ยินดีต้อนรับ กรุณา สมัครสมาชิก หรือเข้าสู่ระบบ

Home » หุ้น SKR
เข้าชม : 389

27 ต.ค. 59 SKR เคยเพิ่มทุน 20:1 ราคา 25 บาท สว็อป รพ.ศิครินทร์ ปัจจุบันเปิดบริการ 120 เตียง ขยายได้สูงสุด 400 เตียง

โพสต์เมื่อ: วันจันทร์ 26 พฤศจิกายน 2561  13:30 น.
วันปิดสมุดทะเบียน 27 ต.ค. 2559
วันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้น -
หลักทรัพย์ที่ได้สิทธิ หุ้นสามัญ
ช่วงระยะเวลาจองซื้อ 14 พ.ย. 2559 00:00 - 18 พ.ย. 2559 00:00
ราคาจองซื้อ 25.00 บาท
อัตราส่วน (เดิม:ใหม่) 20 : 1
เงื่อนไข -
หมายเหตุ
 

-----------------------------------
 
SKRเพิ่มทุน 31 ล้านหุ้น จัดสรร PP 25 ล.หุ้น ใช้สว็อปเพื่อฮุบรพ.ศิครินทร์ มูลค่า 1.4 พันลบ. อีก 6 ล.หุ้นขายR0 สัดส่วน 20:1 ราคา 25 บาท ระดม 150 ลบ.
 180
 2016-08-15 09:36:22
 

บอร์ด SKR ไฟเขียวออกหุ้นเพิ่มทุน 31 ล้านหุ้น แบ่งเป็น 25 ล้านหุ้น สว็อปหุ้นเพื่อเข้าเทคโอเวอร์“โรงพยาบาลศิครินทร์ หาดใหญ่” ในราคา 59 บาท/หุ้นพร้อมก้าวสู่การเป็นโรงพยาบาลชั้นนำระดับโลก รองรับการเป็น "ศูนย์กลางบริการสุขภาพนานาชาติ" หรือ Medical Hub เจาะไข่แดงศูนย์กลางทางเศรษฐกิจในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา รองรับตลาดสุขภาพจากมาเลเซีย-อินโดฯ หุ้นเพิ่มทุนอีก 6 ล้านหุ้นเสนอขายผู้ถือหุ้นเดิมจำนวน 6 ล้านหุ้น ในอัตรา 20:1 ราคา 25 บาท/หุ้น ระดมทุน 150 ลบ. รองรับแผนขยายธุรกิจ-เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

นายสุริยันต์ โคจรโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่ด้านปฏิบัติการ บริษัท ศิครินทร์ จำกัด (มหาชน) หรือSKR เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯครั้งที่ 8/2559 เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2559 มีมติอนุมัติการรับโอนกิจการทั้งหมด (Entire Business Transfer) ของบริษัท ศิครินทร์ หาดใหญ่ โฮลดิ้ง จำกัด (SHH) ซึ่งประกอบด้วยหุ้นสามัญทั้งหมดของ SHH ถืออยู่ในบริษัท โรงพยาบาล ศิครินทร์ หาดใหญ่ จำกัด (SKHY) คิดเป็นสัดส่วน 82.34% ของหุ้นสามัญที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของ SKHYโดยคณะกรรมการเห็นควรกำหนดให้บริษัทฯ ออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 25,009,415 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 6.50 บาท เพื่อเสนอขายแบบเฉพาะเจาะจงต่อบุคคลจำกัด (Private Placement) ให้ SHH ในราคาหุ้นละ 59.00 บาท คิดเป็นมูลค่ารวม 1,475,555,485 บาท เพื่อเป็นการตอบแทนการที่ SHH โอนกิจการทั้งหมดให้แก่บริษัทฯ 

การโอนกิจการทั้งหมดให้แก่บริษัทฯ และการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทฯ ให้แก่ SHH จะเกิดขึ้นเมื่อคู่สัญญาทั้ง 2 ฝ่ายได้ลงนามในสัญญาต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และปฏิบัติตามเงื่อนไขของสัญญาดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อย และที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2559 ซึ่งจะจัดการประชุมในวันที่ 19 ตุลาคม 2559 ได้มีมติอนุมัติการเข้าทำรายการดังกล่าว (ต้องได้รับการอนุมัติเป็นมติพิเศษ ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน โดยไม่นับส่วนของผู้ถือหุ้นที่มีส่วนได้เสีย) และอนุมัติวาระอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเข้าทำรายการดังกล่าว ซึ่งรวมถึง การที่บริษัทฯ จะต้องได้รับอนุมัติจากหน่วยงานกำกับที่เกี่ยวข้องด้วย 

