ยินดีต้อนรับ กรุณา สมัครสมาชิก หรือเข้าสู่ระบบ

Home » หุ้น JWD
เข้าชม : 333

ประเมิน 1H20 ผลกระทบจาก COVID-19 จะเป็นลบไม่มาก และตัดสินใจที่จะขายธุรกิจอาหารในไต้หวันออก

โพสต์เมื่อ: วันพฤหัสบดี 7 พฤษภาคม 2563  13:50 น.
10/03/2563
บล.เคทีบี(ประเทศไทย) : JWD แนะนำซื้อ ปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 8.20 บาท
เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” แต่ปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 8.20 บาท จากเดิม 9.00 บาท โดยยังอิง 2020E PER ที่ 23 เท่า (-0.25SD below 3-yr average PER) เรามีมุมมองเป็นกลางจากการประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ โดย JWD ประเมิน 1H20 ผลกระทบจาก COVID-19 จะเป็นลบไม่มาก เนื่องจากจะได้ปัจจัยหนุนจากธุรกิจคลังสินค้าที่จะมี occupancy rate สูงขึ้น และจะมีการรับรู้รายได้จากงานใหม่ๆ ช่วยหนุนกำไรเพิ่มขึ้น และคาดว่าสถานการณ์จะดีขึ้นใน 3Q20 ซึ่งจะทำให้ผลการดำเนินงานกลับมาฟื้นตัวได้ ทั้งนี้ เรามีการปรับลดกำไรสุทธิปี 2020E ลงจากเดิม -9% เป็น 367 ล้านบาท +1% YoY จากผลกระทบจาก COVID-19 โดยคาดว่าสถานการณ์จะดีขึ้นใน 3Q20E เราประเมินกำไรสุทธิ 1H20E จะลดลง YoY ราว -5%-10% ลดลงไม่มากเพราะจะได้กำไรของธุรกิจใหม่ๆ ช่วยหนุน และคาดว่าจะกลับมาเติบโต YoY ได้ใน 2H20E

  ราคาหุ้นมีการปรับตัวลงแต่ยัง outperform SET +5% ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา จากกำไรสุทธิ 4Q19 ที่โดดเด่นดีกว่าที่ตลาดคาด เราประเมินกำไรสุทธิปี 2020E จะสามารถทรงตัวจากปีก่อนได้ โดยจะได้ผลบวกจากธุรกิจใหม่ๆ ช่วยหนุนกำไร ขณะที่ธุรกิจเดิมคาดจะได้รับผลกระทบไม่มาก เพราะส่วนใหญ่เป็นรายได้ประเภท recurring income และลูกค้าจะกลับมาใช้บริการมากขึ้นหากสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ เราประเมินกำไรสุทธิที่มีแนวโน้มอ่อนตัว YoY ในช่วง 1H20E จะเป็นจังหวะในการเข้าสะสมก่อนที่ผลการดำเนินงานจะกลับมาปรับตัวดีขึ้นใน 2H20E

