ยินดีต้อนรับ กรุณา สมัครสมาชิก หรือเข้าสู่ระบบ

Home » หุ้น PM
เข้าชม : 370

ตั้งงบ 37 ล้านบาท ขยายกำลังการผลิต คาดว่าจะเดินเครื่องผลิตได้ไตรมาส 1/62

โพสต์เมื่อ: วันศุกร์ 21 กันยายน 2561  19:36 น.

PM ตั้งเป้าปีนี้ยอดขาย`ทาโร่`โตไม่ต่ำกว่าตลาด จ่อบุกตลาดจีนปลายปีนี้

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -21 ก.ย. 61 11:23 น.

  บริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PM ได้ให้ข้อมูลในงาน Oppotunity day โดยมี นายวิเชียร พงศธร ประธานกรรมการกลุ่ม เป็นผู้ให้ข้อมูล ระบุ ตั้งเป้ายอดขายทาโร่ปีนี้โตไม่ต่ำกว่าตลาด จากครึ่งปีแรกมียอดขายโตแล้ว 3.9% เผยตั้งงบ 37 ล้านบาท ใช้ ขยายกำลังการผลิตเป็น 560 ตัน/เดือน จากเดิม 500 ตัน/เดือน คาดเดินเครื่องได้ไตรมาส 1/62 โดยมีสาระสำคัญดังนี้

  -บริษัทคาดยอดขายทาโร่ปีนี้จะเติบโตไม่ต่ำกว่าตลาด โดยครึ่งปีแรกตลาดขนมคบเคี้ยวที่มีวัตถุดิบมาจากปลาเติบโตแล้ว 6.3% และมองว่าครึ่งปีหลังจะเติบโตได้ดีกว่าครึ่งปีแรก เนื่องจากเข้าสู่ไฮซีซั่นของธุรกิจ ขณะที่ยอดขายของบริษัทครึ่งปีแรกอยู่ที่ 2,170 ล้านบาท มาจากยอดขายทาโร่ประมาณ 40-50% แต่หากคิดเป็นกำไรจะอยู่ที่ 80% ของกำไรทั้งหมด โดยมาร์จิ้นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตเองจะสูงกว่าสินค้าที่นำมาจัดจำหน่าย

  “ครึ่งปีแรกยอดขายเราโตไปแล้ว 3.9% โดยปีนี้เรามั่นใจว่าจะโตไม่ต่ำกว่าตลาด ซึ่งตลาดขนมคบเคี้ยวครึ่งปีแรกโตแล้ว 6.3% แต่ถ้าเป็นขนมคบเคี้ยวที่ทำมาจากปลาครึ่งปีแรกโตไปแล้ว 10.1% จากครึ่งปีก่อนหดตัวไป 8%”นายวิเชียร กล่าว

  - บริษัทยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาและวิจัยพฤติกรรมของผู้บริโภคในจีน คาดว่าในเดือนต.ค. จะได้ผลสรุป เพื่อวางแผนนำผลิตภัณฑ์ทาโร่จำหน่ายในตลาดประเทศจีน โดยเฉพาะในเมืองกวางโจ และ เซี่ยงไฮ้ คาดว่าจะวางจำหน่ายได้ภายในสิ้นปีนี้ โดยยังไม่ได้การวางเป้าหมายยอดขายในตลาดจีน เนื่องจากปัจจุบันยอดขายทาโร่ในประเทศมีสัดส่วนสูงถึง 90% แต่หากรวมยอดขายต่างประเทศที่มาจากบริษัทย่อยจะมีสัดส่วนที่ 20% หรือ ประมาณ 400 ล้านบาท

  -สำหรับงบลงทุนในปีนี้ส่วนใหญ่จะเป็นการปรับปรุง และ ขยายกำลังการผลิตเพื่อรองรับการขยายตลาดในจีน ปัจจุบันกำลังการผลิตอยู่ที่ 500 ตัน/เดือน จะเพิ่มเป็น 560 ตัน/เดือน ใช้งบลงทุน 37 ล้านบาท และ คาดว่าจะเดินเครื่องผลิตได้ไตรมาส 1/62

  “กลุ่มบริษัทไม่มีแผนที่จะแยกธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และโรงแรม เพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เนื่องจากเป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง ต้องใช้เงินลงทุนที่สูงด้วยเพื่อสร้างการเติบโต มีวัฎจักรขึ้นลง และ มีความผันผวน”นายวิเชียร กล่าว

  - ปัจจุบันกลุ่มบริษัทมี 6 ธุรกิจ ประกอบด้วย สายธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค,สายธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศ,สายงานพัฒนาความยั่งยืนของสังคม,สายธุรกิจบริการทางการเงิน,สายธุรกิจสิ่งแวดล้อม และ สายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และกลุ่มธุรกิจโรงแรม และมี 4 บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ประกอบด้วย บริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PM, บริษัท พรีเมียร์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ PT, บริษัท พรีเมียร์เอ็นเตอร์ไพรซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ PE และ บริษัท พรีเมียร์ โพรดักส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PPP และ ยังมีอีก 2 บริษัทที่ยังไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

ลักษณะธุรกิจของ PM
จัดจำหน่ายและเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าอุปโภคและบริโภค แบ่งเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยว ผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์ลูกอม ผลิตภัณฑ์ยาและอาหารเสริม ผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนตัวและของใช้ในครัวเรือน โดยมีร้านค้ากว่า 30,000 แห่งทั่วประเทศติดต่อค้าขายโดยตรงกับบริษัท และมีบริษัทย่อย 4 แห่ง ได้แก่ 1. บริษัท พี.เอม.ฟูด จำกัด ผลิตและจำหน่ายสินค้าปลาเส้นและปลาแผ่น “ปลาสวรรค์ทาโร” 2. บริษัท พรีเมียร์ แคนนิ่ง อินดัสตรี้ จำกัด ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปลาทูน่าและผลิตภัณฑ์อาหารทะเลสำเร็จรูปอื่นสำหรับอาหารคนและสัตว์เลี้ยงภายใต้ตราสินค้าของลูกค้า ส่งออกไปจำหน่ายในต่างประเทศ และผลิตและจำหน่ายสินค้าซอสมะเขือเทศ ซอสพริก และซอสปรุงรสอื่น ตรา“คิงส์ คิทเช่น” 3. บริษัท พรีเมียร์ โฟรเซ่น โพรดักส์ จำกัด ให้บริการรับฝากแช่ผลิตภัณฑ์ในห้องเย็น 4. บริษัท พีเอ็ม เอสอี จำกัด ดำเนินธุรกิจลงทุนในกิจการเพื่อสังคม และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากกิจการเพื่อสังคมและผลิตภัณฑ์กาแฟอินทรีย์ภายใต้ชื่อแบรนด์ “มีวนา”
 
 

s


คุณต้องสมัครสมาชิก ถึงจะโพสกระทู้ได้

สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