โดยเบื้องต้น บริษัทฯ คาดว่ากระบวนการการรับโอนกิจการทั้งหมด และการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ จะสามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในไตรมาสที่ 4 ของปี 2559 ซึ่งภายหลังจากกระบวนการดังกล่าวแล้วเสร็จ SKHY จะมีสถานะเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ ที่บริษัทฯ ถือหุ้นโดยตรงในสัดส่วน 94.11% (รวมหุ้นเดิมที่บริษัทฯ ถืออยู่ใน SKHY จำนวน 5,886,792 หุ้น คิดเป็น 11.77%)

“การเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้ ทำให้ SKR กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วน94.11%เพื่อรองรับแผนการก้าวสู่การเป็นโรง พยาบาลชั้นนำระดับโลก สอดคล้องยุทธศาสตร์ชาติ ในการเป็น "ศูนย์กลางบริการสุขภาพนานาชาติ" หรือ Medical Hub เนื่องจากบริษัทฯ ได้เล็งเห็นถึงเห็นศักยภาพของ SKHY ซึ่งตั้งอยู่บนศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่สำคัญของอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี ได้ผ่านการพัฒนาศักยภาพทางการแพทย์จนก้าวสู่เป็นโรงพยาบาลชั้นนำขนาดใหญ่ของ ภาคใต้ ซึ่งในอนาคตจะมีจำนวนเตียงรองรับผู้ป่วยมากถึง 400 เตียง และผ่านการรับรองมาตรฐานโรงพยาบาลสากลระดับโลก JCI แห่งเดียวของภาคใต้ตอนล่าง ที่สามารถรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ อาทิ การรองรับตลาดสุขภาพจากต่างประเทศโดยเฉพาะจากมาเลเซียและอินโดนีเซีย”

นอกจากนี้ ยังสามารถรองรับการขยายศักยภาพของท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ที่มาจากการ เจริญเติบโตของจำนวนผู้โดยสาร และเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และรองรับการลงทุนต่างๆที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยจะเห็นว่าขณะนี้จังหวัดสงขลามีบริษัทที่จดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์เยอะ ที่สุดในประเทศไทยซึ่งปัจจัยที่กล่าวมาทั้งหมดจะเป็นเหตุผลเพื่อสนับสนุนการ เพิ่มสัดส่วนการลงทุนในครั้งนี้

“การเติบโตของ SKR มาจากธุรกิจหลักคือ การให้บริการทางการแพทย์ โดยที่ผ่านมาทางบริษัทฯมีแผนการลงทุนและพัฒนาศักยภาพทางการแพทย์ เพื่อก้าวสู่การเป็นโรงพยาบาลชั้นนำระดับโลก ทั้งผ่านการรับรองมาตรฐานโรงพยาบาลสากลระดับโลก (JCI)และมาตรฐานJCI เฉพาะโรค ประกอบด้วย โรคหลอดเลือดและระบบประสาท (Stroke)โรคเบาหวาน(DM) และในปลายปีนี้บริษัทฯมีแผนที่จะขอการรับรองจาก JCI เฉพาะโรคอีกหนึ่งด้าน คือ โรคหัวใจ (MI) ซึ่งคาดว่าจะผลักดันให้รายได้จากการรักษาพยาบาลมีการเจริญเติบโตในระดับที่ น่าพอใจมาก”

นายสุริยันต์ กล่าวอีกว่านอกจากการเข้าถือหุ้นใน SKHY แล้ว คณะกรรมการบริษัทฯได้มีมติอนุมัติให้เพิ่มทุนจำนวน 6 ล้านหุ้น โดยกำหนดจัดสรรให้ผู้ถือหุ้นเดิม (RO) สัดส่วน 20:1 ราคา 25 บาท/หุ้น ซึ่งจะทำให้ได้รับเงินจากการเพิ่มทุนครั้งนี้จำนวน 150 ล้านบาท มีเป้าหมายจะนำไปรองรับแผนการขยายธุรกิจ และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในอนาคต โดยกำหนดวันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับการจัดสรรและเสนอขายหุ้น สามัญเพิ่มทุน (Record Date) ในวันที่ 26 ตุลาคม 2559 และรวบรวมรายชื่อผู้ถือหุ้นตามมาตรา 225 ของพ.ร.บ.ตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 (รวมทั้งมีการแก้ไขเพิ่มเติม) โดยวิธีปิดสมุดพักการโอนหุ้นในวันที่ 27 ตุลาคม 2559 
 

