EPS งบ S11
| |
Q1 |
Q2 |
Q3 |
Q4 |
รวม |
| ปี 2558 |
0.12 |
0.14 |
0.15 |
0.17 |
0.58 |
| ปี 2559 |
0.16 |
0.18 |
0.17 |
0.18 |
0.69 |
| ปี 2560 |
0.17 |
0.15 |
0.16 |
0.17 |
0.64 |
| ปี 2561 |
0.18 |
0.16 |
0.19 |
0.19 |
0.72 |
| ปี 2562 |
0.22 |
0.21 |
0.22 |
|
|
--------------------------
29/10/2562
บล.ฟินันเซีย ไซรัส : S11 แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 10.45 บาท
แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2020 ที่ 10.45 บาท (อิง Justified PE 10.85 เท่า)
เราคาดสินเชื่อของ S11 เติบโต 15% ปีนี้และ 12% ปีหน้า สวนทางอุตสาหกรรมที่ชะลอตามกำลังซื้อที่ลดลง เพราะกลยุทธ์การขยายพื้นที่ขายไปยังจังหวัดที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจทั้งภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้
ได้อานิสงส์จากดีลเลอร์ที่ปรับโมเดลธุรกิจมาเป็นขายอย่างเดียว ทำให้ส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้น
คาดกำไรสร้างสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปีนี้ที่ 524 ลบ. +19% Y-Y และปีหน้า 590 ลบ. +14% Y-Y ปัจจุบันมี PE เพียง 8.7 เท่าปีนี้และ 7.8 เท่าปีหน้า
----------------------------
13/11/2562
บล.ทรีนีตี้ : S11 แนะนำ`ซื้อ` ปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 63 ที่ 11 บาท
กำไร 2Q62 อ่อนตัว QoQ แต่เป็นปกติตามฤดูกาล
• กำไร 3Q62 อยู่ที่ 133 ล้านบาท ดีขึ้น 4%QoQ และ 16%YoY
• สินเชื่อเติบโตราว 4.1%QoQ ซึ่งเป็นอัตราที่สูงกว่าไตรมาสก่อนที่เป็น Low Season
• Credit Cost ค่อนข้างคงที่ แต่แนวโน้มสัดส่วน NPL ดีขึ้นตามลำดับ
• กำไรงวด 9 เดือนเติบโตโดดเด่นถึง 23%YoY และคิดเป็น 80% ของประมาณการทั้งปีแล้ว
• ปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 63 ที่ 11 บาท อิง PBV 2.4 เท่า ด้วยแนวโน้มผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องเราจึงคงคำแนะนำ "ซื้อ"
กำไร 3Q62 ดีขึ้นทั้ง QoQ และ YoY
S11 ประกาศกำไรสุทธิ 3Q62 ที่ 133 ล้านบาท ดีขึ้น 4%QoQ และ 16%YoY โดยมีประเด็นสำคัญคือ
1. รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 4%QoQ และ 15%YoY เป็นผลจากสินเชื่อที่เติบโตได้ต่อเนื่อง 4.1%QoQ โดยอัตราการเติบโตของสินเชื่อดีขึ้นจากไตรมาสก่อน โดยส่วนหนึ่งได้ปัจจัยบบวกด้านฤดูกาลเนื่องจากไตรมาสก่อนเป็น Low Season นอกจากนี้การขยายตลาดการให้สินเชื่อไปยังจังหวัดใหม่ๆ ในช่วงก่อนหน้ายังทำให้การเติบโตของบริษัทดีกว่าภาพรวมอุตสาหกรรมด้วย
2. ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลงเล็กน้อยราว 2%QoQ ซึ่งไม่มีนัยสำคัญ แต่ Cost-to-income ratio ที่ลดลงเหลือ 19.5% ในไตรมาสนี้โดยหลักเป็นผลจากฐานรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้น สะท้อนความสามารถในการควบคุมต้นทุนแม้ว่าจะมีการขยายตลาดในช่วงก่อนหน้าก็ตาม
3. ค่าใช้จ่ายสำรองหนี้เพิ่มขึ้น 5%QoQ โดยคิดเป็น Credit Cost ที่ 8.9% ซึ่งยังเป็นสัดส่วนที่ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน อย่างไรก็ตามแนวโน้มคุณภาพหนี้ดีขึ้นตามลำดับ โดยสัดส่วน NPL ลดลงเหลือ 10.3% จาก 10.6% ในไตรมาสก่อนหน้า และ 11% ณ สิ้นปีก่อน
ภาพรวมอุตสาหกรรมอาจไม่โต แต่บริษัทยังเติบโตได้โดดเด่น
ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมายอดจดทะเบียนรถจักรยานยนต์ทั้งประเทศลดลงราว 2%YoY ซึ่งเป็นผลจากสภาวะเศรษฐกิจ ภาวะภัยแล้ง และอุทกภัย อย่างไรก็ตามการขยายตลาดการปล่อยสินเชื่อไปยังจังหวัดใหม่ๆ ของบริษัททำให้สินเชื่อของบริษัทยังเติบโตได้โดดเด่น โดยในงวด 9 เดือนสินเชื่อเติบโตกว่า 12%YTD แล้ว ด้านกำไรงวด 9 เดือนอยู่ที่ 395 ล้านบาท เติบโต 23%YoY ซึ่งมีแนวโน้มที่กำไรทั้งปีจะสูงกว่าประมาณการเดิมที่เราทำไว้ที่ 496 ล้านบาท (กำไรงวด 9 เดือนคิดเป็นราว 80% ของประมาณการทั้งปี)
ยังคงแนะนำ "ซื้อ"
ปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 63 ที่ 11 บาท อิง PBV 2.4 เท่า โดยราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายกันที่ระดับ Forward (2563F) PER 8.7 เท่า และ PBV 1.7 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต ขณะที่ผลการดำเนินงานมีแนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง เราจึงคงคำแนะนำ "ซื้อ"
ความเสี่ยง : คุณภาพหนี้อาจย่ำแย่ลงทำให้ค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญสูงกว่าคาด