Event: Analyst meeting
 JWD ประเมิน 1H20 ผลกระทบจาก COVID-19 ยังไม่มาก และจะดีขึ้นใน 2H20 JWD ประเมินในช่วง 1H20 จะยังไม่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 มากนัก โดยธุรกิจคาดว่าจะได้รับผลกระทบ ได้แก่ ธุรกิจให้บริการรับฝากและบริหารสินค้าอันตรายที่จะทำให้จำนวนตู้สินค้าผ่านทางเรือลดลง, ธุรกิจ food service ในไต้หวันที่ลดลง และธุรกิจคลังห้องเย็นคาดว่า occupancy rate จะลดลงจากระดับสูงที่ 90% ในไตรมาสก่อน ขณะที่ธุรกิจคลังสินค้าทั่วไปและคลังสินค้าอันตรายจะได้ผลบวกจากการที่ลูกค้าเข้ามาใช้บริการเช่าพื้นที่เก็บสินค้าเป็นระยะเวลานานขึ้น ธุรกิจให้บริการรับฝากและบริหารยานยนต์และธุรกิจขนส่งจะได้ผลบวกจากงานใหม่เข้ามาช่วยหนุน นอกจากนั้น JWD คาดว่าสถานการณ์จะดีขึ้นใน 3Q20 ซึ่งจะทำให้ผลการดำเนินงานกลับมาฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ COVID-19 ลากยาวไปจนถึง 3Q20 ประเมินว่าจะได้รับผลกระทบมากขึ้น จากการที่ลูกค้าอาจลดกำลังการผลิต ซึ่งจะทำให้ occupancy rate ธุรกิจคลังสินค้าลดลงด้วย
 JWD เริ่มรับรู้รายได้จากงานใหม่ช่วยชดเชยผลกระทบจาก COVID-19 สำหรับในปี 2020E JWD จะได้ปัจจัยหนุนจากการเริ่มรับรู้รายได้จากงานใหม่ๆ ได้แก่
1) ธุรกิจให้บริการรับฝากและบริหารยานยนต์ ได้รับงานใหม่ 3 สัญญา โดยคาดจะรับรู้รายได้ปี 20E ราว 130 ล้านบาท (ประเมินจะมีกำไรสุทธิราว 15 ล้านบาท),
2) งานให้บริการยกขนตู้สินค้าคอนเทนเนอร์จากท่าเทียบเรือ barge terminal ภายในท่าเรือแหลมฉบังตั้งแต่เดือน ก.พ.2020 โดยคาดรายได้ราว 100 ล้านบาท (ประเมินจะมีกำไรสุทธิราว 12-16 ล้านบาท รวมในประมาณการแล้ว),
3) ธุรกิจ JWD Express เป็นการให้บริการ delivery สำหรับสินค้าแช่เย็น เช่น อาหารสด และดอกไม้ เป็นต้น โดยคาดจะมีรายได้ราว 100 ล้านบาท แต่อาจยังมีกำไรไม่มาก
 ปรับลดกำไรปี 2020E เป็นใกล้เคียงปีก่อน เรามีการปรับลดกำไรสุทธิปี 2020E ลงจากเดิม -9% เป็น 367 ล้านบาท +1% YoY จากผลกระทบจาก COVID-19 โดยคาดว่าสถานการณ์จะดีขึ้นใน 3Q20E โดยเราประเมินกำไรสุทธิ 1H20E จะลดลง YoY ราว -5%-10%  โดยจะได้กำไรจากธุรกิจใหม่ๆ ช่วยหนุน และคาดว่าจะกลับมาเติบโต YoY ได้ใน 2H20E

Valuation/Catalyst/Risk
  เราปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 8.20 บาท จากเดิมที่ 9.00 บาท โดยยังอิง 2020E PER ที่ประมาณ 23 เท่า (-0.25SD below 3-yr average PER) เนื่องจากเรามีการปรับลดกำไรลง โดยยังคงติดตามสถานการณ์ COVID-19 ซึ่งจะเป็นความเสี่ยงต่อผลการดำเนินงาน 1H20E ขณะที่ key catalyst จากธุรกิจใหม่ๆ ที่เริ่มรับรู้รายได้ปีนี้ยังช่วยหนุนกำไร และคาดว่าสถานการณ์ COVID-19 จะดีขึ้นใน 2H20E ซึ่งจะทำให้กำไรสุทธิกลับมาฟื้นตัวโดดเด่น

-------------------------------

10/03/2563
บล.ทิสโก้ : JWD แนะนำ“ซื้อ” มูลค่าที่เหมาะสม 10 บาท (DCF)
JWD : มีแผนที่จะตัดธุรกิจอาหารออก
มีแผนในการขายเงินลงทุน และหาแหล่งเงินทุนใหม่

