บล.หยวนต้า(ประเทศไทย) : PLANB แนะนำ“เก็งกำไร” มูลค่าพื้นฐานที่ 7 บาท
15/06/2563
ใกล้ผ่านช่วงวิกฤต..คลาย lockdown ฟื้นกำไร
► บริษัทรายงานกำไรสุทธิใน 1Q63 ที่ 84 ล้านบาท หากไม่รวมผลกระทบจากมาตรฐานบัญชีใหม่ TFRS16 จำนวน 12 ล้านบาท จะมีกำไรปกติที่ 96 ล้านบาท (-57%QoQ,-38%QoQ) ต่ำกว่าประมาณการของเรา 7% จากรายได้ที่ต่ำกว่าคาด
► รายได้ปรับลดลง 19%YoY เหลือ 965 ล้านบาท จากผลกระทบของ COVID-19 ส่งผลให้รายได้การตลาดแบบมีส่วนร่วมลดลง 54%YoY เหลือ 144 ล้านบาท ด้วยรายได้จากการจัดอีเว้นท์ของ BNK48 และ งานอีสปอร์ตที่ถูกเลื่อนออกไป รายได้จากสื่อระบบขนส่งมวลชน -31%YoY เหลือ 81 ล้านบาท สื่อภาพนิ่ง -17%YoY เหลือ 202 ล้านบาท สื่อในห้างสรรพสินค้า -20%YoY เหลือ 31 ล้านบาท และสื่อในสนามบิน -25%YoY เหลือ 32 ล้านบาท โดยมีเพียงรายได้จากสื่อดิจิทัล ที่ยังเติบโต 12%YoY เป็น 420 ล้านบาท
► ด้านประสิทธิภาพในการทำกำไรลดลง จากผลของรายได้ที่ลดลง ขณะที่ต้นทุนบางส่วนมีการบันทึกไปแล้วแม้จะยกเลิกหรือเลื่อนการจัดงานออกไป ส่งผลให้ อัตรากำไรขั้นต้นปรับลดลง จาก 4Q62 และ 1Q62 ที่ 36.7% และ 34.6% เหลือ 26%
► ผลกระทบจากมาตรฐานบัญชีใหม่ TFRS16 กระทบต่อ 1) สินทรัพย์ และหนี้สิน ที่เพิ่มสูงขึ้นกว่าปกติ อัตราค่าเสื่อมราคาที่สูงขึ้นจากไตรมาสก่อนที่ 165 ล้านบาท เป็น 452 ล้านบาท 2) ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นในงบกำไรขาดทุน 12 ล้านบาท
Our Take :
► แนวโน้ม 2Q63 คาดผลประกอบการชะลอตัว QoQ และ YoY และเป็นไตรมาสที่แย่สุดของปี ด้วยกิจกรรมทางการตลาดเกือบทั้งหมดถูกยกเลิก และลูกค้ามีการยกเลิกโฆษณา หรือลดงบโฆษณาลงจากเดิม รวมถึงงานโอลิมปิค ซึ่งบริษัทได้สิทธิในการบริหารสื่อโฆษณา เดิมจะจัดในวันที่ 24 ก.ค. ถูกเลื่อนออกไปหนึ่งปี ทำให้รายได้จากการขายโฆษณาซึ่งเดิมจะทยอยรับรู้รายได้เข้ามาถูกเลื่อนออกไปด้วย
► สถานการณ์ใน 2H63 คาดว่าจะเริ่มดีขึ้น ด้วยตัวเลขผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในประเทศไทยเริ่มเพิ่มในอัตราที่ลดลง และรัฐบาลคลาย lockdown เฟส4 ซึ่งคาดว่ากิจกรรมการตลาดจะกลับมาจัดมากขึ้น รวมถึงลูกค้าเริ่มกลับมาใช้งบโฆษณา บริษัทเริ่มเดินหน้าโครงการใหญ่ๆต่อ ได้แก่การบริหารสื่อโฆษณาใน 7-11 โดยทยอยติดตั้งจำนวน 1,000-1,200 สาขาในกรุงเทพฯและหัวเมืองใหญ่ และล่าสุดบริษัทได้รับงานใหม่ โครงการ “Smart Bus Shelter” จาก สำนักงานการจราจรกรมขนส่งกรุงเทพฯ ในการ
