|
|
โพสต์เมื่อ: วันพุธ 25 มีนาคม 2563 00:42 น.
TPCH คาดรายได้ปีนี้โต 40% เลื่อน COD 3 โรงไฟฟ้าชายแดนใต้เป็นเม.ย.63
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -3 มี.ค. 63 14:57 น. TPCH คาดรายได้ปีนี้โต 40% ชี้ COVID-19 กระทบแผน COD โรงไฟฟ้าชีวมวล 1 เดือน คาดโรงไฟฟ้าปัตตานี COD ตามกำหนด มี.ค.นี้ ส่วน 3 โรงไฟฟ้าชายแดนใต้ เลื่อน COD เป็น เม.ย.63 โบรกฯมองปีนี้กำไรโตก้าวกระโดด แนะ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 16.60 บาท นายเชิดศักดิ์ วัฒนวิจิตรกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TPCH เปิดเผยกับ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้รวมปีนี้โต 40% จากปีก่อนที่อยู่ 1,669.15 ล้านบาท โดยมาจากการรับรู้การจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) ของโรงไฟฟ้าชีวมวล และ โรงไฟฟ้าขยะ 4 โรงในปีนี้ อย่างไรก็ตามยอมรับว่าการ COD โรงไฟฟ้าอาจล่าช้าจากแผนเดิมที่จะ COD โรงไฟฟ้าทั้งหมด 4 โรงในเดือน มี.ค.นี้ แต่ คาดว่าจะเหลือเพียง 1 โรง คือ โรงไฟฟ้าชีวมวล ปัตตานี กรีน เพาเวอร์ (PTG) ที่มีกำลังการผลิต 42 เมกะวัตต์ แต่อีก 3 โรง ประกอบด้วย โรงไฟฟ้าชีวมวล ทีพีซีเอช เพาเวอร์ 1 (TPCH 1) ,โรงไฟฟ้าชีวมวล ทีพีซีเอช เพาเวอร์ 2 (TPCH 2), โรงไฟฟ้าชีวมวล ทีพีซีเอช เพาเวอร์ 5 (TPCH 5) มีกำลังการผลิตรวมกันทั้งสิ้น 110 เมกะวัตต์ คาดว่าจะสามารถ COD ได้ในเดือน เม.ย. 63 เนื่องจากติดปัญหาที่จีน ยังไม่สามารถส่งมอบอุปกรณ์ และ เครื่องจักร ที่ต้องติดตั้งในโรงไฟฟ้าได้ทัน จากปัญหาการระบาดของโควิด-19 ขณะที่โครงการโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานราก ประเภทชีวมวล และ ชีวภาพ (พืชพลังงาน) มีกำลังการผลิต 10 เมกะวัตต์ ปัจจุบัน มีความคืบหน้าการก่อสร้างแล้ว 40% คาดปลายปีนี้จะสามารถ COD ได้ตามเป้าหมาย ส่งผลให้สิ้นปีนี้บริษัทจะมีกำลังการผลิตรวมอยู่ที่ 120 เมกะวัตต์ "COD รวมปีนี้ยังตามแผน แม้จะเลื่อนเวลาเปิดออกไป ซึ่ง 2-3 เดือน ไม่ได้มีผลกระทบอย่างมีนัย แต่หาก COD ไม่ได้ตามแผนที่วางไว้จะกระทบกำไรจนทำให้เราต้องปรับกำไรปีนี้ลง ซึ่งยังประเด็นที่ต้องติดตามต่อไป"นายจรูญพันธ์ กล่าว TPCH เผยไวรัสโควิด-19 พ่นพิษ เลื่อน COD โรงไฟฟ้า 4 โรงไปเป็น พ.ค.63 ยันไม่กระทบเป้ารายได้-กำไรปีนี้ นายเชิดศักดิ์ วัฒนวิจิตรกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ (TPCH) เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อธุรกิจบ้าง โดย โรงไฟฟ้าชีวมวล 4 แห่ง ประกอบด้วย โรงไฟฟ้า ปัตตานี กรีน เพาเวอร์ (PTG) โรงไฟฟ้าชีวมวล ทีพีซีเอช เพาเวอร์ 1 (TPCH 1) โรงไฟฟ้าชีวมวล ทีพีซีเอช เพาเวอร์ 2 (TPCH 2) โรงไฟฟ้าชีวมวล ทีพีซีเอช เพาเวอร์ 5 (TPCH 5) ต้องเลื่อนแผนจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) ออกไปเป็น พ.