10/03/2563
บล.หยวนต้า(ประเทศไทย) : VIBHA แนะนำ“ซื้อ” มูลค่าพื้นฐานที่ 2.25 บาท
ปี 63 คาดเติบโตจาก SSO
► บริษัทให้ข้อมูลแนวโน้ม 2 เดือนแรกในเดือน ม.ค.- ก.พ. จำนวนผู้ป่วยเงินสดที่ใช้บริการ สำหรับ รพ.วิภา อ่อนตัวเล็กน้อยจากฐานที่สูง แต่ภาพรวมคาดรายได้จะเติบโตจากส่วนของประกันสังคมที่ได้ผลบวกจากการปรับขึ้นค่าหัวประกันสังคมในต้อนต้นปี ส่วนผลกระทบ จาก COVID-19 ยังไม่เห็นผลกระทบ ด้วยสัดส่วนรายได้ จากต่างชาติ มีเพียง 3% ของรายได้รวม
► ภาพรวมทั้งปีบริษัทยังตั้งเป้ารายได้ เติบโตราว 10% หลักๆจากประกันสังคม ที่คาดไม่ปีนี้จะไม่มีการเรียกคืนจากประกันสังคมสูงเหมือนปีก่อน ที่โดนเรียกคืนราว 250 ล้านบาท ซึ่งยังเหลืองวดปี 2561- 2562 ที่รอตรวจสอบ ขณะที่ประเด็นปัญหางบประมาณของประกันสังคมไม่เพียงพอจ่าย คาดว่าจะไม่กระทบเหมือนปีก่อนเช่นกัน เนื่องจาก ทางทางประกันสังคมได้ปรับรวมในส่วนเหมาจ่ายไปแล้ว
► บริษัทมีแผนปรับโครงสร้างธุรกิจ และบริหารสินทรัพย์ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยลดสัดส่วนการลงทุนในบริษัทที่ไม่ทำกำไร อาทิ โรงพยาบาลในสมุทรสาคร ที่มีการลดสัดส่วนการถือหุ้นไปก่อนหน้านี้ และโรงแรมปริ๊นส์ตัน พาร์ค สวีท ที่มีแผนจะขายออก แต่ระยะสั้นคาดว่าจะกระทบจากลูกค้าจีนหาย อาจปิดการให้บริการเป็นการชั่วคราว เพื่อลดต้นทุน
► แผนการลงทุน บริษัทอยู่ระหว่างวางแผนการก่อสร้างโรงพยาบาลใหม่ "วิภาราม อ่อนนุช" มูลค่าการก่อสร้างตัวโรงพยาบาล อยู่ที่ 1,000-1,200 ล้านบาท โดยบริษัทมีกระแสเงินสดในการลงทุนรองรับเป็นที่เรียบร้อย โดยคาดว่าจะใช้เวลาในการดำเนินขั้นตอนต่างๆ และเริ่มก่อสร้างได้ในช่วงปลายปี 2563
Our Take :
► แนวโน้มปี 2563 เราคาดกำไรสุทธิ ปรับเพิ่ม 8%YoY เป็น 872 ล้านบาท หากไม่นับรวมรายการพิเศษปีก่อนจากการขายหลักทรัพย์เผื่อขาย กำไรปกติเติบโตโดดเด่น +36%YoY โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากฐานที่ต่ำในปี 2562 รายได้จากโครงการประกันสังคมถูกกระทบจากการเรียกคืนเงิน ขณะที่ปี 2563 คาดว่าจะไม่มีผลกระทบจากปัจจัยดังกล่าว ขณะที่นี้ผลกระทบจะน้อยลง และได้ผลบวกจากการปรับขึ้น ค่าหัวประกันสังคม ราว 5.6% 3) ด้านประสิทธิภาพในการทำกำไร มีแนวโน้มดีขึ้น จากผลของรายได้ที่เพิ่มขึ้น และ บริษัทมีการปรับกลยุทธ์โดยมีแผนตัดขายธุรกิจที่ไม่ทำกำไร