1) สร้างและใช้ป้ายรถโดยสารประจำทางอัจฉริยะและบริหารจัดการพื้นที่สื่อป้ายโฆษณาประชาสัมพันธ์ 1,170 ป้าย
2) ปรับปรุงดูแลและรักษาศาลาที่พักผู้โดยสารรถประจำจำนวน 691 หลัง โดยมีระยะเวลาของสัญญา 10 ปี ช่วยเพิ่ม Media capacity ราว 300 ล้านบาท โดยเราประมาณการรับรู้รายได้จากโครงการดังกล่าวใน 2H63 และปี 2564 ที่ 90 ล้านบาท และ 150 ล้านบาท ตามลำดับ ภาพรวมปี 2563 เราคงประมาณการกำไรที่ 512 ล้านบาท ปรับลดลง 31%YoY
► คงคำแนะนำ “เก็งกำไร” แม้คาดว่าผลประกอบการในปีนี้จะปรับลดลง จากผลกระทบ COVID-19 แต่เรามองว่าตลาดรับรู้ไปแล้ว และคาดว่าเมื่อสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ PLANB เป็นหนึ่งในบริษัทที่ได้รับประโยชน์มากสุดจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมโฆษณา ด้วยส่วนแบ่งตลาดที่สูงสุดในอุตสาหกรรมสื่อป้ายโฆษณา โดยเราประเมินกำไรปี 2564 จะกลับมาเติบโต 53%YoY เป็น 785 ล้านบาท เรามีการปรับใช้มูลค่าพื้นฐานใน 12 เดือนข้างหน้าที่ 7 บาท จากเดิมที่ 5.20 อิง P/E เฉลี่ยย้อนหลัง 5ปี ที่ 42 x
-------------------------------
บล.เคจีไอ : PLANB แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 7.80 บาท
15/06/2563
ผลประกอบการ 1Q63: กำไรหลักเป็นไปตามคาด
กำไรสุทธิของ PLANB ใน 1Q63 อยู่ที่ 84 ล้านบาท (รวมค่าใช้จ่ายพิเศษ 12.2 ล้านบาทจากการนำมาตรฐานบัญชี TFRS 16 มาใช้) ลดลง 63% QoQ และ 46% YoY ต่ำกว่าประมาณการของเรา 16% และต่ำกว่าที่ตลาดคาด 7%
lmpact
รายได้ที่ลดลงฉุดกำไรหลักใน 1Q63
หากไม่รวมผลกระทบจากการนำมาตรฐานบัญชี TFRS 16 มาใช้ กำไรหลักใน 1Q63 จะอยู่ที่ 96 ล้านบาท (-57% QoQ, -38% YoY) ซึ่งใกล้เคียงกับที่เราคาด โดยประเด็นที่น่าสนใจในงวด 1Q63 ได้แก่
i) รายได้ลดลงเหลือเพียง 965 ล้านบาท (-29% QoQ, -19% YoY) เนื่องจาก COVID-19 กดดันรายได้ของธุรกิจสื่อให้ลดเหลือ 795 ล้านบาท (-20% QoQ, -4% YoY) และรายได้จากธุรกิจการทำตลาดแบบมีส่วนร่วม (ฟุตบอล และ BNK 48) ให้ลดลงเหลือ 144 ล้านบาท (-47% QoQ, -54% YoY)
ii) ต้นทุนลดลงเหลือ 714 ล้านบาท (-17% QoQ, -9% YoY) และ
iii) อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 26% จาก 34.6% ใน 1Q62 และ 36.7% ใน 4Q62 ตามรายได้ที่ลดลง ในขณะที่ต้นทุนลดลงในอัตราที่น้อยกว่ารายได้ที่ลดลง
