ยินดีต้อนรับ กรุณา สมัครสมาชิก หรือเข้าสู่ระบบ

Home » หุ้น S11
เข้าชม : 299

S11 งบ Q3/62 กำไรเติบโต YoY ค่าใช้จ่ายสำรองหนี้เพิ่มขึ้น 5%QoQ

โพสต์เมื่อ: วันจันทร์ 18 พฤศจิกายน 2562  12:30 น.
EPS งบ S11
 
  Q1 Q2 Q3 Q4 รวม
ปี 2558 0.12 0.14 0.15 0.17 0.58
ปี 2559 0.16 0.18 0.17 0.18 0.69
ปี 2560 0.17 0.15 0.16 0.17 0.64
ปี 2561 0.18 0.16 0.19 0.19 0.72
ปี 2562 0.22 0.21 0.22    


--------------------------

29/10/2562
บล.ฟินันเซีย ไซรัส : S11 แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 10.45 บาท
แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2020 ที่ 10.45 บาท (อิง Justified PE 10.85 เท่า)
เราคาดสินเชื่อของ S11 เติบโต 15% ปีนี้และ 12% ปีหน้า สวนทางอุตสาหกรรมที่ชะลอตามกำลังซื้อที่ลดลง เพราะกลยุทธ์การขยายพื้นที่ขายไปยังจังหวัดที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจทั้งภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้
  ได้อานิสงส์จากดีลเลอร์ที่ปรับโมเดลธุรกิจมาเป็นขายอย่างเดียว ทำให้ส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้น
  คาดกำไรสร้างสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปีนี้ที่ 524 ลบ. +19% Y-Y และปีหน้า 590 ลบ. +14% Y-Y ปัจจุบันมี PE เพียง 8.7 เท่าปีนี้และ 7.8 เท่าปีหน้า

----------------------------

13/11/2562
บล.ทรีนีตี้ : S11 แนะนำ`ซื้อ` ปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 63 ที่ 11 บาท
กำไร 2Q62 อ่อนตัว QoQ แต่เป็นปกติตามฤดูกาล

 •  กำไร 3Q62 อยู่ที่ 133 ล้านบาท ดีขึ้น 4%QoQ และ 16%YoY
          •  สินเชื่อเติบโตราว 4.1%QoQ ซึ่งเป็นอัตราที่สูงกว่าไตรมาสก่อนที่เป็น Low Season
          •  Credit Cost ค่อนข้างคงที่ แต่แนวโน้มสัดส่วน NPL ดีขึ้นตามลำดับ
          •  กำไรงวด 9 เดือนเติบโตโดดเด่นถึง 23%YoY และคิดเป็น 80% ของประมาณการทั้งปีแล้ว
          •  ปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 63 ที่ 11 บาท อิง PBV 2.4 เท่า ด้วยแนวโน้มผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องเราจึงคงคำแนะนำ "ซื้อ"

กำไร 3Q62 ดีขึ้นทั้ง QoQ และ YoY
          S11 ประกาศกำไรสุทธิ 3Q62 ที่ 133 ล้านบาท ดีขึ้น 4%QoQ และ 16%YoY โดยมีประเด็นสำคัญคือ
          1. รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 4%QoQ และ 15%YoY เป็นผลจากสินเชื่อที่เติบโตได้ต่อเนื่อง 4.1%QoQ โดยอัตราการเติบโตของสินเชื่อดีขึ้นจากไตรมาสก่อน โดยส่วนหนึ่งได้ปัจจัยบบวกด้านฤดูกาลเนื่องจากไตรมาสก่อนเป็น Low Season นอกจากนี้การขยายตลาดการให้สินเชื่อไปยังจังหวัดใหม่ๆ ในช่วงก่อนหน้ายังทำให้การเติบโตของบริษัทดีกว่าภาพรวมอุตสาหกรรมด้วย
          2. ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลงเล็กน้อยราว 2%QoQ ซึ่งไม่มีนัยสำคัญ แต่ Cost-to-income ratio ที่ลดลงเหลือ 19.5% ในไตรมาสนี้โดยหลักเป็นผลจากฐานรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้น สะท้อนความสามารถในการควบคุมต้นทุนแม้ว่าจะมีการขยายตลาดในช่วงก่อนหน้าก็ตาม
          3. ค่าใช้จ่ายสำรองหนี้เพิ่มขึ้น 5%QoQ โดยคิดเป็น Credit Cost ที่ 8.9% ซึ่งยังเป็นสัดส่วนที่ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน อย่างไรก็ตามแนวโน้มคุณภาพหนี้ดีขึ้นตามลำดับ โดยสัดส่วน NPL ลดลงเหลือ 10.3% จาก 10.6% ในไตรมาสก่อนหน้า และ 11% ณ สิ้นปีก่อน

ภาพรวมอุตสาหกรรมอาจไม่โต แต่บริษัทยังเติบโตได้โดดเด่น
          ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมายอดจดทะเบียนรถจักรยานยนต์ทั้งประเทศลดลงราว 2%YoY ซึ่งเป็นผลจากสภาวะเศรษฐกิจ ภาวะภัยแล้ง และอุทกภัย อย่างไรก็ตามการขยายตลาดการปล่อยสินเชื่อไปยังจังหวัดใหม่ๆ ของบริษัททำให้สินเชื่อของบริษัทยังเติบโตได้โดดเด่น โดยในงวด 9 เดือนสินเชื่อเติบโตกว่า 12%YTD แล้ว ด้านกำไรงวด 9 เดือนอยู่ที่ 395 ล้านบาท เติบโต 23%YoY ซึ่งมีแนวโน้มที่กำไรทั้งปีจะสูงกว่าประมาณการเดิมที่เราทำไว้ที่ 496 ล้านบาท (กำไรงวด 9 เดือนคิดเป็นราว 80% ของประมาณการทั้งปี)

ยังคงแนะนำ "ซื้อ"
          ปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 63 ที่ 11 บาท อิง PBV 2.4 เท่า โดยราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายกันที่ระดับ Forward (2563F) PER 8.7 เท่า และ PBV 1.7 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต ขณะที่ผลการดำเนินงานมีแนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง เราจึงคงคำแนะนำ "ซื้อ"
          ความเสี่ยง : คุณภาพหนี้อาจย่ำแย่ลงทำให้ค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญสูงกว่าคาด


s


คุณต้องสมัครสมาชิก ถึงจะโพสกระทู้ได้

สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