ยินดีต้อนรับ กรุณา สมัครสมาชิก หรือเข้าสู่ระบบ

Home » หุ้น TOP
เข้าชม : 327

TOP รูดแรงรอบกว่า 4 ปี เจ็บค่าการกลั่น หลังสต๊อกน้ำมันซัลเฟอร์ต่ำ ล้นตลาด

โพสต์เมื่อ: วันศุกร์ 24 มกราคม 2563  12:05 น.
24/01/2563
*TOP
-นสพ.รายงาน TOP รูดแรงรอบกว่า 4 ปี เจ็บค่าการกลั่น หลังสต๊อกน้ำมันซัลเฟอร์ต่ำล้นรอมีนาคมฟื้น แถมผวาน้ำมันต่ำฉุดสต๊อกลอสชี้ 50-54 ต้องเอาให้อยู่

------------------------

23/01/2563
TOP นิวโลว์รอบ 4 ปี ราคานี้ยังมีความเสี่ยงอะไรบ้าง?
TOP ไหลลงไปทำนิวโลว์รอบ 4 ปีกับ 3 เดือน เหตุราคาน้ำมันดิบดิ่งแรงวันนี้ หลังสำนักงานพลังงานสากลชี้ ตลาดน้ำมันอาจเจอภาวะล้นตลาดในช่วงครึ่งแรกปีนี้ แต่นักวิเคราะห์เชื่อว่ายังมีปัจจัยหนุนจากธุรกิจการกลั่นที่เร่งตัวขึ้นตาม IMO2020 แต่ราคาหุ้นที่ปรับลดลงจนถูกมาก จึงอาจถึงเวลาเก็บหุ้น มากกว่าทิ้งหุ้นหรือไม่! 


ราคาหุ้น บมจ.ไทยออยล์ หรือ TOP เปิดตลาดวันนี้ไหลลงต่อเนื่อง จนมาทำจุดต่ำสุดรอบเช้านี้ที่ 54 บาท แตะระดับต่ำสุดรอบ 4 ปี 3 เดือน ก่อนมาปิดตลาดรอบเช้าที่ 54.25 บาท ลดลง 3.75 บาท หรือ -6.47% ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้น 157.48% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า


TOP เป็นหนึ่งในหุ้นกลุ่ม ปตท. ที่เผชิญกับธุรกิจที่เป็นขาลงมาตั้งแต่ปี 60 ตามค่าการกลั่นที่อ่อนตัว ซึ่งก็ได้ฉุดราคาหุ้นที่เคยขึ้นไปทำจุดสูงสุดตลอดกาลที่ 110 บาท ลงมาด้วยดังนี้

 

ปี กำไรสุทธิ(ลบ.) เปลี่ยนแปลง(YoY) ราคาหุ้นต่ำสุด - สูงสุดของปี(บ.)
60 24,856 +17.12% 68.75 - 110
61 10,149 -59.16% 65 - 108
9M62 4,292 -71.31% 58.50 - 76.25

*** แม้ผลประกอบการจะปรับลดลงมาก แต่ประเด็นร้ายแรงที่ทำให้ราคาหุ้น TOP ยังไหลลงต่อจนทำนิวโลว์รอบ 4 ปี 3 เดือน คือ สำนักงานพลังงานสากลที่ออกมาระบุว่าปริมาณน้ำมันดิบของโลกจะล้นตลาดในช่วงครึ่งแรกของปี 63 ฉุดราคาน้ำมันดิบดิ่งแรงต่อเนื่องมาตั้งแต่เมื่อวาน


วานนี้ราคาน้ำมันดิบไลท์ล่วงหน้าสัญญาส่งมอบเดือนมีนาคมที่ตลาดนิวยอร์ค ปิดตลาดที่ระดับ 56.74 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลง 1.64 ดอลลาร์ หรือ -2.81% และร่วงแรงต่อเนื่องอีกในเช้าวันนี้(23 ม.ค.63)


โดยมีปัจจัยกดดันจากทั้ง 2 ฝั่ง คือ ฝั่ง Supply หลังจากสำนักงานพลังงานสากล (IEA)  ออกรายงานคาดการณ์ Supply น้ำมันโลกในช่วงครึ่งแรกของปี 63 จะล้นตลาดหรือเพิ่มขึ้น 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ขณะที่ฝั่ง Demand ถูกดดันจาก ความกังวลเศรษฐกิจโลกจะชะลอจากจีน  หลังจากการแพร่ระบาดของโรคปอดอักเสบอันเนื่องจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ที่กระจายตัวออกไปในหลายประเทศ ล่าสุดมีผู้เสียชีวิต 17 ราย และผู้ติดเชื้อ 549 ราย


*** อีกประเด็นก็คือปัจจัยบวกต่อค่าการกลั่นอย่าง IMO2020 อาจไม่ส่งผลมากอย่างที่ตลาดคาดไว้ก่อนหน้า


บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี ระบุว่า ค่าการกลั่นยังคงได้รับผลกระทบต่อเนื่อง ปัจจุบันที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่า 1 เหรียญ/บาร์เรล ซึ่งต่ำกว่าต้นทุนที่เป็นเงินสด (Cash cost) ของโรงกลั่นที่อยู่ที่ประมาณ 2-3 เหรียญ/บาร์เรล และราคาน้ำมันที่ปรับลดลงแรงในเดือนมกราคมอาจทำให้มีผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมันในไตรมาส 1/63 ได้


