|
บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CBG เปิดเผยในงาน Oppotunity day โดยมี นายพงศานติ์ คล่องวัฒนกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน เป็นผู้ให้ข้อมูล ระบุ ตั้งเป้าโค่น M 150 ของกลุ่มโอสถสภา ตกบังลังก์ภายในปี 63 ส่วนปีนี้ยอมรับรายได้รวมต่ำกว่าเป้า หลังยอดขายต่างประเทศชะลอตัว โดยมีสาระสำคัญดังนี้
- บริษัทยอมรับรายได้รวมปีนี้จะเติบโต 15-20% จากเดิมตั้งเป้าเติบโต 25% จากปี 60 มีรายได้รวมที่ 13,067.77 ล้านบาท และครึ่งปีแรกทำรายได้แล้ว 7,047.92 ล้านบาท มาจากยอดขายในต่างประเทศชะลอตัวลง โดยเฉพาะผลกระทบจากจีน เนื่องจากที่ผ่านมาบริษัทต้องเร่งระบายสต๊อกสินค้า ทำให้ไม่มียอดคำสั่งซื้อใหม่เข้ามา
-ปีนี้บริษัทตั้งเป้าทำยอดขายในประเทศจีนที่ 300 ล้านกระป๋อง แต่ยอมรับว่าอาจทำยอดขายได้เพียง 150-200 ล้านกระป๋อง ปัจจุบันในตลาดจีนมีส่วนแบ่งทางการตลาดไม่ถึง 2% และ มีพนักงาน 1,300 คน เมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่างกระทิงแดง มีพนักงานในจีนสูงถึง 45,000 คน
“ในไตรมาส 3-4/61 ยอดขายจะกลับมาดีขึ้น โดยเฉพาะตลาดในประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับภาพรวมทางเศรษฐกิจที่มีทิศทางดีขึ้น โดยตลาดเครื่องดื่มชูกำลังในไทยครึ่งปีแรกหดตัวไป 2% และ มองว่าครึ่งปีหลังจะกลับมาเป็นบวกได้”นายพงศานติ์ กล่าว
- ปัจจุบัน บริษัทมีสัดส่วนรายได้จากในประเทศ 52% ต่างประเทศ 48% โดยตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่ม CLMV ครึ่งปีแรกเติบโตมากกว่า 50% และ คิดเป็น 70-80% ของรายได้รวมจากต่างประเทศ ส่วนตลาดจีน คิดเป็น 10% ของรายได้จากต่างประเทศ
-ส่วนกรณีที่รัฐบาลอังกฤษอาจห้ามขายเครื่องดื่มชูกำลังสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี บริษัทประเมินว่า จะไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากเป้าหมายหลักของบริษัทเน้นลูกค้ากลุ่มอายุ 18-35 ปี โดยปีนี้วางเป้ายอดขายที่อังกฤษและประเทศใกล้เคียง 20 ล้านกระป๋อง
-นอกจากนี้ บริษัทยังตั้งเป้าหมายจะเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดตลาดเครื่องดื่มชูกำลังขึ้นเป็นอันดับ 1 ในระยะเวลา 3 ปี หรือ ภายในปี 63 ซึ่งจะสูงกว่าคู่แข่ง M-150 ของกลุ่มโอสถสภา ที่มีส่วนแบ่งตลาดอันดับหนึ่งอยู่ในขณะนี้ที่ 39% ส่วนของบริษัทมีส่วนแบ่งตลาด 24% โดยบริษัทมีแผนปรับแบรนด์สินค้าให้มีความทันสมัยอยู่เสมอ รวมถึงบริษัทมีสาวบาวแดงจำนวนมาก เพื่อเป็นกลยุทธ์สำคัญในการจำหน่ายสินค้า
“เรามีเป้าหมายที่จะเพิ่มมาร์เก็ตแชร์ปีนี้ให้ได้อีก 2% จากปัจจุบันที่อยู่ 24% ซึ่งถ้าจะขึ้นเป็นอันดับ 1 ก็ต้องเพิ่มให้ได้ 7% โดยเชื่อว่าถ้าทำได้ปี 63 เราขึ้นอันดับ 1 อย่างแน่นอน”นายพงศานติ์ กล่าว
|