EPS งบ SPA
| |
Q1 |
Q2 |
Q3 |
Q4 |
รวม |
| ปี 2558 |
0.04 |
0.04 |
0.05 |
0.06 |
0.19 |
| ปี 2559 |
0.06 |
0.05 |
0.07 |
0.06 |
0.25 |
| ปี 2560 |
0.08 |
0.07 |
0.08 |
0.08 |
0.31 |
| ปี 2561 |
0.10 |
0.08 |
0.09 |
0.09 |
0.36 |
| ปี 2562 |
0.10 |
0.08 |
0.123 |
|
|
4Q19F จะรับรู้รายได้สาขาใหม่อีก 4 แห่ง
---------------------------
บล.โนมูระ พัฒนสิน : SPA แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 17.10 บาท
15/11/2562
SPA (BUY, TP17.1) กลับมาโฟกับธุรกิจสปาเต็มตัว เร่งกำไรโตต่อใน 4Q19F
กำไร 3Q19 ทำได้ดีมาก +34.8%y-y, +47.9%q-q ที่ 70 ล้านบาท ดีกว่าคาด 25% จากการยกเลิกธุรกิจสปาเล็บ และโฟกัส Core operation ธุรกิจสปา โดยสาขาที่เปิดใหม่ในช่วงต้นปี สร้างรายได้ได้น่าประทับใจ และมีแนวโน้มเร่งขึ้นต่อใน 4Q19F จาก High season และรับรู้รายได้สาขาใหม่อีก 4 แห่ง ตลอดจนมาตรการหนุนภาครัฐ Visa on Arrival คงคำแนะนำ ซื้อ ด้วยมูลค่าเหมาะสม 17.1 บาท/หุ้น
-------------------------------
บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง : SPA แนะนำซื้อ ราคาเหมาะสมปี 62 ที่ 15.80 บาท
15/11/2562
ผลการดำเนินงานไตรมาส 3/62 – กำไรสูงกว่าคาด 21%
SPA รายงานกำไรสุทธิ 70 ลบ. ขยายตัวดี +48% QoQ และ 35% YoY อย่างยอดเยี่ยม ส่วนหนึ่งมาจากการเตรียมพร้อมการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวที่ดี โดยจำนวนสาขาขยายเพิ่ม 10 สาขา ขณะที่การวางโมเดล Sap operator ในโรงแรม (ให้อัตรากำไรสูง) ผนวกกับปริมาณนักท่องเที่ยวจีนที่หนาแน่น ทำให้ยอดขายต่อสาขาเดิม และ สาขาใหม่ ทำได้ดี +9% YoY และ 19% YoY โดยอัตรากำไรขั้นต้นฟื้นขึ้นตามที่เรามองไว้เป็น 33.3% จาก 29.0% ในไตรมาส 2/62 ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดของปี และ 33.7% ในปีก่อน โดยการรายงานกำไรที่ดีกว่าคาด 21% นี้ ส่วนใหญ่เกิดจาก อัตรากำไรขั้นต้นที่สูงกว่าคาด 200bps และ การบริหารค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารดีกว่าคาด 2 ลบ. ซึ่งเร็วกว่าที่เราคาดไว้ว่า SPA จะทำสถิติใหม่ในไตรมาส 4/62
แนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 4/62 – คาดจะทำสถิติใหม่
เรายังคงมุมมองว่า ไตรมาส 4 ปีนี้ จะเป็นปีที่ยอดเยี่ยมของ SPA จากความเตรียมพร้อมที่ดี, ปริมาณนักท่องเที่ยวจีนที่สูง, การตัดหน่วยธุรกิจที่มีปัญหาออกไป เราคาดหวังกำไรระดับ 75-80 ลบ. คิดเป็นการเติบโตราว 53% YoY
คำแนะนำการลงทุน
กำไรใน 9M62 คิดเป็น 73% ของประมาณการทั้งปี เราจึงคงประมาณการไว้ตามเดิม และคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมปี 2562 ตามเดิม 15.80 บาท/ หุ้น อิง DCF (WACC 8.6% g 5.0%)
ความเสี่ยง
ปริมาณนักท่องเที่ยวชาวจีน ซึ่งมีบทบาทราว 55% ของผู้ใช้บริการ
----------------------------------
28/10/2562
บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี : SPA แนะนำ ถือ ราคาเป้าหมาย 14.60 บาท
ราคาสะท้อนแนวโน้มที่ดีขึ้น
เราคาดว่า SPA จะรายงานกำไรสุทธิ 3Q19 ที่ 55 ล้านบาท (+6%yoy, +10%qoq) จาก 7% SSSG และการเปิดสาขาใหม่
เราเชื่อว่าราคาหุ้นสะท้อนผลประกอบการของ 2H19 บางส่วนแล้ว ราคาหุ้นมีการซื้อขายอยู่ที่ P/E 30.5x FY20
