ยินดีต้อนรับ กรุณา สมัครสมาชิก หรือเข้าสู่ระบบ

Home » หุ้น SPCG
เข้าชม : 524

เวิลด์แบงก์ ยกย่อง SPCG ผู้พัฒนาโซลาร์ฟาร์มสำเร็จแห่งแรกในไทยและอาเซียน

โพสต์เมื่อ: วันพุธ 3 มิถุนายน 2558  11:25 น.
“เวิลด์แบงก์” ชูไทยเป็นผู้นำพลังงานแสงอาทิตย์แห่งอาเซียน ยกย่อง “SPCG” ผู้พัฒนาโซลาร์ฟาร์มสำเร็จแห่งแรกในไทย และอาเซียน ด้านผู้บริหารปลื้มช่วยสร้างงานในประเทศได้กว่า 2 หมื่นตำแหน่ง พร้อมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานแห่งอนาคต
       
       น.ส.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานกรรมการ และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) ได้รับเชิญจาก World Bank Group ไปร่วมบรรยาย เรื่อง “ความสำเร็จของการเป็นผู้นำในการพัฒนาโครงการโซลาร์ฟาร์มแห่งแรกในประเทศไทย และในประชาคม ASEAN” ถือเป็นผู้หญิงคนเดียวของอาเซียนที่ถูกเชิญให้ขึ้นไปพูดบนเวที ณ เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน
       
       น.ส.วันดี กล่าวว่า การเลือกทำโครงการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ เพราะเห็นว่าประเทศไทยมีความเหมาะสมในหลายปัจจัยโดยเฉพาะพื้นที่ และความเข้มของแสงอาทิตย์ รวมถึงเงินทุนสนับสนุนจากสถาบันการเงิน แต่กว่าจะสำเร็จในโครงการแรกเมื่อ 5 ปีที่แล้วได้ยากเย็นมาก เพราะไม่มีธนาคารใดในประเทศไทยให้กู้เพื่อทำโครงการนี้เลย การที่ International Finance Corporation หรือ IFC ภายใต้ world bank ให้การสนับสนุนปล่อยกู้ผ่านธนาคารกสิกรไทยในอัตราดอกเบี้ยพิเศษ มีการชำระคืนยาวนานกว่าเงินกู้ทั่วไป ซึ่งโครงการโซลาร์ฟาร์มของบริษัทเอสพีซีจี ถือเป็นโครงการแรกของประเทศไทย และอาเซียนที่ได้รับการสนับสนุน จึงกล่าวได้ว่า world bank เป็นส่วนสำคัญของการส่งเสริมความมั่นคงด้านพลังงานให้ไทย และโลก ทำให้ประเทศไทยสามารถพัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์จนประสบผลสำเร็จ
       
       สำหรับแรงบันดาลใจที่ทำให้ประสบความสำเร็จในการพัฒนา solar farm เป็นคนแรกในประเทศเมื่อ 5 ปีก่อน ทั้งที่เกษียณจากการทำงานแล้ว เป็นเพราะรัฐบาลในอดีตประกาศเป็นนโยบายสนับสนุนให้ภาคเอกชนมาลงทุนพัฒนาหมุนเวียนรูปแบบต่างๆ จึงตัดสินใจกลับมาทำงานใหม่อีกครั้ง ด้วยปรัชญาในการทำงานที่ว่า เริ่มต้นทำงานจากความเชื่อ แล้วทำให้สุดกำลังความสามารถ จนทำให้วันนี้ประสบความสำเร็จ เป็นผู้นำการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนของไทยและอาเซียน
       
       น.ส.วันดี กล่าวว่า หลังจากโครงกาารที่ 1 ประสบความสำเร็จ ทำให้การลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เติบโตอย่างรวดเร็วทั้งในไทย และประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชีย สำหรับประเทศไทยสามารถช่วยสร้างงานกว่า 20,000 คน ในช่วงก่อสร้าง และอีกกว่า 2,000 ตำแหน่งงานในช่วงอีก 30 ปี นอกจากนี้ ยังช่วยลดมลพิษที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เทียบแล้วจะลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ 210,000 ตันต่อปี
       
       “ในประเทศไทยช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีการพัฒนา และนำไปสู่การพึ่งตนเอง คือ ประชาชนที่มีความรู้ได้ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อใช้เอง หรือเรียกว่า solar roof top และเชื่อมั่นว่า แนวทางการพัฒนาการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งเป็นพลังงานสะอาดเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยสร้างงานสร้างรายได้ในชนบท และเป็นพลังงานที่ยั่งยืน และมั่นคงต่อประเทศในอนาคต โดยได้เปิดศูนย์การเรียนรู้ Education Center ให้ประชาชนทั่วไปเข้าเยี่ยมชมเป็นแหล่งศึกษาหาความรู้ด้านพลังงาน ซึ่งไทยจะเป็นผู้นำด้านการอนุรักษ์พลังงาน และสิ่งแวดล้อม และให้เยาวชนรุ่นหลังรู้จักการใช้พลังงานสะอาด และไม่มีมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม” 


คุณต้องสมัครสมาชิก ถึงจะโพสกระทู้ได้

สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