Q1/62 กำไรสุทธิ เพิ่มขึ้น 24.45% YoY
EPS งบ JMT
| |
Q1 |
Q2 |
Q3 |
Q4 |
รวม |
| ปี 2558 |
0.12 |
0.06 |
0.06 |
0.04 |
0.27 |
| ปี 2559 |
-0.04 |
0.10 |
0.14 |
0.59 |
0.78 |
| ปี 2560 |
0.20 |
0.34 |
0.27 |
0.26 |
1.06 |
| ปี 2561 |
0.30 |
0.15 |
0.16 |
0.15 |
0.60 |
| ปี 2562 |
0.16 |
|
|
|
|
----------------------------------------
13/5/2562
JMT โชว์กำไร Q1/62 ที่ 144.5 ลบ. โต 24.5% จากรายได้ทุกกลุ่มดีขึ้น
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -10 พ.ค. 62 8:48: น.
|
บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) หรือ JMT รายงานผลดำเนินงานไตรมาส 1/62 มีกำไรสุทธิ 144.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.5% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 116.13 ล้านบาท โดยมีรายได้รวม 546.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.7% จากช่วงเดียวกันปีก่อน จากรายได้ทุกด้านดีขึ้น โดยมียอดจัดเก็บหนี้ (Cash Collection) จำนวน 708 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.3% เป็นผลจากการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บที่ดีและควบคุมค่าใช้จ่าย
ทั้งนี้ แนวโน้มของกำไรสุทธิ จะปรับตัวดีขึ้นจจากการที่บริษัทคาดว่าจะตัดมูลค่าเงินลงทุนของกองหนี้ด้อยคุณภาพครบได้ภายในปลายไตรมาส 2/62 ทำให้จะรับรู้รายได้จากกองหนี้ดังกล่าวได้เต็มกำลังในปลายไตรมาส 2/62 เป็นต้นไป และตั้งเป้าหมายสร้างผลประกอบการเติบโตสูงสุดต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ของบริษัท
|
-----------------------------------------------------
10/5/2562
บล.บัวหลวง : JMT
กำไรสูงกว่าคาดจาก ROI ดีขึ้น...
กำไรสูงกว่าเราคาด 7%
JMT รายงานกำไรสำหรับไตรมาส 1/62 ที่ 145 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% YoY และ 10% QoQ ผลประกอบการมากกว่าที่เราคาด 7% และมากกว่าตลาดคาด 12% จากอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ที่มากกว่าที่คาด เราคาดว่าอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนอยู่ที่ 27% โดยบริษัทประกาศอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนที่ 29% อัตรากำไรไตรมาสแรกคิดเป็น 24% จากประมาณการกำไรปี 2562 ของเรา
ประเด็นหลักผลประกอบการ
รายได้รวมไตรมาส 1/62 อยู่ที่ 509 ล้านบาท เติบโต 27% YoY และ 1%QoQ หนุนโดยรายได้จากธุรกิจซื้อหนี้บริหารสูงขึ้นมาแตะ 419 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% YoY และ ทรงตัว QoQ โดยรายได้จากจากธุรกิจดังกล่าวมากว่าที่คาดเล็กน้อย ทั้งนี้ JMT สามารถเพิ่มการซื้อหนี้เสียจากบุคคลที่สาม และสามารถบริหารจัดการหนี้สินดังกล่าวให้ได้ผลตอบแทนสูงขึ้น ดังนั้นสินเชื่อจากการซื้อหนี้เสียขยายตัว 30% YoY และ 8% QoQ มาอยู่ที่ 5.9พันล้านบาท ณ สิ้นเดือน มี.ค. 2561เราคาดว่าจะอยู่เพียง 5.6 พันล้านบาทโดยการหันมาซื้อหนี้เสียจำนวนมากบ่งชี้ว่ารายได้จากธุรกิจการปรับโครงสร้างหนี้เสียรับคืนอาจมากกว่า ประมาณการของเราในปีหน้า
ยอดการซื้อหนี้มาบริหารเพิ่มอย่างรวดเร็วมากทำให้ ROI ไตรมาส 1/62จากธุรกิจการซื้อหนี้เสียมาอยู่ที่ 29.4 % เพิ่มขึ้นจาก 28.9% ในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว แต่ลดลงจาก 30.6% ในไตรมาสที่ผ่านมา รายได้จากการรับจ้างตามหนี้ให้สถาบันการเงินเป็น 90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 53% YoY และ 4% QoQ อัตรากำไรขั้นต้น อยู่ที่ 62.2% เพิ่มขึ้น 62.1% ในช่วงเดียวกันกับปีที่แล้ว และ 55.9% ในไตรมาส 4/61
แนวโน้ม
เราคาดกำไรไตรมาส 2/62 จะเพิ่มขึ้น 20% YoY หนุนโดยรายได้จากการตามหนี้เสียที่ซื้อเข้ามามากขึ้นและยอดเบี้ยประกันชีวิตรับสุทธิที่ดีขึ้นและมีอัตราการเครมค่าสินไหมทดแทนลดลงจากปีก่อน
สิ่งที่เปลี่ยนแปลง
เรายังคงประมาณการกำไรปี 2562 ที่ 615 ล้านบาท ซึ่งเราต้องการเข้าพบบริษัทก่อนทำการปรับประมาณการของเรา
คำแนะนำ
เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับหุ้น JMT เนื่องจากปัจจัยดังต่อไปนี้
1) มีประสบการให้บริการติดตามหนี้และเก็บหนี้สำหรับลูกค้าธนาคารและลูกค้าที่ไม่ใช่ธนาคารนานกว่า 28 ปี,
2) ธุรกิจการบริหารจัดการหนี้ด้อยคุณภาพ(การซื้อหนี้ที่ราคาต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีถึง 95-96% สำหรับหนี้ไม่มีหลักประกัน และ มีอัตราส่วนลดมูลหนี้กว่า 30% ของหนี้ที่มีหลักประกัน)ด้วย ROI ที่เราคาดว่าจะอยู่ 24-25% ในปี 2562-63 และ
3) มีโอกาสในการเติบโตทั้งจากธุรกิจเดิมและธุรกิจใหม่เช่นประกันภัย ประกันสุขภาพและประกันชีวิตนอกเหนือจากจากการเติบโตของธุรกิจการติดตามและบริหารหนี้เสีย ปัจจุบันกิจการมีหนี้สินต่อส่วนทุนที่ 1.4เท่า (ต่ำกว่าเพนดานหนี้อยู่ที่3.0 เท่า) ซึ่งเรามองว่าเป็นแนวโน้มอัพไซด์ต่อประมาณการของเรา หาก JMT ซื้อหนี้เสียมาบริหารเพิ่มมากกว่าที่เราคาดที่ 7พันล้านบาทในปีนี้