► คงคำแนะนำ “ซื้อ” เรามองว่าหุ้น VIBHA มีความน่าสนใจ ถือเป็น Growth Stock โดยคาดว่าปี 2563 จะพลิกกลับมาเติบโต 36%YoY จากประกันสังคม ขณะที่กรณีโรคระบาด Covid -19 ยังไม่เห็นผลกระทบต่อบริษัท ด้วยลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนไทย ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ P/E ปี 2563 ที่ 24xต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีที่ 37 เท่า เราประเมินมูลค่าพื้นฐานที่ 2.25 บาท อิงวิธี DCF ที่ส่วนลด WACC ที่ 6.7%
-----------------------------------
10/03/2563
บล.โนมูระ พัฒนสิน : VIBHA แนะนำ` U.R. `
บล.โนมูระ พัฒนสิน : VIBHA มีมุมมอง Neutral ต่อข้อมูลจากการเข้าประชุมกับผู้บริหาร
VIBHA (U.R.) Neutral ต่อข้อมูลจากการประชุมนักวิเคราะห์
เรามีมุมมอง Neutral ต่อข้อมูลจากการเข้าประชุมกับผู้บริหาร VIBHA เนื่องจากประเด็นสำคัญไม่ต่างกับที่เคยให้ไว้ โดยปีนี้ผู้บริหารเป้าหมายรายได้รักษาพยาบาลเติบโตดีกว่าปี 19 (vs ปี 19 รายได้รักษาพยาบาลเติบโต +1.3%) เนื่องจากความพร้อมให้บริการของเครือข่าย รพ. (รพ.วิภาวดี, เครือ รพ.CMR, เครือ รพ.วิภาราม) ประกอบกับคาดว่าเครือ รพ.CMR และเครือ รพ.วิภาราม จะมีความเสี่ยงน้อยลงจากการถูกหักรายได้ประกันสังคมคืน ทำให้ทิศทางการเติบโตมาจาก 1) ผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของเครือ รพ.CMR และ 2) รพ.วิภาวดี จะเน้นสร้างรายได้กลุ่มลูกค้าเงินสด IPD และเพิ่มอัตรากำไรจาก Intensity ค่ารักษาโรครุนแรงเฉพาะทาง อย่างไรก็ตาม เราอยู่ระหว่างทบทวนประมาณการกำไรของ VIBHA สะท้อน 1) ผู้ใช้บริการ OPD และ IPD มีแนวโน้มเติบโตน้อยกว่าคาดเดิม (สมมติฐานปี 20F-22F คาดผู้ใช้บริการ OPD และ IPD เติบโต 5% ต่อปี) และ 2) การบันทึกค่ารักษาประกันสังคม RW>2 ของเครือ รพ.CMR ต่ำกว่าเกณฑ์ 12,800 บาท/RW ในเบื้องต้นเราคาดว่าประมาณการกำไรปี 20F-22F จะมี downside ราว 5-8% และมีผลกระทบต่อราคาเป้าหมายลดลงราว -0.18 บาท จาก TP 2.32 บาท ระยะสั้นมองว่าความคืบหน้าของการขายเงินลงทุน รพ.วิภาราม สมุทรสาคร จะช่วยหนุนราคาหุ้นฟื้นตัว
-----------------------------
บล.ยูโอบีเคย์เฮียน : VIBHA แนะนำถือ ราคาเป้าหมายที่ 1.90 บาท
11/03/2563
เราเชื่อว่า VIBHA น่าจะมีกำไรเติบโตเพียงเล็กน้อย 4% ในปีนี้ จากแรงสนับสนุนของคนไข้เงินสดและประกันสังคม อย่างไรก็ตามเราเชื่อว่าการขยายโรงพยาบาลที่มีอยู่อย่างต่อเนื่องจะกดดันการเติบโตของกำไรในช่วง 3-4 ปีต่อจากนี้ แม้ VIBHA จะซื้อขายที่ระดับถูกเมื่อเปรียบเทียบกับหุ้นโรงพยาบาลขนาดกลางด้วยกัน แต่การเติบโตยังไม่โดดเด่นเท่าที่ควร คงคำแนะนำ ถือ ราคาเป้าหมายที่ 1.90 บาท
---------------------------