JMT ปิดดีลซื้อหนี้เพิ่มอีก 5 พันลบ.ย้ำผลงาน Q4/61 นิวไฮ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -9 ต.ค. 61 10:55 น.
|
JMT ประกาศปิดบิ๊กดีลซื้อหนี้เพิ่มอีก 2 ดีลรวด มูลค่า 5 พันล้านบาท พร้อมย้ำผลงานไตรมาส 4/61 ทำนิวไฮ หนุนผลงานปี 61 โต 30% ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ ส่วนปี 62 ส่อแววสวยต่อเนื่อง
นายสุทธิรักษ์ ตรัยชิรอาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) หรือ JMT เปิดเผยผ่านเอกสารเผยแพร่ว่า บริษัทได้ปิดบิ๊กดีลซื้อหนี้ด้อยคุณภาพเข้ามาบริหารเพิ่มจำนวน 2 ดีล มูลค่ารวมกว่า 5 พันล้านบาท เพิ่มจากสัปดาห์ก่อนหน้าที่ประกาศปิดดีลซื้อหนี้แล้ว 5 ดีล นอกจากนี้บริษัทยังอยู่ระหว่างเจรจาเพื่อซื้อหนี้มาบริหารเพิ่มอย่างต่อเนื่องอีก โดยคาดว่าจะใช้เงินลงทุนได้ตามแผนที่วางไว้
ทั้งนี้คาดว่าผลประกอบการในช่วงไตรมาส 4/61 จะทำนิวไฮ เป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปีนี้ ช่วยหนุนกำไร และรายได้ปีนี้เติบโตตามเป้าหมาย 30% ทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง จากปีก่อนมีรายได้ 1,361.69 ล้านบาท กำไรสุทธิ 396.13 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน ความสามารถในการจัดเก็บหนี้ (Cash Collection) อยู่ในเกณฑ์ที่ดีกว่าเป้าหมายของบริษัทฯ รายได้จากการเรียกเก็บหนี้จากลูกหนี้ที่รับซื้อเติบโต กระแสเงินสดรับเพิ่มขึ้น เป็นผลบวกทำให้บริษัทฯ สามารถตัดต้นทุนเงินลงทุนได้เร็วกว่าเดิม เนื่องจากฐานลูกหนี้ที่รับซื้อสูงขึ้น เป็นตัวสะท้อนหนี้ด้อยคุณภาพที่บริษัทฯ ซื้อเข้ามาบริหาร ซึ่งบริษัทฯ พิจารณาถึงผลตอบแทนจากการลงทุนเป็นสําคัญ
“ปีนี้ JMT ตั้งเป้าใช้เงินลงทุนซื้อหนี้มาบริหาร 4.5 พันล้านบาท ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงกว่าปีก่อนมาก เพราะเล็งเห็นโอกาสการเติบโตของหนี้ด้อยคุณภาพในระบบ ขณะที่ หนี้ที่บริษัทฯ ซื้อมา เราให้ความสำคัญในเรื่องคุณภาพมากกว่าจำนวน เพื่อการเติบโตของกำไรเป็นสำคัญ โดยปัจจุบัน JMT ซื้อหนี้มาบริหารแล้ว 127 กอง ตัดต้นทุนหมดแล้ว 40 กอง และเตรียมตัดต้นทุนให้หมดเพิ่มอีกในปี 61 สนับสนุนความสามารถในการทำกำไรปีนี้ และในปีหน้า จึงมั่นใจผลงานปี 2562 จะเติบโตแรงต่อเนื่องจากปีนี้ได้” นายสุทธิรักษ์ กล่าว
|
|
ลักษณะธุรกิจของ JMT
ประกอบธุรกิจ 3 ประเภทหลัก ได้แก่ 1) ธุรกิจให้บริการติดตามเร่งรัดหนี้ บริษัทให้บริการแก่ผู้ว่าจ้างที่เป็นสถาบันการเงิน และผู้ประกอบการต่างๆ ซึ่งประสงค์จะให้บริษัทฯ ติดตามและดำเนินการให้ลูกหนี้ของผู้ว่าจ้างชำระคืนหนี้ ขอบเขตการให้บริการ ครอบคลุมถึงการรับจ้างติดตามและจัดเก็บหนี้ รวมถึงงานด้านกฎหมาย ได้แก่ ฟ้องและสืบทรัพย์คดี 2) ธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ โดยซื้อหนี้ด้อยคุณภาพจากสถาบันการเงิน หรือบริษัทต่างๆ และนำมาบริหารจัดเก็บหนี้ 3) ธุรกิจให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ โดยเน้นให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ใช้แล้วทั้งรถยนต์นั่งส่วนบุคคลและรถกระบะ และเน้นปล่อยสินเชื่อให้แก่บุคคลธรรมดา โดยเป็นการ spin off มาจาก JMART
|
---------------------------
27/12/2562
*JMT
-นสพ.รายงาน ทุ่มงบ 4.5 พันล้านบาท เล็งซื้อหนี้ทั้งมีหลักประกันและไม่มีหลักประกันเข้าบริหารในพอร์ตเพิ่ม มีลุ้นสิ้นปี 2562 ทยอยปิดดีลซื้อหนี้ไม่น้อยกว่า 5 ดีล มูลค่าหนี้กว่า 1 หมื่นล้านบาท ด้านกูรูมองการลงทุนซื้อหนี้เข้ามาบริหารในพอร์ต หนุนการเติบโตของกำไรปี 2563 เติบโต 872 ล้านบาท