|
นายพิพัฒน์ วิริยธรานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ SPCG เปิดเผยในงาน Opportunity Day ใน ว่า บริษัทฯ ปรับลดเป้ารายได้ปีนี้ลง จากเดิมคาดว่าจะเติบโตได้ไม่ต่ำกว่า 10% เนื่องจากยอดขายไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มชะลอ แต่มั่นใจกำไรยังโตกว่าปีที่ผ่านมา เหตุบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินดี ส่วนโซลาร์ฟาร์มญี่ปุ่น 480 MW เลื่อนก่อสร้างเป็น Q1/62 โดยมีรายละเอียดเพิ่มเติมดังนี้
-ในปีนี้บริษัทยอมรับว่า รายได้ปีนี้จะเติบโตได้ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมาที่มีรายได้ 6,122.26 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ที่ 10% หรือที่มีรายได้ 6,700-6,800 ล้านบาท เนื่องจากในช่วงไตรมาส 2-3 ที่ผ่านมาธุรกิจโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์ฟาร์ม) มียอดขายลดลง 3-5% ซึ่งเป็นผลจากปริมาณฝนตกค่อนข้างมาก ส่งผลให้การผลิตค่อนข้างน้อย แต่คาดว่าในไตรมาส 4 จะเริ่มปรับตัวดีขึ้น
- กำไรในปีนี้ มองว่าจะเติบโตกว่าปีก่อน เนื่องจากการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินดี ทั้งเรื่องค่าใช้จ่ายภาษีโรงเรือน ภาระดอกเบี้ยของธนาคารที่ดีขึ้น จากการที่บริษัทชำระหนี้ตามกำหนดเวลา รวมถึงค่าเสื่อมที่บริหารจัดการได้ดี สำหรับปัจจุบันบริษัทมียอดหนี้คงค้างทั้งสิ้น 9,800 ล้านบาท
- สำหรับความคืบหน้าการขยายการลงทุนในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งปัจจุบันมีโครงการที่เริ่มจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) คือโครงการ Tottori Yonago MEGA Solar Farm ขนาดกำลังการผลิต 30 เมกะวัตต์ ซึ่งเริ่มเรียบร้อยแล้วเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ขณะที่โครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา คือ โครงการ Ukujima Mega Solar Project ขนาดกำลังการผลิต 480 เมกะวัตต์ เงินลงทุนรวม 60,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นการร่วมลงทุน 8 บริษัทในญี่ปุ่นนั้น คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ภายในไตรมาสแรกของปี 2562 จากเดิมคาดว่าจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ในไตรมาส 4/2561 ขณะที่โครงการโซลาร์ฟาร์ม เมืองฟูกุโอกะ กำลังการผลิต 65 เมกะวัตต์ เงินลงทุน 9,000 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้
|