|
|
โพสต์เมื่อ: วันศุกร์ 24 มกราคม 2563 12:23 น.
EPS งบ BFIT
22/10/2562 BFIT บวก 12.50% หลังกำไร Q3/62 เพิ่มขึ้น 191.76% จากงวดปีก่อน หลังรายได้ดบ.เพิ่ม-หนี้สงสัยจะสูญลดลง หุ้น BFIT ปรับขึ้น 12.50% มาที่ 31.50 บาท หรือเพิ่มขึ้น 3.50 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 119.15 ล้านบาท เมื่อเวลา 10.23 น. โดยราคาหุ้นเปิดตลาดที่ 31 บาท ราคาปรับขึ้นสูงสุดที่ 31.75 บาท ราคาทำระดับต่ำสุดที่ 30.75 บาท บง.ศรีสวัสดิ์ (BFIT) แจ้งผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/62 กำไรสุทธิ 321.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 221.37 ล้านบาท หรือ 191.76% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีกำไรสุทธิ 110.23 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิจำนวน 265.26 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยจำนวน 212.89 ล้านบาท สอดคล้องกับการเติบโตของพอร์ตลูกหนี้ที่เพิ่มขึ้น และการลดลงของค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยจำนวน 52.37 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับเงินให้สินเชื่อจำนวน 11.54 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับการเติบโตของพอร์ตลูกหนี้ของบริษัท ขณะที่ยังมีการลดลงของรายการหนี้สงสัยจะสูญจำนวน 44.58 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทได้นำมูลค่าของหลักประกันมาหักออกจากราคาตามบัญชีของลูกหนี้ก่อนการกันเงินสำรอง ทั้งนี้ การปฏิบัติดังกล่าวสอดคล้องกับแนวนโยบายการจัดชั้นและการกันสำรองตามเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) --------------------------- 22/01/2563 BFIT บวก 4.76% หลังปี 62 กำไรโต 107% แตะ 782 ลบ. สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -22 ม.ค. 63 10:53 น. ความเคลื่อนไหวราคาหุ้น บริษัทเงินทุน ศรีสวัสดิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ BFIT บวก 4.76% ทำราคาเพิ่มขึ้น 1.50 บาท มาอยู่ที่ 33 บาท มูลค่าการซื้อขาย 48 ล้านบาท BFIT รายงานผลดำเนินงานปี 62 มีกำไรสุทธิ 782.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 107.35% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 377.37 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิจำนวน 878.47 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยจำนวน 856.73 ล้านบาท และการลดลงของค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย นอกจากนี้รายได้ค่าธรรมเนียมยังเพิ่มขึ้นตามการขยายพอร์ตลูกหนี้ สัญญาบริหารจัดการสินเชื่อดังกล่าว ครอบคลุมระยะเวลาให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.60 ถึงวันที่ 30 มิ.ย.62 รวมทั้งสิ้น 2 ปี คิดเป็นมูลค่าของสัญญาบริการ 1.89 พันล้านบาท ทั้งนี้ กำหนดวันประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2560 ในวันที่ 31 ต.ค.เพื่อพิจารณาเข้าทำสัญญาบริหารจัดการสินเชื่อดังกล่าว BFIT ระบุว่า ตามที่ บมจ.ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น (SAWAD) ได้เข้ามาถือหุ้น 36.35% ในบริษัท อยู่ระหว่างการจัดเตรียมเอกสารเพื่อดำเนินการขออนุญาตธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จัดตั้งกลุ่มธุรกิจทางการเงิน โดยคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในไตรมาส 1/61 เพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์การกำกับแบบรวมกลุ่มของธปท. บริษัท และ SAWAD จะร่วมกันดำเนินการปรับโครงสร้างการประกอบธุรกิจภายในกลุ่มบริษัท เพื่อให้โครงสร้างการดำเนินงานเกิดความชัดเจน ขจัดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และสร้างโอกาสในการขยายธุรกิจสินเชื่อเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของกลุ่มบริษัทในอนาคต ในการนี้บริษัทจะขยายธุรกิจสินเชื่อจากเดิมที่ให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลแก่กลุ่มพนักงานบริษัทเป็นหลัก มาสู่การให้บริการสินเชื่อแบบมีหลักประกันแก่ผู้ประกอบการขนาดเล็ก (Small SME) และบุคคลรายย่อย เนื่องจากบริษัทเล็งเห็นโอกาสการเติบโตของธุรกิจสินเชื่อเพื่อรายย่อย จากการที่ภาครัฐมีแผนขยายกิจกรรมทางเศรษฐกิจไปยังชุมชนในต่างจังหวัดมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลทำให้ความต้องการสินเชื่อรายย่อยโดยรวมเพิ่มขึ้น ซึ่งธุรกิจดังกล่าวมีความคล้ายคลึงกับธุรกิจที่ศรีสวัสดิ์ 2014 ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน อย่างไรก็ดีเพื่อให้โครงสร้างการดำเนินงานเกิดความชัดเจนและขจัดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ บริษัท และศรีสวัสดิ์ 2014 จะดำเนินธุรกิจสินเชื่อแบบมีหลักประกันในประเภทที่ไม่ทับซ้อนกัน โดยลักษณะการประกอบธุรกิจหลังการจัดตั้งกลุ่มธุรกิจทางการเงินแล้ว BFIT จะประกอบธุรกิจสินเชื่อแบบมีหลักประกันสำหรับประเภทสัญญาเงินกู้ยืม ซึ่งครอบคลุมทุกประเภทหลักประกันตั้งแต่รถจักรยานยนต์ รถยนต์ 4 ล้อ รถบรรทุก และรถเพื่อการเกษตร และสินเชื่อแบบมีหลักประกันประเภทบ้านและที่ดิน ที่มีจำนวนเงินกู้ยืมไม่เกิน 10 ล้านบาท/ราย ส่วนศรีสวัสดิ์ 2014 จะประกอบธุรกิจสินเชื่อแบบมีหลักประกันสำหรับประเภทสัญญาเช่าซื้อ ซึ่งครอบคลุมทุกประเภทหลักประกัน ตั้งแต่รถจักรยานยนต์ รถยนต์ 4 ล้อ รถบรรทุก และรถเพื่อการเกษตร และสินเชื่อแบบมีหลักประกันประเภทบ้านและที่ดิน ที่มีจำนวนเงินกู้ยืมเกิน 10 ล้านบาท/ราย จากแผนการขยายธุรกิจดังกล่าว บริษัทมีความจำเป็นต้องใช้เงินทุนในการจัดหาบุคลากรที่มีประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจทำการตลาด และประชาสัมพันธ์เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย รวมถึงจัดหาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่สามารถรองรับระบบการให้บริการสินเชื่อเพื่อรายย่อยได้ ขณะเดียวกน SAWAD ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท เป็นผู้ให้บริการสินเชื่อแบบมีหลักประกันแก่บุคคลรายย่อย ที่มีประสบการณ์ในธุรกิจ มีเครือข่ายสาขากระจายอยู่เกือบทั่วทุกชุมชนของประเทศ และมีความรู้และความเข้าใจในกลุ่มลูกค้าเป้าหมายใหม่ของบริษัท มีความประสงค์ที่จะให้บริการแก่บริษัทในการบริหารจัดการสินเชื่อแบบมีหลักประกันในด้านต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนแผนการขยายธุรกิจของบริษัทย่อยและเพื่อสร้างความแข็งแกร่งของบริการทางการเงินของกลุ่มธุรกิจทางการเงินศรีสวัสดิ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต ดังนั้น การที่บริษัทเข้าทำสัญญาบริหารจัดการสินเชื่อกับศรีสวัสดิ์ 2014 ครั้งนี้ เพื่อให้บริษัทสามารถขยายธุรกิจสินเชื่อแบบมีหลักประกันไปยังกลุ่มผู้ประกอบการขนาดเล็กและบุคคลรายย่อยได้ตามเป้าหมาย |
|