คงคำแนะนำ ถือ ด้วยราคาเป้าหมายที่เพิ่มขึ้นเป็น 14.60 บาท
Retail│Thailand│Phornvilai Santusatharom +66(2) 761 9230 – phornvilai.sa@cgs-cimb.com (ผู้ติดต่อเบื้องต้น)
Line ID : @CGS-CIMB TH Youtube : CGS-CIMB TH
-------------------------------
18/11/2562
บล.ทิสโก้ : SPA แนะนำ“ซื้อ” มูลค่าที่เหมาะสม 16.00 บาท (DCF)
SPA : ผลประกอบการดีกว่าคาด
ผลประกอบการทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 70 ล้านบาท (+36% YoY และ 49% QoQ)
SPA รายงานผลประกอบการดีกว่าที่เราคาด 15% จากรายได้ที่เพิ่มขึ้น และคุม OPEX หากเราตัดรายการพิเศษจากการเลิกกิจการของ CHABA ออกผลประกอบการจะอยู่ที่ 68 ล้านบาท และในไตรมาสนี้มีการเปิดสาขา 4 แห่ง
• รายได้อยู่ที่ 368 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% YoY และ 9% QoQ ดีกว่าคาด 9% โดยผลประกอบการเพิ่มขึ้นจาก SSSg ที่เพิ่มขึ้น 9% YoY และ 11% QoQ มีสาขาเพิ่มขึ้นเป็น 60 สาขาจากปีก่อนที่ 50 สาขา และนักท่องเที่ยวจีนที่เพิ่มขึ้น
• อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 33% จากเดิมที่ 33.7% ในช่วง 3Q18 แต่เพิ่มขึ้นจาก 29% QoQ โดยอัตรากำไรที่เพิ่มขึ้นมาจากสาขาใหม่ที่ The Market และ The Embassy ที่คุ้มทุนแล้ว และการหยุดขยายสาขาของ Stretch Me ทำให้ผลประกอบการเพิ่มขึ้น QoQ
• SG&A ต่อรายได้ลดลงเป็น 11.5% จากเดิมที่ 12.8% ในช่วง 3Q18 และ 13.5% ในช่วง 2Q19 จากการดำเนินงานที่มียอดขายเพิ่มขึ้น
• ผลประกอบการ 9M19 เพิ่มขึ้น 77% สำหรับปี 2019F เราคาดว่าผลประกอบการ 4Q19F จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากเป็นช่วง Hi-season ทั้งนี้บริษัทมีการปิดสาขาไป 4 แห่ง
เราแนะนำให้ “ซื้อ” โดยมีมูลค่าที่เหมาะสม 16.00 บาท (DCF)
-------------------------------
20/11/2562
บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส : SPA แนะนำ ซื้อ ราคาพื้นฐาน 19.50 บาท
จังหวะลงทุน รอเก็บเกี่ยวการเติบโต
SPA ถือเป็นผู้นำธุรกิจด้านการให้บริการนวดและสปาเพื่อสุขภาพ (Wellness) ซึ่งปัจจุบันได้รับความนิยมสูง และจะมีโมเมนตัมที่ดีต่อเนื่องไปในอนาคตอีกหลายปีข้างหน้า แบรนด์ได้รับการยอมรับสูงคือ Let’s Relax และจะเป็นแบรนด์ที่จะใช้รุกตลาดต่อไป
ถือว่าเป็นรายแรกๆที่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากการที่ไทยเป็นเมืองท่องเที่ยวและมีการเติบโตดี ทั้งนี้บริษัทมีสัดส่วนรายได้ถึง 75% ที่อิงตามการท่องเที่ยว ขณะที่การเติบโตของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่มาไทย มีการเติบโตดีจนไปถึงระยะยาว
คาดว่าในช่วง 2 ปีข้างหน้าคือ ปี 63 และ 64 จะได้เวลาเก็บเกี่ยว จากการลงทุนในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ยังผลให้มีอัตราการเติบโตกำไรที่สูง คาดว่าจะทำกำไรเป็นสถิติสูงสุดใหม่ อัตราการเติบโต CAGR เฉลี่ยสูงเป็น 23% สำหรับปี63 เติบโต 23% และปี 64 เป็น 22% เทียบ y-o-y สำหรับแรงผลักดันการเติบโตมาจาก การขยายสาขาต่อเนื่องทั้งไทยและต่างประเทศ เพิ่มอัตราการเติบโตจากสาขาเดิม (SSSG) กระจายความเสี่ยงไปยังห้างสรรพสินค้าในรูปแบบใหม่ๆ และพยายามเพิ่มอัตรากำไร
เราเริ่มทำการวิเคราะห์ด้วยคำแนะนำ ซื้อ กำหนดราคาพื้นฐานเป็น 19.50 บาท ซึ่งประเมินด้วยวิธี SOP