BJC หุ้นนิวโลว์กว่า 1 ปี สวนกำไรนิวไฮ เป็นโอกาสซื้อหรือยัง
18 มกราคม 2562 | 09:28
BJC โบรกฯ มองแนวโน้มกำไรเติบโตดี คาดทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่องในปี 61-62 แถมมีอัพไซด์เพิ่ม 1-2% หลังเข้าซื้อกิจการ WG แต่ราคาหุ้นเดินสวนทาง ร่วงทำนิวโลว์รอบกว่า 1 ปี จับตาเป็นโอกาสซื้อหรือยัง
หุ้นบริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC ปรับตัวลดลงต่อเนื่องล่าสุดลงไปแตะ 45.50 บาท ต่ำสุดในรอบ 1 ปี 5 เดือน ก่อนปิดที่ 46 บาท ลดลง 4.17% พร้อมปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นกว่า 277% จากที่ซื้อขายวันละ 6.22 ล้านหุ้นเพิ่มเป็น 17.26 ล้านหุ้น
ทั้งนี้จากฟังก์ชั่น Comparative Relative Strength ใน eFin Stock Pick Up พบว่า BJC เป็นหุ้นอ่อนแอกว่าดัชนี SET50 ในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมา โดยให้ผลตอบแทนติดลบ 12.80% เทียบกับดัชนี SET50 ที่ติดลบ 3.08%
BJC เป็นบริษัทอายุเก่าแก่กว่า 136 ปี และถูก "ทีซีซี คอร์ปอเรชั่น" ของ "นายเจริญ สิริวัฒนภักดี" เข้าซื้อกิจการเมื่อปี 2544 โดยปัจจุบันเป็นผู้หุ้นใหญ่ด้วยสัดส่วนถึง 68.26% BJC ดำเนิน 4 ธุรกิจหลัก ได้แก่ จำหน่ายสินค้าและบริการทางบรรจุภัณฑ์ ,สินค้าอุปโภคบริโภค, สินค้าเวชภัณฑ์และทางเทคนิค ,สินค้าและบริการร้านค้าปลีกสมัยใหม่ ,อื่นๆ
BJC เข้าซื้อกิจการ บมจ.บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ (BIGC) ในปี 59 ส่งผลให้ในงวดปี 60 BJC มีสัดส่วนรายได้มาจากร้านค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) ถึง 69.70% รองลงมาคือรายได้จากธุรกิจบรรจุภัณฑ์ 13.04% ธุรกิจอุปโภคบริโภค 11.37%, เวชภัณฑ์และทางเทคนิค 5.46% และกลุ่มธุรกิจอื่นๆ 1.71%
ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา BJC มีกำไรสุทธิเติบโตขึ้นต่อเนื่อง โดยในปี 58 - 60 อยู่ที่ 2,791 ล้านบาท 4,001 ล้านบาท 5,210 ล้านบาท ตามลำดับ สาเหตุที่กำไรสุทธิเติบโตก้าวกระโดดในปี 59 เป็นผลมาจากการเข้าซื้อกิจการ BIGC ล่าสุดงวด 9 เดือนปี 61 มีกำไรสุทธิ 4,524 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม BJC นับว่าเป็นหุ้นที่มีการซื้อขายบิ๊กล็อตค่อนข้างมาก โดยในปี 61 มีมูลค่ากว่า 2.58 หมื่นล้านบาท และปี 60 มีมูลค่ากว่า 5.84 หมื่นล้านบาท
สำรวจความเห็นนักวิเคราะห์จาก IAA Consensus พบว่านักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มีมุมมองเป็นบวกต่อ BJC และแนะนำซื้อ โดยให้ราคาเหมาะสมเฉลี่ยอยู่ที่ 64 บาท
บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง คาดกำไร 4Q61 มีแนวโน้มเติบโตทั้ง QoQ และ YoY เนื่องจากเป็นไฮซีซั่นของทุกกลุ่มธุรกิจของ BJC อีกทั้ง BigC คาด SSSG อยู่ในเกณฑ์ดีที่ +2% และเปิดสาขาได้ตามแผน ธุรกิจบรรจุภัณฑ์คาดฟื้นตัวดีขึ้นจากการที่ลูกค้ากลับมาสั่งซื้อกระป๋องอลูมิเนียม และกำลังการผลิตขวดแก้วเพิ่มขึ้น
คาดกำไรปี 2562 เติบโตต่อเนื่องและมีอัพไซด์ 1-2% จากการซื้อกิจการ WG ราคาหุ้น BJC ปรับตัวลงมาที่ PER 26 เท่า ซึ่งเป็นระดับ -1SD ของ Average PER ย้อนหลัง แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย (DCF) 65 บาท
โดยรวมแล้วคาดกำไรปกติปี 2561 เพิ่มขึ้น 23% เป็น 6,303 ล้านบาท และเติบโต 27% เป็น 7,403 ล้าบาทในปี 2562 โดย BigC จะเปิดสาขาไฮเปอร์มาร์เก็ต 8 แห่ง (7 สาขาในไทย และ 1 สาขาที่ปอยเปต ซึ่งเป็นสาขาแรกกัมพูชา) และมินิบิ๊กซี 300 สาขา ธุรกิจบรรจุภัณฑ์ได้ประโยชน์เต็มปีจากกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นในปี 2561 และโรงงานแก้วในมาเลเซียกลับมาผลิตได้ตามปกติ ส่วนการเข้าซื้อ White Group (WG) คาดจะเป็นอัพไซด์ต่อประมาณการกำไรของเราประมาณ 1-2% โดยมีความเสี่ยงคือ ต้นทุนวัตถุดิบเพิ่ม / การแข่งขันสูงในธุรกิจค้าปลีก / ลูกค้าชะลอคำสั่งซื้อ
บล.ฟินันเซีย ไซรัส คาดกำไร 4Q18 อยู่ที่ 1,725 ลบ. (+4% Q-Q, -6.1% Y-Y) แม้คาด SSSG ของ BIGC ยังโตได้ 1-2% Y-Y ขณะที่ต้นทุนผลิตกระป๋องและเศษแก้วเริ่มลดลง แต่กำไรที่คาดลด Y-Y มาจากฐานสูงในปีก่อน เราคาดกำไรปกติทั้งปี 2018 ที่ 6,275 ลบ. +20.4% Y-Y และปี 2019 ที่ 7,333 ลบ. +16.8% Y-Y
ด้านของมูลค่าหุ้น BJC ล่าสุดค่า P/E ลงมาอยู่ในระดับเดียวกับกลุ่ม COMM ที่ราว 28 เท่า จากที่เคยขึ้นไปสูงถึง 71 เท่าในปี 59 ที่กำไรสุทธิโตก้าวกระโดดหลังเข้าซื้อกิจการ BIGC และลงมาต่ำกว่า CPALL ที่ล่าสุดเทรดที่ P/E 31.91 เท่า
อย่างไรก็ตามเมื่อดูจากฟังก์ชั่น P/E Zone Analysis พบว่าในอดีต 3 ปีที่ผ่านมา BJC ซื้อขายส่วนใหญ่ที่ P/E 20 เท่า หรือคิดเป็น Price Forecast ที่ราว 35 บาท เท่านั้น
นอกจากนี้หากเทียบอัตราตอบแทนจากเงินปันผล แม้ว่าหุ้น BJC จะร่วงลงมามาก แต่ยังมี Dividend Yield ต่ำเพียง 1.24% เทียบกับ CPALL ที่ 1.48% , ROBINS ที่ 1.81% , HMPRO ที่ 2.07% และ MAKRO ที่ 2.72%
ราคาหุ้น BJC ที่ร่วงลงต่อเนื่อง สวนทางกับผลการดำเนินงานที่มีแนวโน้มเติบโต เป็นสิ่งที่น่าสนใจว่าจะเป็นโอกาสลงทุนสำหรับหุ้นตัวนี้หรือไม่ ซึ่งคงไม่มีใครตอบได้ว่าราคาจะลงถึงจุดต่ำสุดหรือยัง แต่หากดูจากตัวเลข P/E และ อัตราตอบแทนเงินปันผลเทียบกับหุ้นตัวอื่นๆ ในกลุ่ม ก็อาจทำให้นักลงทุนพิจารณาตัดสินใจได้ดีขึ้น