ลักษณะธุรกิจของ SKR

ธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนในเขตตะวันออกของกรุงเทพมหานครและจังหวัดสมุทรปราการ ได้แก่ โรงพยาบาลศิครินทร์ และโรงพยาบาลรัทรินทร์

 

ที่มา : https://www.efinancethai.com/LastestNews/index.aspx?ref=A&id=fb0xRbz/qvc=&year=2016&month=8&lang=T&security=SKR  

-----------------------------------------------------

SKR พร้อมผงาดขึ้นแท่นเป็น รพ.ชั้นนำระดับนานผู้ถือหุ้นไฟเขียวแผนเทคโอเวอร์ รพ.ศิครินทร์ หาดใหญ่ เดินหน้าลุยขยายธุรกิจเจาะตลาดสุขภาพโซนภาคใต้รองรับลูกค้าตปท.


ผู้ถือหุ้น "ศิครินทร์" (SKR) ไฟเขียวให้เข้าซื้อกิจการโรงพยาบาลศิครินทร์ หาดใหญ่ เผยแผนงานอนาคตตะลุยเจาะตลาดสุขภาพในพื้นที่ภาคใต้ พร้อมดันเป็นศูนย์กลางบริการสุขภาพนานาชาติรองรับกลุ่มลูกค้าจากมาเลเซีย-อินโดนีเซีย นอกจากนี้อนุมัติเพิ่มทุนให้กับผู้ถือหุ้นเดิมจำนวน 6 ล้านหุ้น อัตราส่วน 20 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ ในราคาหุ้นละ25 บาท ได้เงินราว 150 ล้านบาท รองรับแผนขยายการลงทุน เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในอนาคต เพื่อสร้างความมั่นคงยั่งยืนให้กับธุรกิจหลักและผู้ถือหุ้น


          นายสุริยันต์ โคจรโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่ด้านปฏิบัติการ บริษัท ศิครินทร์ จำกัด (มหาชน) (SKR) เปิดเผยว่าที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2559 เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2559 ได้มีมติอนุมัติให้บริษัทฯออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 25,009,415 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 6.50 บาท เพื่อเสนอขายแบบเฉพาะเจาะจงต่อบุคคลจำกัด (Private Placement) ให้บริษัท ศิครินทร์ หาดใหญ่ โฮลดิ้ง จำกัด (SHH) ในราคาหุ้นละ 59 บาท คิดเป็นมูลค่ารวม 1,475,555,485 บาท เพื่อเป็นการตอบแทนการที่ SHH โอนกิจการทั้งหมดให้แก่บริษัทฯ ซึ่งประกอบด้วยหุ้นสามัญของ บริษัท โรงพยาบาล ศิครินทร์ หาดใหญ่ จำกัด (SKHY) คิดเป็นร้อยละ 82.34 ของหุ้นทั้งหมดของ SKHY พร้อมรับโอน สินทรัพย์ หนี้สิน สิทธิ หน้าที่และภาระผูกพันธ์ทั้งหมดของ SHH และภายหลังการับโอนกิจการแล้วเสร็จ SKR จะถือหุ้นโดยตรงใน SKHY ร้อยละ 94.11 (ปัจจุบันSKR ถืออยู่ใน SKHY จำนวน 5,886,792 หุ้น คิดเป็นร้อยละ11.77)

          "กระบวนการรับโอนกิจการทั้งหมด และการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ จะสามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในไตรมาสที่ 4/59 จากนั้นโรงพยาบาล ศิครินทร์ หาดใหญ่ (SKHY) จะมีสถานะเป็นบริษัทย่อยของSKR ซึ่งจะทำให้แผนการขยายกิจการโรงพยาบาลไปสู่จังหวัดสงขลาและจังหวัดใกล้เคียงจนถึงระดับภูมิภาคเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว สอดคล้องยุทธศาสตร์ชาติ ในการเป็น "ศูนย์กลางบริการสุขภาพนานาชาติ" หรือ Medical Hub รองรับลูกค้าต่างชาติ อาทิ อินโดนีเซียและมาเลเซีย เป็นต้น"
นอกจากนี้ ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นยังได้มีมติอนุมัติให้เพิ่มทุนจำนวน 6 ล้านหุ้น จัดสรรให้ผู้ถือหุ้นเดิม (RO) ในอัตราส่วน 20 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ โดยเสนอขายในราคาหุ้นละ25 บาท คาดว่าจะได้รับเงินจากการเพิ่มทุนครั้งนี้จำนวน 150 ล้านบาท โดยจะนำไปใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และขีดความสามารถทางการแข่งขันและขยายการลงทุน เพื่อสร้างความยั่งยืนในการประกอบธุรกิจให้บริการทางการแพทย์ที่เป็นธุรกิจหลัก อันจะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ถือหุ้นต่อไปในอนาคต