ผลประกอบการ 2Q63 จะเป็นจุดต่ำสุดในปีนี้
ถึงแม้ว่าเราจะคาดว่ารายได้จากธุรกิจการตลาดแบบมีส่วนร่วมของ PLANB จะเพิ่มขึ้น QoQ ใน 2Q20 เนื่องจากมีการรับรู้รายได้ 170 ล้านบาทจากการจัดงานเลือกตั้ง BNK 48 แต่รายได้จากธุรกิจสื่อจะยังคงลดลงตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง และการใช้มาตรการ lockdown ตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน 2563-กลางเดือนพฤษภาคม 2563 ซึ่งจะกดดันยอดโฆษณาของเอเยนซี่สื่อ
กำไรจะฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในปี 2564
เรายังคงประมาณการกำไรปี 2563 เอาไว้เท่าเดิมที่ 421 ล้านบาท (-43% YoY) โดยคาดว่ากำไรจะถูกกดดันจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง และการระบาดของ COVID-19 ซึ่งส่งผลกระทบอย่างหนักต่อธุรกิจโฆษณา ซึ่งรวมถึงป้ายโฆษณาของ PLANB ด้วย เราคาดว่าบริษัทจะกลับมามีการเติบโตของกำไรอีกครั้งในปี 2564 ที่ 857 ล้านบาท (+104% YoY) เนื่องจาก
i) คาดอัตราการใช้งานของป้ายโฆษณาที่มีอยู่ขยับสูงขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
ii) รับรู้รายได้จากจอโฆษณาในสาขาร้าน 7-Eleven เต็มปี
iii) มีรายได้ใหม่จากงานโอลิมปิก โตเกียว ซึ่งเลื่อนไปจัดในเดือนกรกฎาคม 2564 และ
iv) รายได้จาก BNK 48 เพิ่มขึ้นจากการผ่อนคลายมาตรการคุม COVID-19 เพิ่มเติม
----------------------------
บล.ฟินันเซีย ไซรัส : PLANB แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 7.10 บาท
15/06/2563
PLANB รายงานกำไรสุทธิ 1Q20 ที่ 84 ลบ. ถ้าไม่รวมผลของ TFRS16 กำไรเป็น 96 ลบ. -57% Q-Q, -38% Y-Y ใกล้เคียงเราและตลาดคาด COVID-19 ทำให้ U-rate ลดเหลือ 60% กำไรจะทรุดต่อใน 2Q20 แต่จะต่ำสุดของปี เม็ดเงินโฆษณาจะค่อยๆกลับมา ฟุตบอลน่าจะแข่งแบบเปิดในเดือน ก.ย. และเริ่มมีรายได้จากจอโฆษณาในร้าน 7-11 เรายังคงคาดกำไรปี 2020 -37% Y-Y และฟื้น +90% Y-Y ปีหน้า ปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2021 ที่ 7.10 บาท เพิ่มคำแนะนำเป็นซื้อ จากถือ
------------------------------
บล.โนมูระ พัฒนสิน : PLANB แนะนำ`U.R.` อยู่ระหว่างทบทวนประมาณการ
15/06/2563
PLANB (U.R.) กำไร 1Q20 ลดลง 45.7%y-y, 62.5%q-q ที่ 83.6 ลบ.
