|
โพสต์เมื่อ: วันอาทิตย์ 4 ตุลาคม 2558 19:21 น.
| บมจ. ปูนซีเมนต์นครหลวง (SCCC) คำแนะนำ: ซื้อ (ไม่เปลี่ยนแปลง) ราคาปิด (บาท): 358.00 ราคาเป้าหมาย (บาท): 425.00 (ไม่เปลี่ยนแปลง) ขยายธุรกิจปูนซีเมนต์เข้าไปในประเทศกัมพูชา ประเด็นการลงทุน : SCCC เตรียมขยายธุรกิจปูนซีเมนต์เข้าไปในประเทศกัมพูชา กำลังการผลิตเริ่มต้นประมาณ 1.5 ล้านตัน จะเข้าถือหุ้น 40% ใช้เงินลงทุนรวม 2,160 ล้านบาท โดยประเทศกัมพูชามีการเติบโตของความต้องการปูนซีเมนต์สูง 10% ต่อปี คาดจะรับรู้ในรูปส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในปี 2561 ประมาณ 300-400 ล้านบาท แนวโน้มกำไรปี 2558 คาดจะติดลบเล็กน้อย แล้วจะเติบโตดีในปี 2559 คงแนะนำ ซื้อ เป้าหมาย 425 บาท ขยายธุรกิจปูนซีเมนต์เข้าไปในประเทศกัมพูชา โดยเข้าถือหุ้น 40% : SCCC ประกาศขยายธุรกิจปูนซีเมนต์เข้าไปในประเทศกัมพูชา โดยจะร่วมจัดตั้งบริษัทใหม่ ชื่อ Chip Mong Cement Corporation สำหรับ SCCC จะเข้าถือหุ้น 40% จากทุนจดทะเบียน 150 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ ใช้เงินลงทุนรวม 60 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 2,160 ล้านบาท ภายใต้อัตราแลกเปลี่ยน 36 บาท = 1 เหรียญสหรัฐ) มีกำลังการผลิตเริ่มต้น 5,000 ตันต่อวัน หรือ ประมาณ 1.5 ล้านตันต่อปี ประเทศกัมพูชา มีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ดีประมาณ 7% ต่อปี ปัจจุบันมีกำลังการผลิตปูนซีเมนต์ประมาณ 2 ล้านตัน และ มีความต้องการใช้ปูนซีเมนต์ประมาณ 4 ล้านตัน โดยความต้องการปูนซีเมนต์ในประเทศกัมพูชามีการเติบโตสูง คือ ปี 2557 มีการเติบโต 10% และ ครึ่งแรกของปี 2558 ยังคงมีการเติบโต 10% ในขณะที่ราคาขายปูนซีเมนต์หน้าโรงงานในประเทศกัมพูชาสูงถึง 75-80 เหรียญ/ตัน เทียบกับราคาขายในประเทศไทย 55-57 เหรียญ/ตัน โดยปกติจะใช้เวลาในการก่อสร้างประมาณ 2 ปี คาดการลงทุนในกัมพูชาจะช่วยเพิ่มกำไรในรูปส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนต่อปีประมาณ 300-400 ล้านบาท ในปี 2561 ภาระหนี้สินสุทธิของ SCCC ณ สิ้นไตรมาสสองเท่ากับ 4.6 พันล้านบาท เมื่อรวมกับตัวเลขเงินลงทุน 2 พันล้านบาท แล้วนับว่าค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับฐานทุนสูงถึง 2.2 หมื่นล้านบาท ผลประกอบการปี 2558 คาดกำไรจะติดลบเล็กน้อย แต่ปี 2559 จะเติบโตสูง : ตลาดปูนซีเมนต์ในครึ่งหลังของปี 2558 มีแนวโน้มที่จะดีขึ้น เนื่องจากรัฐบาลเร่งการเบิกจ่ายงบประมาณประจำปีสำหรับก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมๆกับภาคเอกชนเริ่มมีการลงทุนมากขึ้น เราประเมินความต้องการปูนซีเมนต์ในประเทศครึ่งปีหลังจะกลับมาเติบโตประมาณ 5-6% เทียบกับครึ่งปีแรกที่ทรงตัว และทำให้ภาพรวมปี 2558 ความต้องการปูนซีเมนต์จะเติบโตประมาณ 2-3% สำหรับยอดขายของ SCCC ในปี 2558 เราคาดจะไม่เติบโตจากปีก่อน คือ เท่ากับ 31,885 ล้านบาท และ คาดกำไรจะอ่อนตัวลงจากปีก่อนเล็กน้อย -1%YoY เหลือ 5,029 ล้านบาท แต่แนวโน้มในปี 2559 คาดจะกลับมาเติบโตได้ดีขึ้นจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลหลายโครงการทำให้กำไรเพิ่มขึ้นเป็น 5,607 ล้านบาท เติบโต 11%YoY คำแนะนำการลงทุน : SCCC มีอัตราเงินปันผลในเกณฑ์ใช้ได้ 4.3% เราประเมินราคาเป้าหมาย 1 ปีข้างหน้า เท่ากับ 425 บาท บนฐานค่าเฉลี่ย P/E+1SD เท่ากับ 18-19 เท่า ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายต่ำกว่าราคาเป้าหมาย ดังนั้น เราคงคำแนะนำ ซื้อ ความเสี่ยง : ภาวะการแข่งขันสูงในอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ / ภาวะเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และ ภาคการก่อสร้าง ชะลอตัว โดย บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด ประจำวันที่ 21 ก.ย. 2558 |
|
|
|
|