ส่วนการเริ่มใช้มาตรการ IMO2020 ไม่เป็นไปในทิศทางบวกกับกลุ่มโรงกลั่นอย่างที่ตลาดคาดไว้ก่อนหน้านี้ โดยส่วนใหญ่ตลาดจะคาดว่า crack spread (ส่วนต่างราคาน้ำมันสำเร็จรูปลบด้วยราคาน้ำมันดิบ)ของดีเซลจะเพิ่มสูงขึ้นมากเป็น 18 - 25 เหรียญ/บาร์เรล แต่กลับกลายเป็นว่าcrack spread diesel ในช่วงนี้อยู่แค่ 12.7 เหรียญ/บาร์เรลเท่านั้น เนื่องจากเรือส่วนใหญ่หันไปเลือกใช้น้ำมันเตากำมะถันต่ำ (LSFO) มาแทนการใช้น้ำมันดีเซลและจีนสนับสนุนการส่งออก LSFO


*** แม้นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่จะมองลบ แต่ราคาหุ้นที่ปรับลงมามากเกินไป จึงยังแนะนำให้ "ซื้อ"


บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี ระบุต่อว่า อย่างไรก็ตามราคาหุ้นที่ปรับลดลงมาแรงจนทำให้ P/BV ของ TOP ลงมาที่ระดับ 1 เท่า หรือเป็นระดับ -2 s.d. ของค่าเฉลี่ย P/BV ย้อนหลัง 1 ปี TOP รอบ 10 ปีเคยลงไปต่ำสุดแค่ 0.94 เท่าเมื่อปี 57 ได้สะท้อนปัจจัยลบข้างต้นไปมากแล้ว และคาดว่าราคาหุ้นจะทยอยฟื้นตัวตาม crack spread น้ำมันดีเซลและเบนซินที่จะดีขึ้นในเดือนก.พ.-มี.ค. 


แนะนำ "ซื้อ" ราคาเหมาะสม 79 บาท ด้วย Downside Risk ที่จำกัดจากการรับข่าวลบไปมากแล้วและ upside ที่สูงขึ้น


บล.หยวนต้า ระบุ ค่าการกลั่น-ต้นทุนน้ำมันที่กดดันการฟื้นตัวในไตรมาส 1/63 เป็นเพียงปัจจัยชั่วคราวเท่านั้น คาดการฟื้นตัวของผลการดำเนินงานปกติยังถูกจำกัดจากปริมาณสต็อกน้ำมันเตากำมะถันต่ำ (LSFO), ต้นทุนน้ำมัน Crude Premium, และค่าขนส่งทางเรือที่เพิ่มขึ้น ทำให้ค่าการกลั่นยังอยู่ระดับต่ำ


อย่างไรก็ตามโครงสร้างตลาดน้ำมันสำเร็จรูปที่เปลี่ยนแปลงไปจากการบังคับใช้มาตรการควบคุมกำมะถันของเชื้อเพลิงสำหรับเรือเดินทะเลของ IMO ตั้งแต่ต้นปี 63 ทำให้เราคาดว่าอุปสงค์น้ำมันดีเซลจะปรับตัวขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายไตรมาส 1/63 ที่ปริมาณสต็อกน้ำมันเตา LSFO หมดลง ช่วยผลักดันค่าการกลั่นให้ฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ 2/63


ปรับกำไรสุทธิปี 62-63 ลง 11% และ 14% มาอยู่ที่ 5.7 พันล้านบาท (-44% YoY) และ 9.3 พันล้านบาท (+62% YoY) ตามลำดับ  จากผลประกอบการปี 62 ที่มีโอกาสทำได้น้อยกว่าคาดการณ์ก่อนหน้า รวมถึงแรงกดดันค่าการกลั่นจากปริมาณสต็อกน้ำมันเตา LSFO จำนวนมากช่วงต้นปี 63


แนะนำ Trading ราคาเหมาะสมปี 63 อยู่ที่ 76 บาท 


IMO2020 ประเด็นหนุนที่เก็งกำไรกันไปก่อนหน้า กลับไม่ส่งผลบวกอย่างที่คาด ซึ่งหากอ้างอิงตามนักวิเคราะห์แล้วจะเริ่มเข้ามาหนุนตั้งแต่ไตรมาส 2/63 เป็นต้นไป จนทำให้กำไรสุทธิกลับมาทำได้ในระดับปกติอีกครั้ง สิ่งที่นักลงทุนต้องจับตาให้ดีก็คือ หลังจากนี้ยังมีประเด็นอะไรที่ทำให้ค่าการกลั่นไม่ฟื้นตามที่คาดกันอีกหรือไม่ ?

s


คุณต้องสมัครสมาชิก ถึงจะโพสกระทู้ได้

สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