เรามีมุมมอง Slightly Negative ต่อผลประกอบการ 1Q20 ที่อ่อนตัวแรงทั้ง y-y และ q-q ต่ำกว่าตลาดคาด และมีแนวโน้มอ่อนตัวต่อเนื่องทำจุดต่ำสุดใน 2Q20F จากมาตรการ Lockdown ที่กินระยะเวลาเกินครึ่งไตรมาส ประกอบกับราคาหุ้นที่ Rebound ขึ้นมากว่า 140% จากจุดต่ำสุดในช่วงปลายเดือน มี.ค. 2020 จนซื้อขายที่ระดับ Trailing P/E 35x ใกล้เคียงกับระดับก่อนเกิดการระบาด COVID-19 น่าจะสะท้อนภาพการผ่อนคลายมาตรการ Lockdown ไปมากแล้ว ขณะที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากภาพการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระยะถัดไปต้องใช้เวลา และเริ่มมีความกังวลต่อ การระบาดของไวรัส COVID-19 เฟส 2 ในต่างประเทศ ในเชิงกลยุทธ์ จึงยังไม่แนะนำให้เข้าลงทุน โดยเราอยู่ระหว่าง ทบทวนประมาณการ หลังประชุมนักวิเคราะห์ช่วงบ่ายวันนี้
-------------------------------
บล.เคทีบี(ประเทศไทย) : PLANB แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 7 บาท
15/06/2563
กำไร 1Q20 ชะลอตัว, คาดกลับมาฟื้นตัวใน 2H20E และเติบโตโดดเด่นใน 2021E
เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” คงราคาเป้าหมายที่ 7.00 บาท อิง 2021E PER 32.0x (-1.5SD below 5-yr avg. PER) PLANB รายงานกำไรสุทธิ 1Q20 ที่ 84 ล้านบาท (-45% YoY, -82% QoQ) ต่ำกว่าตลาดและเราคาด กำไรสุทธิที่ลดลง YoY จาก
1) รายได้รวมลดลง -19% YoY โดยรายได้จาก OOH ปรับตัวลงในทุกสื่อ ยกเว้น digital OOH ที่ +12% YoY, รายได้ engagement marketing ปรับตัวลง -54% YoY จากการเลื่อน events ต่างๆ,
2) Gross profit margin อยู่ที่ 26% ปรับตัวลดลง YoY จาก Utilization rate ที่ลดลง และต้นทุนคงที่สูงจากการขยาย media capacity และ
3) ผลกระทบจาก TFRS16 ที่ 12 ล้านบาท เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2020E ที่ 419 ล้านบาท (-44% YoY) และปี2021E ที่ 849 ล้านบาท (+107% YoY) จากการรับรู้รายได้ 7-Eleven (1,000 สาขา) และ smart bus shelter เต็มปี และการรับรู้รายได้ Olympics 536 ล้านบาท
ราคาหุ้นปรับตัวลง -21% ใน 6 เดือนที่ผ่านมาได้สะท้อนผลกระทบจาก COVID-19 ไปพอสมควรแล้ว เรามองว่าราคาปัจจุบันน่าสนใจโดย PLANB เทรดอยู่ที่ 2021E PER 27.7x เรามองว่าปี 2020E เป็นปีที่สื่อของ PLANB ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 แต่เราเชื่อมั่นว่าปี 2021E จะเป็นปีทองของ PLANB จากผลประกอบการที่จะกลับมาเติบโตโดดเด่นอีกครั้ง (+107% YoY)
Event: 1Q20 results review
ผลประกอบการ 1Q20 ชะลอตัวจากผลกระทบของ COVID-19 PLANB รายงานกำไรสุทธิ 1Q20 ที่ 84 ล้านบาท (-45% YoY, -82% QoQ) ต่ำกว่าตลาดและเราคาด จากรายได้ที่ต่ำกว่าคาด กำไรสุทธิที่ลดลง YoY ส่งผลจาก
