TPCH คาดงบ Q2/62 โตต่อ ลดเป้า PPA เหลือ 200MW ปิดดีลร่วมทุนเมียนมาปี63
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -11 มิ.ย. 62 13:02 น.
|
นางกนกทิพย์ จันทร์พลังศรี ประธานคณะกรรมการบริหาร และนายเชิดศักดิ์ วัฒนวิจิตรกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TPCH เปิดเผยในงาน Opportunity Day ว่า หั่นเป้าปี 63 จะมีใบอนุญาตซื้อขายไฟฟ้าเหลือ 200 MW จากเดิม 250 MW เนื่องจากแผน PDP ฉบับใหม่ ปรับลดการรับซื้อชีวมวล แย้มปี 63 ปิดดีลลงทุนไบโอแก๊สที่เมียนมา 30 MW
-บริษัทได้ปรับประมาณการเป้าหมายจะมีใบอนุญาตซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ในปี 63 เหลืออยู่ที่ 200 เมกะวัตต์ (MW) จากเดิมคาดจะมีใบอนุญาตซื้อขายไฟฟ้า 250 MW เนื่องจากแผน PDP ฉบับใหม่ได้ปรับลดการรับซื้อไฟฟ้าชีวมวลเหลือแค่เพียง 100 MW จากเดิมที่ 300 MW
-ขณะเดียวกันคาดว่าในปี 63 จะสามารถสรุปแผนการลงทุนโรงไฟฟ้าไบโอแก๊สที่เมียนมา ซึ่งเบื้องต้นจะดำเนินการก่อสร้างกำลังผลิตไฟฟ้า5-6 MW จากที่บริษัทได้มีการยื่นขอการขายไฟฟ้าจำนวน 30 MW ซึ่งจะมีอายุสัญญาในการผลิตไฟฟ้าเป็นระยะเวลา 30 ปี
-ทั้งนี้ ในช่วงไตรมาส 4/62 จะมีโรงไฟฟ้าที่จ่ายไฟเข้าสู่ระบบ จำนวน 43 MW ได้แก่
โรงไฟฟ้าปัตตานีกรีนพาวเวอร์ ขนาดกำลังการผลิต 23 MW และ
โรงไฟฟ้า TPCH 1,2 กำลังผลิตรวม 20 MW
ดังนั้นจะส่งผลให้ในปี 62 จะมีโรงไฟฟ้าที่จ่ายไฟเข้าระบบประมาณ 100 MW
-ส่วนความคืบหน้าในการประมูลโรงไฟฟ้าจากขยะโครงการอ่อนนุช กำลังผลิต 23 MW คาดว่าจะต้องรอผลการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาผลการประมูลในช่วงเดือนก.ค.62
-สำหรับ โครงการผลิตไฟฟ้าจากขยะชุมชน องค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี ขนาดกำลังผลิต 10 MW คาดจะมีการเซ็นสัญญาใบซื้อขายไฟฟ้ากับ กฟน.ในสัปดาห์หน้า และจะจ่ายไฟเข้าระบบในปี 64
-ด้านแนวโน้มผลประกอบไตรมาส 2/62 จะเติบโตมากกว่าไตรมาส 1/62 และเติบโตใกล้เคียงกว่าไตรมาส 2/61 เนื่องจากจะมีการรับรู้โรงไฟฟ้าที่จ่ายไฟเข้าสู่ระบบแบบเต็มจำนวน 60 MW
|
|
ลักษณะธุรกิจของ TPCH
ประกอบธุรกิจหลักโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) ที่ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน โดยมีบริษัท ช้างแรก ไบโอเพาเวอร์ จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากชีวมวล เป็นบริษัทแกน
|
-------------------------------
15/07/2562
ด้าน บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็งระบุว่า กำไรสุทธิในปี 63 มีโอกาสที่จะเติบโตถึง 144% แตะ 888 ล้านบาท และโต 31% ในปีถัดไป หากการจ่ายไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้า PTG และ TPCH 1 - 2 - 5 เป็นไปตามแผน
ซึ่งไตรมาส 4/62 จะเป็นจุดเริ่มต้นของการขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าราว 37% ต่อปี จากปัจจุบัน 52.8MW (ตามสัญญา) เป็น 71.2MW, 98.5MW และ 108.5MW ในช่วงสิ้นปี 62 - 64 ตามลำดับ โดยโรงไฟฟ้าชุดแรก 18.4MW จะจ่ายไฟในไตรมาส 4/62 ทำให้กำไรไตรมาส 2-3 จะยังคงภาพทรงตัว YoY แต่จะเริ่มแสดงการขยายตัวแรงตั้งแต่ไตรมาส 1/63 เป็นต้นไป
ซึ่งทั้งหมด ถูกรองรับด้วยใบอนุญาต
(1) โรงไฟฟ้าชีวะมวลระบบ FiT จังหวัดชายแดนภาคใต้ 3 แห่ง รวม 24.7MW
(2) โรงไฟฟ้าชีวะมวลระบบ Adder โรงใหญ่ 1 แห่ง 21MW จ.ปัตตานี ได้สัญญา PPA ปี 60 และ
(3) โรงไฟฟ้าขยะ 8MW จ.นนทบุรี