          "SKR ตั้งเป้าหมายที่จะขยายศักยภาพการดำเนินธุรกิจโรงพยาบาลให้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการเพิ่มรายได้และกำไรสุทธิอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน จากการการเข้าทำรายการในครั้งนี้จะทำให้ SKR สามารถขยายกิจการโรงพยาบาลไปสู่จังหวัดสงขลาและจังหวัดใกล้เคียงซึ่งเป็นแหล่งเศรษฐกิจที่มีความสำคัญแห่งหนึ่งในเขตจังหวัดภาคใต้ได้อย่างรวดเร็ว ประกอบกับการที่ในปัจจุบัน SKR ได้มีการลงทุนในหุ้นของ SKHY อยู่แล้วในสัดส่วนร้อยละ 11.77 ทำให้เข้าใจถึงศักยภาพและความเชี่ยวชาญในการดำเนินธุรกิจของ SKHY เป็นอย่างดี นอกจากนั้น SKHY เพิ่งได้รับการรับรองมาตรฐานโรงพยาบาลระดับสากล (The Joint Commission International : JCI) จึงเล็งเห็นว่าสามารถให้ความร่วมมือกับ SKHY ในการให้บริการ การบริหารจัดการ การใช้เทคโนโลยี และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงการใช้ประสบการณ์ของ SKR เพื่อวางกลยุทธ์การตลาดที่เหมาะสม ซึ่งจะทำให้ SKR และ SKHY สามารถประกอบธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อันจะนำมาซึ่งรายได้และผลตอบแทนที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต นอกจากนั้นการเข้าลงทุนในครั้งนี้เป็นการแลกหุ้น (Share Swap) ทำให้ไม่ต้องใช้เงินสดในการเข้าซื้อหุ้น"

          นายสุริยันต์กล่าวต่อในช่วงท้ายว่าการเข้าลงทุนเพิ่มเติมใน SKHY ครั้งนี้ ถือว่าเป็นการตัดสินใจเข้าลงทุนในทรัพย์สินที่มีศักยภาพในการเติบโตได้อีกมาก โดยอาคารผู้ป่วยของ SKHY ณ ปัจจุบันเป็นอาคาร 12 ชั้น มีขนาดพื้นที่ใช้งานได้ 35,800ตารางเมตร พร้อมลานจอดเฮลิคอปเตอร์ได้ก่อสร้างไว้รองรับการให้บริการผู้ป่วยได้สูงสุดถึง 400 เตียง ซึ่งปัจจุบันได้เปิดให้บริการเฉพาะผู้ป่วยในจำนวน 120 เตียง ที่สำคัญSKHY ยังมีศูนย์คลีนิกที่สามารถให้บริการทางการแพทย์เฉพาะทางได้หลายด้าน เช่น ศูนย์โรคกระดูกและข้อ ศูนย์ผู้มีบุตรยาก และศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูและกายภาพบำบัด เป็นต้น นอกจากนี้ การที่ SKHY เพิ่งได้รับการรับรองมาตรฐานโรงพยาบาลระดับสากล (JCI) โดยเป็นมาตรฐานที่อยู่ในการกำกับดูแลของ The Joint Commission ซึ่งเป็นสถาบันอิสระของประเทศสหรัฐอเมริกาที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลให้ทำหน้าที่รับรองคุณภาพสถานพยาบาลว่าได้มาตรฐานหรือไม่ มาตรฐาน JCI เป็นที่ยอมรับและเป็นที่รู้จักของชาวต่างชาติโดยเฉพาะชาวยุโรปและอเมริกา การได้มาตรฐาน JCI จะสร้างความน่าเชื่อถือและสร้างเชื่อมั่นแก่ผู้ป่วยที่มาเข้ารับการรักษาภายในโรงพยาบาล โดยจะช่วยดึงดูดผู้ป่วยต่างชาติให้เข้ารับการรักษาใน SKHY และยังเป็นส่วนช่วยให้ SKHY สามารถเพิ่มอัตราค่ารักษาพยาบาลในระดับที่เหมาะสมกับมาตรฐานที่ได้รับอีกด้วย
 
 
ข่าวชิ้นนี้เผยแพร่โดย Thai PR

s


คุณต้องสมัครสมาชิก ถึงจะโพสกระทู้ได้

สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