จากการประชุมกับผู้บริหาร การดำเนินงานในช่วง 2M20 ยังไม่ได้รับผลกระทบ แต่หากการระบาดของ COVID-19 ยาวไปจนถึง 3Q20 การดำเนินงานถึงจะได้รับผลกระทบ แต่มีปัจจัยบวกจากการลงทุนใหม่ใน ASRS ห้องเย็นที่มหาชัยคาดเริ่มดำเนินงานใน 4Q20F และที่เก็บเอกสารที่สุวินทวงศ์ เมื่อการดำเนินงานเข้าที่แล้วบริษัทมีแผนที่จะขายสินทัพย์เข้ากองทุน REIT และมีแผนที่จะขายเงินลงทุนในธุรกิจอาหาร เรายังคงแนะนำให้ “ซื้อ” จากการเติบโตในระยะยาวมูลค่าที่เหมาะสม 10 บาท

การขายธุรกิจอาหารที่ไต้หวัน
  การระบาดของ COVID-19 ทำให้บริษัทตัดสินใจที่จะขายธุรกิจอาหารในไต้หวันออก  โดยในปีที่ผ่านมาบริษัทได้มีการลงทุนในธุรกิจโรงงานหั่นผัก แต่ด้วยเศรษฐกิจที่อ่อนแอลง ทำให้รายได้และผลประกอบการลดลง สุดท้ายนี้ด้วยสัดส่วนรายได้ต่อผลประกอบการที่ไม่มากทำให้ผลประกอบการของบริษัทจะกระทบไม่ถึง 10%

ผลประกอบการปี 2020 – 22F คงเดิม
  เรายังคงเป้ารายได้, ผลประกอบการ, อัตรากำไร และ SG&A ต่อยอดขาย นอกจากนี้ เราได้รวมผลของ COVID-19 ในรายงานฉบับก่อนหน้าแล้ว
  มูลค่าที่เหมาะสม 10 บาท (DCF) แนะนำให้ “ซื้อ” โดยมีความเสี่ยงคือ การสิ้นสุดสัมปทาน, ปัญหาด้านที่ดิน และความล่าช้าในการทำ M&A และ JV

-----------------------------------------

11/03/2563
บล.หยวนต้า(ประเทศไทย) : JWD แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายที่ 8.00 บาท

 

          ► ธุรกิจยังคงแข็งแกร่ง แต่การระบาดของ Covid-19 อาจกระทบการดำเนินงานบางส่วน
          ► ธุรกิจคลังสินค้ายังได้รับผลกระทบจำกัดในช่วงสั้น แต่หากสถานการณ์ยืดเยื้ออาจได้รับผลกระทบ
          ► เพื่อลดความเสี่ยงจึงลดประมาณการกำไรปี 2563 ลง 26%

Our view :
          ► มีมุมมองเป็นกลาง ต่อ JWD ลูกค้าเช้าคลังสินค้ายังแน่น และได้ลูกค้าใหม่ แต่ด้วยสถานการณ์ภาวะโรคระบาดและเศรษฐกิจกิจโลกมีความเสี่ยงมากขึ้น เราจึงปรับลด EV/EBITDA ในการประเมินมูลค่า ทำให้ราคาเป้าหมายใหม่ลดลงเป็น 8.50 บาท 
          ► อย่างไรก็ตามราคาลงมามากเกินกว่าปัจจัยพื้นฐานทำให้ยังเหลือ Upside gain สูง จึงคงคำแนะนำ ซื้อ