1) รายได้รวมที่ 965 ล้านบาท (-19% YoY) โดยรายได้จาก OOH ปรับตัวลงในทุกสื่อ จากการระบาดของ COVID-19 ทำให้มีการปิดห้างสรรพสินค้าและสนามบิน ยกเว้น Digital OOH +12% YoY จากการเพิ่ม media capacity เช่น Paragon Motion Bloc 2, Roof Top @ Parc Paragon ส่งผล Utilization rate ใน 1Q20 อยู่ที่ 60% (1Q19 = 66.5%) นอกจากนี้ รายได้จาก engagement marketing ยังปรับตัวลง -54% YoY จากการเลื่อน events ต่างๆ เช่น การเลื่อนการแข่งขันไทยลีก, กิจกรรมต่างๆของ BNK48,
2) Gross profit margin อยู่ที่ 26% ปรับตัวลดลง YoY มีการขยาย Media capacity อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีต้นทุนคงที่สูง และ 3) มีผลกระทบจาก TFRS16 ที่ 12 ล้านบาท สำหรับแนวโน้มผลประกอบการที่ลดลง QoQ ส่งผลจาก seasonality
Implication
คงประมาณการกำไรสุทธิปี 2020E-21E แม้ผลประกอบการ 1Q20 จะมีสัดส่วนอยู่ที่ 21% ของประมาณการปี 2020E แต่เราเชื่อมั่นว่าจะเห็นการฟื้นตัวของผลประกอบการในอัตราที่เร่งตัวขึ้นใน 2H20E หลังจากสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลาย จากผู้ประกอบการ FMCG จะเริ่มกลับมาใช้งบโฆษณาเพิ่มขึ้น และรับรู้รายได้จาก events ต่างๆที่เลื่อนมาจาก 1H20 เช่น Thailand Premier League, BNK48’s Handshake event ฯลฯ นอกจากนี้ PLANB จะเริ่มรับรู้รายได้จาก smart bus shelter และ 7-Eleven (ทยอยติดตั้ง 1,000 สาขา) ดังนั้น เราคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2020E-21E สำหรับปี 2020E เราประเมินกำไรสุทธิที่ 419 ล้านบาท (-44% YoY) บนสมมติฐาน
1) รายได้รวมปรับตัวลดลง -29% YoY โดยรายได้ OOH media ปรับตัวลดลง -12% YoY โดยมี Utilization rate ที่ 58% (2019 = 73%) และรายได้ engagement marketing ชะลอตัว -40% YoY,
2) Gross profit margin ที่ 31.9% (2019 = 34.7%) จาก utilization rate ที่ลดลง สำหรับปี 2021E จะเป็นปีที่ PLANB กลับมาเติบโตก้าวกระโดดที่ 849 ล้านบาท (+107% YoY) หนุนโดย 1) รายได้รวมขยายตัวโดดเด่น +43% YoY โดยรายได้ OOH media +37% YoY (Utilization rate = 65.3%) จากเม็ดเงินโฆษณาที่ฟื้นตัว, รับรู้รายได้ 7-Eleven (1,000 สาขา) และ smart bus shelter เต็มปี ด้านรายได้ engagement marketing เพิ่มขึ้น +75%YoY จากการรับรู้รายได้ Olympics 536 ล้านบาท, 2) gross profit margin ขยายตัว YoY จาก Utilization rate ที่เพิ่มขึ้น
Valuation/Catalyst/Risk
คงราคาเป้าหมายปี 2021E ที่ 7.00 บาท อิง 2021E PER 32.0x (-1.5SD below 5-yr avg. PER) เรามองว่าปี 2020E เป็นปีที่สื่อของ PLANB ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 แต่เราเชื่อมั่นว่าปี 2021E จะเป็นปีทองของ PLANB จากผลประกอบการที่จะกลับมาเติบโตโดดเด่นอีกครั้ง (+107% YoY)
------------------------------------
บล.บัวหลวง : PLANB แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 6.70 บาท
15/06/2563
PLANB : กำไร 1Q20 ต่ากว่าคาด แต่ตลาดมองข้ามไปถึงการฟื้นตัวใน 2H20 แล้ว
