงต้นปี 62 รวมถึงบการรเร่งปรับปรุงและขยายพื้นที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง ทั้งฝั่งผู้โดยสารขาเข้าและขาออก เพิ่มขึ้นเป็น 60 จุด เพิ่มจาก 39จุด เพื่อลดปัญหารอคิวเช็คอินนาน รวมทั้งขยายพื้นที่รับกระเป๋าโดยขณะนี้อยู่ระหว่างการออกแบบ
คณะกรรมการ ทอท.ยังได้มีมติเห็นชอบโครงการพัฒนา ท่าอากาศยานดอนเมือง ระยะที่ 3 ( ปี61-67 ) รองรับผู้โดยสารได้ 40 ล้านคนต่อปี จากปัจจุบันมีขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารได้ 30 ล้านคนต่อปี โดยจะมีการรื้ออาคารผู้โดยสารภายในประเทศ (หลังเดิม) พร้อมอาคารเทียบเครื่องบินหมายเลข 6 เพื่อก่อสร้างเป็นอาคารผู้โดยสาร อาคาร 3 จะปรับปรุงอาคารผู้โดยสาร อาคาร 1 ให้เป็นอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ เพิ่มหลุมจอดเป็น 142 หลุมจอด และติดตั้งสะพานเทียบเครื่องบินเพิ่ม 11 ชุด รวมทั้งเพิ่มที่จอดรถยนต์ จาก 4,475 คัน เป็น 5,736 คัน ทั้งนี้คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จทั้งโครงการในปี 67
|