SVI เพิ่มเป้ายอดขายปีนี้เป็น 1.58 หมื่นลบ. ตั้งเป้าปี 63 ทะลุ 3 หมื่นลบ.
| |
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -23 ส.ค. 61 17:29 น.
|
นายพงษ์ศักดิ์ โล่ห์ทองคำประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสวีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ SVI เปิดเผยในงาน Opportunity Day ว่าปรับเพิ่มเป้ายอดขายปีนี้เป็น 1.58 หมื่นลบ. รับออเดอร์ทะลัก - โรงงานตปท.เดินเครื่อง ตั้งเป้าปี 63 ทะลุ 3 หมื่นลบ. ลั่นปีนี้รับรู้ Backlog 8.5 พันลบ. - ตั้งเป้าอัตรากำไรขั้นต้นไม่ต่ำกว่า 9% รายละเอียดดังนี้
- ปรับยอดขายปีนี้ใหม่เป็น 480 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 15,800 ล้านบาท จากเดิมวางเป้าหมายไว้ที่ 440 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 14,500 ล้านบาท เนื่องจากมียอดคำสั่งซื้อเพิ่มเป็นจำนวนมาก รวมถึงโรงงานแห่งใหม่ในประเทศสโลวาเกียสามารถเริ่มดำเนินงานในช่วงกลางปี และโรงงานใหม่ในกัมพูชาเริ่มผลิตตั้งแต่เดือนพฤษภาคมช่วยเพิ่มยอดขายประกอบกัน
- ด้านเป้าหมายปี 2562 คาดมียอดขายแตะ 640 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 20,000 ล้านบาท และในปี 2563 วางเป้าหมายยอดขายไว้ที่ 1,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 3.27 หมื่นล้านบาท หลังมีคำสั่งซื้อเพิ่มและในอนาคตยังคงหาซื้อธุรกิจใหม่ในสหรัฐ
- ซึ่งทิศทางในช่วงครึ่งปีหลังมองว่าจะดีกว่าในช่วงครึ่งปีแรก ด้านอัตรากำไรขั้นต้นในปีนี้ (Gross Profit Margin) คาดว่าจะมากกว่าระดับ9% จากครึ่งปีแรกที่ทำได้แล้ว 8.48% เนื่องจากสามารถแก้ไขปัญหาวัตถุดิบขาดแคลนในช่วง Q1/61 ได้ ซึ่งปัจจุบันตุนวัตุดิบไว้เพียงพอจนถึง Q4/61 รวมถึงค่าเงินบาทอ่อนค่าสนับสนุน และราคาขายสินค้ายังอยู่ในระดับสูง
- โดยปัจจุบันมีสินค้าคงค้าง (Backlog) อยู่ที่ 300 ล้านดอลลาร์ หรือ 9.84 พันล้านบาท โดยรับรู้รายได้ในปีนี้ 260 ล้านดอลลาร์ หรือ 8.52 พันล้านบาท
- ตั้งงบลงทุน 30 ล้านบาท เพื่อพัฒนาระบบการซื้อขายเป็นแบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) คาดว่าจะเริ่มใช้งานได้ต้นปี 2562 เพื่อช่วยลดปัญหาและเลือกเวลาซื้อวัตถุดิบได้เหมาะสม
- สงครามทางการค้าระหว่างประเทศจีนและสหรัฐฯ ช่วยหนุนบริษัทให้มีลูกค้าเพิ่มขึ้น ซึ่งล่าสุดมีลูกค้าจากสหรัฐฯ ย้ายฐานการผลิตจากจีนเข้ามาในบริษัทแทน ซึ่งมียอดขายประมาณ 20 ล้านดอลลาร์ หรือ 656 ล้านบาท ซึ่งจะรับรู้รายได้ในช่วงปี 2562
|
|
ลักษณะธุรกิจของ SVI
บริษัทฯ ประกอบธุรกิจให้บริการแบบครบวงจรในการประกอบผลิตภัณฑ์ประเภทวงจรไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์สำเร็จรูป (Electronics Manufacturing Service–EMS) ให้แก่ลูกค้าที่เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ต้นแบบ (Original Equipment Manufacturer: OEM) และลูกค้าที่เป็นผู้รับจ้างออกแบบผลิตภัณฑ์ (Design House) โดยบริษัทฯ เริ่มดำเนินงานจากการรับจ้างประกอบแผงวงจรไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ ต่อมาเมื่อมีความเชี่ยวชาญมากขึ้นจึงได้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ เป็นการมุ่งเน้นด้านการผลิตผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์สำเร็จรูป (Turnkey Box-Build) และการผลิตผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปประเภทงานระบบ (System-Build)
|
|