PLANB รายงานกาไรสุทธิ 1Q20 ที่ 84 ล้านบาท ปรับตัวลดลง 46% YoY และ 62% QoQ หากไม่รวมรายการพิเศษที่เกี่ยวกับมาตรฐานบัญชีกำไรหลักจะอยู่ที่ 96 ล้านบาท ลดลง 38% YoY และ 57% QoQ จากผลกระทบของ COVID-19 สำหรับภาพ 2Q20 ก่อนหน้านี้เรามองว่าน่าจะพลิกเป็นขาดทุน แต่ทาง BNK มีการเลื่อนรับรู้รายได้งานเลือกตั้งมาใน 2Q20 ราว 170 ล้านบาท ซึ่งเรามองว่าจะทำให้ผลประกอบการใน 2Q20 ยังเป็นกาไรอยู่ และน่าจะเห็นการฟื้นตัวในรูปแบบตัว U ในช่วงครึ่งปีหลังจากหลายโครงการที่รออยู่ทั้ง 7-11, Bus shelter, BNK, และโอลิมปิก
Fundamental : เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 6.70 บาท
---------------------------
บล.กรุงศรี : PLANB แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 7.8 บาท
15/06/2563
ต่ำกว่าคาดจากผลของมาตรฐานบัญชี
1Q20 Earnings
กำไร 1Q20 นั้นต่ำกว่าคาดการณ์ของเรา 7% เนื่องจากผลกระทบจากมาตรฐานบัญชี
PLANB ได้บันทึกกำไรสุทธิที่ Bt83.6m (-46% yoy, -63% qoq) ซึ่งต่ำกว่าคาดการณ์ของเรา 7% การปรับใช้มาตรฐานบัญชี IFRS 16 สำหรับสัญญาเช่าทำให้เกิดรายการค่าใช้จ่าย Bt12m หากไม่รวมรายการนี้ กำไรปกติใกล้เคียงกับประมาณการของเราที่ Bt95.8m ส่วนกำไร 1Q20 คิดเป็น 18% ของประมาณการทั้งปีของเรา และเราคาดว่ากำไร 2Q20 จะอ่อนตัวลงเนื่องจากผลกระทบจากมาตรการ lockdown อย่างไรก็ตามเราคาดว่ 2Q20 จะเป็นไตรมาสที่อ่อนแอที่สุดในปีนี้ ดังนั้นเราจึงคงประมาณการกำไรทั้งปีไว้ที่ Bt473m ลดลง 36% yoy
Analysis
รายได้ที่ลดลงอย่างมากทำให้กำไรอ่อนแอลง
รายได้ใน 1Q20 อยู่ที่ Bt965m ลดลง 19% yoy และ 29% qoq การระบาดของ Covid-19 ได้กระทบธุรกิจส่วนใหญ่ของ PLANB ยกเว้น digital platform โดยรายได้จากธุรกิจ digital platform ได้เติบโต 12% yoy ในขณะที่ธุรกิจอื่นมีรายได้ที่ลดลงราว 16-30% yoy หากเทียบกับไตรมาสก่อนรายได้จากทุกธุรกิจได้ลดลงเนื่องจาก seasonal effect รวมถึง Covid-19 กำไรขั้นต้นได้ลดลงสู่ระดับ 26% จาก 34% ใน 1Q19 และ 37% ใน 4Q19 เนื่องจากการลดลงอย่างมากของรายได้ ค่าใช้จ่าย SG&A ได้เพิ่มขึ้น 6% yoy แต่ลดลง 36% qoq อัตรากำไรปกติลดลงสู่ระดับ 8.7% จาก 13% ใน 1Q19 และ 16% ใน 4Q19 เนื่องจากการลดลงอย่างมากของรายได้
Implication/ Recommendation
คงคงคำแนะนำ ซื้อ พร้อมราคาเป้าหมาย Bt7.8
แม้ว่าจะมีกำไรที่อ่อนแอใน 1H20 เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ สำหรับ PLANB ซึ่งเป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม โดยคำแนะนำของเราอยู่บนปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งของบริษัท และคาดว่าผลกระทบจาก Covid-19 ได้ถูกรวมเข้าไปในราคาแล้ว รวมถึงเราคาดว่ากำไรจะฟื้นตัวและเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดใหม่ในปี 2021 จากการดำเนินงานต่อของธุรกิจหลัก รวมถึงการเปิดตัวของร้านค้า 7-11 stores และ MACO และ valuation นั้นอยู่ในระดับที่ถูกที่ 22x 2021 PE หรือคิดเป็นส่วนลด 50% จากระดับ PE ในปี 2019 ที่ 44x
------------------------