ถ้าไม่มีเรื่องกวนใจแบบนี้ ... จะดีมาก
ได้งานเพิ่ม เริ่มงานใหม่ ... ช่วยลดผลกระทบ
          วานนี้เราเข้าร่วมการประชุมนักวิเคราะห์ ผู้บริหารยังมองธุรกิจยังเติบโตในปี 2563 ขณะที่เรายังมองว่ามีความเสี่ยงในบางจุด รายละเอียดดังนี้
1) ธุรกิจคลังสินค้าทั่วไปยังมีการใช้งานแน่น ระยะสั้น Covid-19 เป็นบวกเนื่องจากธุรกิจชะงักไปทำให้ยังจำเป็นต้องเช่าคลังสินค้า แต่หากยืดเยื้อจะได้รับผลกระทบเพราะลูกค้าจะลดกำลังการผลิต คลังสินค้าควบคุมอุณหภูมิเริ่มมีการเช่าลดลงเพราะปลาทูน่าเริ่มถูกเบิกออกไปใช้เพิ่มขึ้น ราคาปลาทูน่าที่เพิ่มขึ้นทำให้ลูกค้าไม่ต้องเร่งสต๊อกเหมือนปี 2562
2) ธุรกิจยานยนต์มีสัญญาบางส่วนกับ Nissan หมดลงทำให้มีงานลดลง แต่ได้งานใหม่จากมาสด้า, อีซูซุ และ ฟอร์ด เพิ่มขึ้นชดเชยได้หมดและมากกว่าเดิมราว 10% อย่างไรก็ตามหาก Covid-19 ยืดเยื้อไปถึง 3Q63 รายได้ส่วนนี้อาจได้รับผลกระทบ
3) รายได้ Rail yard (ยกขนตู้สินค้าขึ้น/ลง รถไฟ) ที่ชะงักไปใน 3Q62 กลับมาเร่งขึ้นใน 4Q62 จำนวนตู้เพิ่มขึ้นถึง 203% QoQ เป็น 25,561 ตู้ และเดือน ม.ค. ของ 1Q63 ยังเติบโต แต่เราระมัดระวังมากขึ้นในช่วงเดือน ก.พ. และมี.ค. ต่อเนื่องถึง 2Q63 ที่อาจได้รับผลกระทบจาก Covid-19 และราคาน้ำมันที่ลงแรง อาจทำให้จำนวนตู้ลดลงตามการส่งออก-นำเข้าที่ลดลง โดยลูกค้าส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มพลังงานและ ปิโตรเคมี
4) สินค้าอันตรายยังปกติ
5) ธุรกิจอาหารในไต้หวันได้รับผลกระทบจาก Covid-19 โดยตรงคาดว่าจะเป็นอีกปีที่ไม่ทำกำไร จากที่ขาดทุน 6 - 8 ลบ. ในปี 2562 แต่อาจพิจารณาจำหน่ายเงินลงทุนออกหากได้ราคาที่เหมาะสม ซึ่งจะช่วยลด SG&A และค่าเสื่อมราคาลงได้

ปรับประมาณการลงเพื่อสะท้อนความเสี่ยง
          แม้แนวโน้มธุรกิจยังเป็นบวกและธุรกิจหลักยังไม่เห็นผลกระทบที่ชัดเจนจาก Covid-19 ลบ. เนื่องจากยังมีตัวเลขเพียงเดือนเดียวของ 1Q63 คาดว่าอีก 2 เดือนที่เหลือและต่อเนื่องถึง 2Q63 อาจได้รับผลกระทบอบู่บ้างเราคาดกำไร 1Q63 ราว 90 ลบ.+/- ทรงตัว YoY ลดลง 10 - 15% QoQ เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น เราปรับประมาณการรายได้ปี 2563 ลง 11.6% เป็น 3,692 ลบ. ปรับลด GPM ลงจาก 29.5% เป็น 28.1% แต่ยังคงประมาณการส่วนแบ่งกำไรจาก TMS และ PPSEZ ไว้ ส่งผลให้กำไรปกติปี 2563 ลดลงจากประมาณเดิม 26.0% เป็น 317 ลบ. ลดลง 13.9% YoY

ราคาตลาดลงไปไกลกว่าพื้นฐาน ... คงคำแนะนำ ซื้อ
          นอกจากปรับประมาณการลงแล้วเรายังปรับใช้ EV/EBITDA ในการประเมินมูลค่าลงจาก 13.0 เท่า เป็น 9.0 เท่า ได้ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2563 ที่ 8.00 บาท จากเดิม 12 บาท เทียบเท่า PER 2563 ที่ 25 เท่า จากเดิม 29 เท่า แต่ด้วยราคาที่ลงมาลึกตามภาวะตลาด ขณะที่พื้นฐานของบริษัทได้รับผลกระทบจำกัด ทำให้ราคาตลาดยังคงมี Upside gain อีกถึง 20% จึงยังคงคำแนะนำ ซื้อ 


s


คุณต้องสมัครสมาชิก ถึงจะโพสกระทู้ได้

สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