ค.63 จากเดิมคาดว่าในเดือน มี.ค.จะ COD 1 โรง และ อีก 3 โรง COD ในเดือน เม.ย.63 อย่างไรก็ตาม การเลื่อน COD ดังกล่าวไม่กระทบเป้ารายได้ปีนี้ โดยยังคงตั้งเป้าเติบโต 40% จากปีก่อนที่อยู่ 1,669.15 ล้านบาท มาจากการรับรู้รายได้จากการขายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) ของโรงไฟฟ้าเดิม และ โรงไฟฟ้าใหม่ โดยปัจจุบันมีกำลังการผลิตไฟฟ้าในมือจำนวน 60 เมกะวัตต์ และ จะเพิ่มเป็น 119 เมกะวัตต์ ในสิ้นปี สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวล และ โรงไฟฟ้าขยะที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง และ รอ COD มีกำลังการผลิตรวม 59 เมกะวัตต์ ประกอบด้วย โรงไฟฟ้าชีวมวล ทีพีซีเอช เพาเวอร์1 (TPCH 1) ,โรงไฟฟ้าชีวมวล ทีพีซีเอช เพาเวอร์2 (TPCH 2), โรงไฟฟ้าชีวมวล ทีพีซีเอช เพาเวอร์5 (TPCH 5), โรงไฟฟ้าชีวมวล ปัตตานี กรีน เพาเวอร์ (PTG) ทำให้มีโรงไฟฟ้าชีวมวลสามารถจ่ายไฟเข้าระบบได้ครบทั้ง 10 โรงไฟฟ้าในครึ่งปีแรก และ โรงไฟฟ้าขยะ สยาม พาวเวอร์ 1 (SP1) ในครึ่งปีหลังนี้ ซึ่งจะเป็นการสนับสนุนรายได้ และ กำไรเติบโตแบบเท่าตัว “เราต้องเลื่อน COD ออกไป เพราะเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานภาครัฐไม่สามารถเดินทางไปตรวจได้ เนื่องจากติดสถานการณ์โควิด แต่เราเชื่อว่าสถานการ์จะกลับมาปกติได้ในเร็ววัน ซึ่งโรงไฟฟ้าของเราทั้ง 4โรงจะสามารถ COD ได้ในเดือนพ.ค. ก็ประมาณไตรมาส 2/63 โดยรายได้เราปีนี้ไม่กระทบจากการเลื่อน COD เพราะเราตั้งเป้าโดยรวมปัจจัยดังกล่าวเข้าไปแล้ว ส่วนกำไรก็ยังเพิ่มขึ้นจากปีก่อน เพราะเราขายไฟได้มากขึ้น”นายเชิดศักดิ์ กล่าว สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 1/63 คาดใกล้เคียงไตรมาส 4/62 หลังทุกโรงไฟฟ้าของบริษัทยังเปิดดำเนินการเต็มกำลังการผลิตตามปกติ และ มีการควบคุมต้นทุนในการผลิตอย่างรัดกุม นอกจากนี้ ยังมีเป้าหมายในการมีใบอนุญาตในการขายไฟฟ้า (PPA) ทั้งโรงไฟฟ้าชีวมวล ชีวภาพ และ โรงไฟฟ้าขยะ ให้ครบ 250 เมกะวัตต์ แบ่งออกเป็น โรงไฟฟ้าชีวมวล ชีวภาพ 200 เมกะวัตต์ ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 110 เมกะวัตต์ และ โรงไฟฟ้าขยะที่ 50 เมกะวัตต์ ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ที่ 10 เมกะวัตต์ |
|




