|
โพสต์เมื่อ: วันเสาร์ 9 พฤษภาคม 2558 17:02 น.
24 มีนาคม 2558 09:15
CSS ชงบอร์ดขายใบอนุญาต โรงไฟฟ้าญี่ปุ่นป้อน BANPU
|
ทันหุ้น - CSS เตรียมถกบอร์ดขายใบอนุญาตโรงไฟฟ้าญี่ปุ่น 10.2 เมกะวัตต์ และที่จะซื้อเพิ่มอีก 44 เมกะวัตต์ ขายให้กับ BANPU หวังเบนเข็มรุกโรงไฟฟ้าในไทย ชี้ความเสี่ยงที่ต่ำ แถมได้พันธมิตรดีมีใบอนุญาตไฟฟ้าโซลาร์ในมือกว่า 100 เมกะวัตต์ ทุ่มงบเทกโอเวอร์ธุรกิจใหม่อัพฐาน ปี 2558 กำไรทุบสถิติ
แหล่งข่าววงการอุตสาหกรรม เปิดเผยกับ “หนังสือพิมพ์รายวันทันหุ้น”ว่า คาดภายในเร็วๆนี้ บริษัท คอมมิวนิเคชั่น แอนด์ ซิสเต็มส์ โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CSS จะมีการประชุมคณะกรรมการบริหาร (บอร์ด) เพื่อพิจารณาและอนุมัติขายใบอนุญาตโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ประเทศญี่ปุ่นจำนวน 10.2 เมกะวัตต์ และที่จะซื้อเพิ่มอีก 44 เมกะวัตต์ ขายให้กับ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU
ขายโรงไฟไฟฟ้าให้ BANPU
โดยโรงไฟฟ้าที่ญี่ปุ่นของ CSS นั้น เกิดขึ้นจากความร่วมมือกันระหว่าง CSS และ บริษัท ไพร์ม โร้ด แคปปิตอล จำกัด ที่ได้จัดตั้งบริษัทย่อยร่วมทุนชื่อ “ไพร์ม รีนิวเอเบิล เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด” เพื่อพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ญี่ปุ่น ซึ่ง CSS ถือหุ้นในสัดส่วน 50% และตามกำหนดการเดิมโรงไฟฟ้าแห่งนี้จะเริ่มจ่ายไฟและรับรู้รายได้ภายในไตรมาส 4/2558 นี้
ส่วนวัตถุประสงค์ที่ CSS ขายโรงไฟฟ้าที่ประเทศญี่ปุ่นให้กับ BANPU นั้น เพื่อหันมาประมูลโรงไฟฟ้าในประเทศไทย เนื่องจากมีความเสี่ยงที่ต่ำกว่า คาดว่าจะได้ใบอนุญาตที่ชัดเจนต้นเดือน เมษายน 2558 นี้ อย่างไรก็ดีมองว่า CSS เอง แทบจะไม่ต้องขอใบอนุญาตโรงไฟฟ้าในไทยชุดใหม่เลย เพราะพันธมิตร “บริษัท ไพร์ม โร้ด แคปปิตอล จำกัด” เองก็มีใบอนุญาตโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศอยู่ในมือแล้วราวๆ 100 เมกะวัตต์
“ บริษัท ไพร์ม โร้ด แคปปิตอล จำกัด มีใบอนุญาติไฟฟ้าญี่ปุ่นราวๆ 200 เมกะวัตต์ และเคยพิจารณาขายใบอนุญาตให้กับ RATCH และ BANPU ไปแล้วช่วงที่ผ่านมา และการที่ CSS จะขายโรงไฟฟ้าที่ญี่ปุ่นให้กับ BANPU นั้นไม่ใช่การเสียโอกาส แต่กลับได้โอกาสเพราะการหันมาทำโรงไฟฟ้าในไทยที่มีความคุ้นเคยและความเสี่ยงที่ต่ำกว่าญี่ปุ่น แถมยังได้พันธมิตรดีมีใบอนุญาตในมือกว่า 100 เมกะวัตต์อยู่แล้ว น่าจะทำให้ CSS มีผลงานที่มั่นคงและไม่ผันผวนในอนาคต” แหล่งข่าว กล่าว
เทกโอเวอร์กิจการพันล.
