ยินดีต้อนรับ กรุณา สมัครสมาชิก หรือเข้าสู่ระบบ

Home » หุ้น SABINA
เข้าชม : 326

ปี 63 เตรียมปั้นผลิตภัณฑ์ใหม่กว่า 100 รายการ ส่งออก CLMV โตดี

โพสต์เมื่อ: วันเสาร์ 30 พฤศจิกายน 2562  15:17 น.
20/11/2562
*SABINA
-นสพ.รายงาน เดินเกมรุกตลาดออนไลน์ทั้งในประเทศและ CLMV หนุนมาร์จิ้นสูง ปักธงรายได้รวมปี 2563 เติบโตไม่ต่ำกว่า 10% ปั้นผลิตภัณฑ์ใหม่กว่า 100 รายการ เพิ่มทางเลือกผู้บริโภคและกระตุ้นยอดขาย ลั่นโค้งส่งท้ายเข้าไฮซีซัน แม้รายได้รวมปี 2562 พลาดเป้า 10% เหลือ 7-8% หลังเศรษฐกิจชะลอตัว

----------------------------------

19/11/2562
SABINA เผยยอดขาย CLMV ไตรมาส 3 พุ่ง 102% รับศก.เวียดนามโต 7%

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -19 พ.ย. 62 14:19 น.

 

SABINA เผยผลงานไตรมาส 3 ยอดขายสินค้าแบรนด์ “ซาบีน่า” ที่ส่งออกไปในกลุ่มประเทศ CLMV เป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญ โดยเฉพาะเวียดนามที่มีอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจสูงถึง 7.1%  

   นายบุญชัย ปัณฑุรอัมพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) หรือ SABINA ผู้ผลิตและจำหน่ายชุดชั้นในแบรนด์ “ซาบีน่า” เปิดเผยว่า ปัจจัยสนับสนุนผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 3 ของบริษัทฯ ส่วนหนึ่งมาจากยอดขายสินค้าแบรนด์ “ซาบีน่า” ผ่านช่องทางการส่งออกไปยังกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา, ลาว, เมียนมา และเวียดนาม) ที่เติบโตเพิ่มขึ้นถึง 102% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยตลาดสำคัญได้แก่ เวียดนาม ที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในไตรมาส 3 สูงถึง 7.1%

   “  เศรษฐกิจเวียดนามคึกคักมาก และผู้บริโภคมีกำลังซื้อสูง ขณะที่สินค้าแบรนด์ซาบีน่า ทั้งดีไซน์และคุณภาพ รวมถึงราคา เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคเวียดนามอย่างกว้างขวาง นอกจากนี้ การที่เราเปิดตัวคอลเลคชั่นบราเกาะอก “บอดี้ บรา” โดยมีใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ เป็นพรีเซนเตอร์ ยิ่งกระตุ้นกำลังซื้อของผู้บริโภคเวียดนามได้เป็นอย่างดี เพราะใบเฟิร์นมีแฟนคลับ ทั้งในเวียดนาม จีน และฟิลิปปินส์  ” นายบุญชัยกล่าว

    แม้ว่าบริษัทฯ อาจจะไม่ได้รับปัจจัยบวกอย่างเต็มที่จากการส่งออกที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากการแข็งค่าของเงินบาท แต่ซาบีน่าก็ได้รับผลดีจากการปริมาณสินค้าที่ขายได้เพิ่มขึ้นและการขยายฐานลูกค้าในกลุ่มประเทศ CLMV ที่ยังมีอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจที่น่าพอใจ ขณะที่ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นนั้นเอื้อกับต้นทุนการผลิตโดยรวมที่ต่ำลงจากการจ้างผลิต และส่งผลดีกับการขายในช่องทางออนไลน์และช่องทางรีเทล ทำให้บริษัทฯ ยังสามารถรักษาอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิไว้ได้อย่างแข็งแกร่ง

   ทั้งนี้ ในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ (กรกฎาคมถึงกันยายน) บริษัทฯ  มีรายได้รวมอยู่ที่  847.5 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิ 116.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.3 ล้านบาทคิดเป็น 5.7% จากงวดเดียวกันของปีก่อน โดยช่องทางขายออนไลน์ยังคงเติบโตเพิ่มขึ้น 7.3% ขณะที่ช่องทางรีเทล ผ่านทั้งเคาน์เตอร์ในห้างสรรพสินค้าและซาบีน่า ช้อป ลดลง 2.6%

   การส่งออกภายใต้แบรนด์ “ซาบีน่า” ไปยังกลุ่มประเทศ CLMV ขยายตัว 102% และการรับจ้างผลิต (OEM) ให้กับแบรนด์ในยุโรป ลดลง 11.9% ตามภาพรวมเศรษฐกิจโลกจากการไม่แน่นอนของสงครามการค้า ส่วนรายได้ 9 เดือนแรก (มกราคมถึงกันยายน) อยู่ที่ 2,490.6 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิ 316.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.5 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้น 10.6% 

     ซาบีน่ายังคงเดินหน้าที่จะทำตลาดในทุกช่องทางการขายอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่องทางออนไลน์และช่องทางรีเทล โดยล่าสุดได้ผนึกความร่วมมือกับ “โพเมโล” ผู้บริหารเว็บไซต์ www.pomelofashion.com ซึ่งเป็นธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ รายใหญ่ที่เน้นจำหน่ายเสื้อผ้าแฟชั่น รวมถึงของใช้ของผู้หญิงมีผู้เข้าชมมากกว่า 2.7 ล้านคนต่อเดือน เพื่อสร้างประสบการณ์ให้ลูกค้าที่สั่งซื้อสินค้าออนไลน์ของโพเมโล สามารถนัดรับสินค้าและลองสินค้าได้ที่ซาบีน่า ช้อป 23 สาขาทั่วกรุงเทพฯ เป็นบริการ “Pomelo Pick Up ลองก่อน จ่ายทีหลัง”

   โดยลูกค้าสามารถเลือกชำระเงินเฉพาะชิ้นที่พึงพอใจได้เลย หากยังไม่ถูกใจก็สามารถคืนสินค้าผ่านซาบีน่า โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ขณะที่ซาบีน่าได้มอบให้โพเมโลเป็นช่องทางขายออนไลน์แบบเอ็กซ์คลูซีฟเพียงช่องทางเดียวสำหรับสินค้าคอลเลคชั่น “แมด มัวแซล อินทิเมทส์” (Mad Moiselle Intimates) ซึ่งเป็นสินค้าในกลุ่มไฮแฟชั่น (High Fashion) ของซาบีน่า ทั้งในประเทศไทย และประเทศอื่นๆ ทั่วโลก  โดยความร่วมมือครั้งสำคัญนี้ได้เริ่มต้นอย่างเป็นทางการแล้วตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ทำให้เชื่อว่า จะสามารถกระตุ้นกำลังซื้อในช่วงปลายปีนี้ให้คึกคักขึ้นได้อย่างแน่นอน


s


คุณต้องสมัครสมาชิก ถึงจะโพสกระทู้ได้

สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