|
บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) หรือ LOXLEY เปิดเผบในงาน Opportunity day โดยมี นายเฉลิมโชค ล่ำซำ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ และ นายบุญเลิศ ใจมั่น ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนกลยุทธ์และนักลงทุนสัมพันธ์ เป็นผู้ให้ข้อมูล ระบุตั้งเป้าปี 62 รายได้เติบโต 15-20% จากปีนี้พลาดเป้า หลังภาครัฐประมูลงานล่าช้า เผยตุน Backlog 1.17 หมื่นล้านบาท รับรู้ครึ่งปีหลัง 41% พร้อมเดินหน้าประมูลงานใหม่มูลค่า 1.19 หมื่นล้านบาท เล็งนำ “Loxley Power System” เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ปี 63 สาระสำคัญดังนี้
- บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 62 เติบโตเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 15-20% เนื่องจากคาดว่าจะมีปริมาณงานโครงการภาครัฐอออกมามากขึ้น ประกอบกับ บริษัทยังมีการกระจายความเสี่ยงรับงานจากภาคเอกชนเพิ่ม เพื่อลดปัญหาหากงานภาครัฐออกมาล่าช้า ซึ่งมาร์จิ้นทั้งจากโครงการรัฐและเอกชนอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกัน
-ส่วนรายได้ปี 61 ยอมรับว่าอาจต่ำกว่าเป้าหมายเดิมที่วางไว้ที่ 1.8 หมื่นล้านบาท จากปี 60 ที่มีรายได้ 1.64 หมื่นล้านบาท เนื่องจากโครงการเปิดประมูลภาครัฐในช่วงครึ่งปีแรกมีความล่าช้ากว่าที่คาด ส่งผลให้ปริมาณงานที่บริษัทได้รับไม่เป็นไปตามเป้าหมาย และ ทำให้รายได้ในช่วงครึ่งปีแรกอยู่ที่ 6.69 พันล้านบาท และ มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 66.81 ล้านบาท โดยสัดส่วนรายได้ ประกอบด้วย Information Technology หรือ IT อยู่ที่ 25% , Network solution หรือ NS อยู่ที่ 25% ,Food Services&Distribution หรือ FSD อยู่ที่ 25% ,Energy อยู่ที่ 12-15% และ Services อยู่ที่12-15%
“รายได้ปีนี้ไม่เป็นไปตามเป้า เพราะงานภาครัฐล่าช้ากว่าที่คาดไว้ทำให้งานที่เราจะเข้าประมูลก็ล่าช้าไปด้วย ซึ่งโดยรวมแล้วเป้าหมายเรา 1.8 หมื่นล้านคงไม่ได้ นี่ลุ้นว่า 1.5 หมื่นล้านบาทจะได้ไหม เพราะขึ้นกับงานที่จะออกมาจริงๆ”นายเฉลิมโชค กล่าว
-บริษัทมีเป้าหมายอัตรากำไรสุทธิ (Net profit margin) เฉพาะในงานโครงการจะเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 7% เนื่องจากที่ผ่านมาการเข้าร่วมประมูล มีการแข่งขันราคาค่อนข้างสูง ส่งผลให้โครงการที่ได้รับในช่วงที่ผ่านมาให้อัตรากำไรสุทธิที่ค่อนข้างต่ำเฉลี่ยประมาณ 4-5% ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้น (Gross profit margin) ในโครงการขนาดใหญ่จะเฉลี่ยอยู่ที่ 10-12% ส่วนโครงการขนาดเล็กเฉลี่ยอยู่ที่ 15% อย่างไรก็ตาม บริษัทคาดหวังอัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยทั้งปีนี้ไม่น้อยกว่า 13%
-ในช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทยังมีความสนใจในการเข้าร่วมประมูลงานโครงการใหม่ทั้งจากภาครัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่อง เช่น งานโครงการสายพานกระเป๋าในสนามบินสุวรรณภูมิ เฟส 2 โดยเบื้องต้นคาดมูลค่าโครงการจะไม่น้อยกว่าเฟส 1 ที่อยู่ 3.5-3.6 พันล้านบาท งานโครงการกล้องวงจรปิด ตรวจคนเข้าเมือง (CCTV) มูลค่าประมาณ 1.4-1.5 พันล้านบาท คาดว่าจะมีความชัดเจนการเปิดประมูลในช่วงปลายปีนี้
- บริษัทยังมีงานในมือที่รอส่งมอบ (Backlog) อยู่ที่ 1.17 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะทยอยรับรู้ในช่วงครึ่งหลังปีนี้ 41% ในส่วนที่เหลือจะรับรู้ในปี 62 ในขณะเดียวกันในปัจจุบันบริษัทยังเดินหน้าเข้าประมูลงานที่มีโอกาสได้รับงานสูง (High Potential) มูลค่ารวมอีกกว่า 1.19 หมื่นล้านบาท เบื้องต้นคาดหวังได้รับงานมากกว่า 50% และ บริษัทยังมีความสนใจเข้าร่วมประมูลงานอื่นๆ เพิ่มเติม มูลค่ารวมกว่า 1.53 หมื่นล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะทยอยเห็นความชัดเจนในปี 62 เป็นต้นไป
-อย่างไรก็ตาม บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาร่วมทุนกับพันธมิตรในธุรกิจทางด้านพลังงานทดแทนจำนวน 2-3 โครงการ มีขนาดกำลังผลิตเฉลี่ย 6-8 เมกะวัตต์ ต่อโครงการ โดยเบื้องต้นบริษัทมีเป้าหมายที่จะเข้าไปถือหุ้นในสัดส่วน 20-30% คาดว่าจะเห็นความชัดเจนในช่วงไตรมาส 1/62 และ คาดหวังผลตอบแทนจากการลงทุน (IRR) ไม่ต่ำกว่า 10% ส่วนเงินทุนจะมาจากกระแสเงินสดที่มีอยู่ปัจจุบัน 700-800 ล้านบาท และ เงินกู้จากสถาบันการเงินบางส่วน โดยยังมีวงเงินหุ้นกู้ที่เหลืออยู่ และ ขออนุมัติจากผู้ถือหุ้นแล้ว มูลค่ากว่า 1 พันล้านบาท
- บริษัทมีแผนเดินหน้านำบริษัทย่อย "LOXLEY Power System" เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในปี 63 ที่ผ่านมาบริษัทดังกล่าวสามารถสร้างผลกำไรให้กับบริษัทได้ประมาณ 50-60 ล้านบาทต่อปี โดยจะนำผลการดำเนินงานในปี 62 เป็นฐานในการเตรียมความพร้อมเข้าตลาดหลักทรัพย์ในปี 63 ส่วนจะอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) หรือ ตลาด mai ต้องพิจารณาควาามเหมาะสมอีกครั้ง
-ส่วนกรณีที่บริษัทได้ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาศาลปกครองชั้นต้น (ศาลปกครองกลาง) ที่ให้สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล จ่ายค่าเสียหายโครงการจ้างบริการระบบเกมสลาก (หวยออนไลน์ ) จำนวน 945 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย จากที่บริษัทเรียกค่าเสียหาย 3.2 พันล้านบาท น หวังจะได้รับความเป็นธรรมจากศาลฯ และบริษัทมีการตั้งสำรองความเสียหายจากกรณีดังกล่าวไปหมดแล้ว
|