ขณะเดียวกัน CSS อยู่ระหว่างเจรจาทำโรงไฟฟ้าพลังงานลม และขยะ ซึ่งล่าสุด CSS ส่งบริษัทย่อย “บริษัท ซี.เอส.เอส.เอนเนอร์ยี่” เซ็นสัญญากับเทศบาลเมืองพะเยา ศึกษาความเป็นไปได้โครงการบริหารจัดการขยะมูลฝอยชุมชน เพื่อแปรรูปเป็นพลังงานไฟฟ้าให้กับเทศบาลเมืองพะเยาและพื้นที่องค์กรปกครองท้องถิ่นที่ร่วมโครงการ กำลังการผลิต 8-10 เมกะวัตต์แล้ว
แหล่งข่าวกล่าวเสริมว่า CSS อยู่ระหว่างเจรจาซื้อกิจการ (เทกโอเวอร์) บริษัทเทรดดิ้งเพิ่ม 1 ราย มูลค่า 1 พันล้านบาท คาดว่าจะสามารถได้ข้อสรุปของการเทกโอเวอร์ได้ประมาณเดือน เมษายน 2558 นี้
นายสมพงษ์ กังสวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คอมมิวนิเคชั่น แอนด์ ซิสเต็มส์ โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CSS เคยให้ความเห็นว่า ปี 2558 คาดผลงานจะสูงทำสถิติ และรายได้มีโอกาสสูงกว่าเป้าที่ 5 พันล้านบาท หรือเติบโต 20-25% เมื่อเทียบกับปีก่อน เพราะได้รับอานิสงส์จาก Digital Economy, 3G และการประมูล 4G ทำให้มีโอกาสรับงานได้มากขึ้น
มองเป้าหมาย14บาท
ล่าสุด CSS อนุมัติการเข้าซื้อหุ้น “บริษัท นีออนเวิร์คส์ คอมมูนิเคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด หรือ NWC” ในสัดส่วน 70% รวมมูลค่า 336 ล้านบาท จากบุคคลที่ไม่เกี่ยวโยงกัน โดย NWC ประกอบธุรกิจให้บริการติดตั้งเสาสัญญาณและอุปกรณ์โทรคมนาคม ให้บริการบำรุงรักษาเครือข่ายระบบโทรคมนาคมแบบ Turnkey โดยกลุ่มลูกค้าหลัก ได้แก่ ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรคมนาคม เช่น AIS ,TRUE ,DTAC และ TOT เป็นต้น กำหนดวันประชุมผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติเรื่องดังกล่าวในวันที่ 28 เมษายน 2558 วันที่ไม่ได้รับสิทธิเข้าประชุม วันที่ 26 มีนาคม 2558
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์แห่งหนึ่ง กล่าวว่า ฝ่ายวิจัยแนะนำ “ซื้อสะสม” หุ้น CSS คาดกำไรสุทธิและรายได้จะเติบโตสูงทำสถิติ คาดกำไรสุทธิไม่ต่ำกว่า 250 ล้านบาท (ไม่นับรวมส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าที่ญี่ปุ่น 10.2 เมกะวัตต์) ทั้งปี 2558 รายได้จะเติบโตไม่ต่ำกว่าที่กลุ่มผู้บริหารตั้งเป้าไว้ที่ 5 พันล้านบาท
เนื่องจาก CSS จะได้รับอานิสงส์จาก Digital Economy, 3G และการประมูล 4G ทำให้ได้รับงานจากกลุ่มลูกค้าหลักๆ ในกลุ่มสื่อสาร อาทิ TRUE และ DTAC อีกทั้งโครงการลงทุนของรัฐบาล อย่าง โครงการรถไฟฟ้าสายต่างๆ หากเดินหน้าได้เร็ว ก็จะส่งผลบวกต่อ CSS เพราะสามารถจำหน่ายวัสดุเกี่ยวกับงานวางระบบให้กับทางกลุ่มผู้รับเหมาได้ ล่าสุด CSS อยู่ระหว่างเทกโอเวอร์โรงไฟฟ้าในประเทศเพิ่มด้วย เป้าหมาย 14 บาท |
|