|
|
โพสต์เมื่อ: วันพฤหัสบดี 5 มีนาคม 2563 11:49 น.
MEGA ตั้งเป้ารายได้ปีนี้โต 6-10% ทุ่ม 400 ลบ. รุกโรงงานบางปู
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -5 มี.ค. 63 11:24 น. MEGA ตั้งเป้ารายได้ปีนี้โต 6-10% หลังตลาดยาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเติบโต ทุ่ม 400 ลบ. รุกโรงงานบางปูทั้งแวร์เฮ้าส์ ,R&Dและผลิต ระบุไม่หวั่นโควิด-19 ชี้มีสต็อกสินค้า 6-8 เดือน มองยาเป็นสินค้าจำเป็น นายวิเวก ดาวัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมก้า ไลฟ์ไซแอ็นซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ MEGA เปิดเผยว่าปีนี้ตั้งเป้ารายได้เติบโต 6-10% มาจากการเติบโตของการขายสินค้าโดยเฉพาะในภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ในชื่อ Mega we care ที่มีสัดส่วนรายได้จากไทย 30% , เวียดนาม20% , เมียนมา 12% ,มาเลเซีย 10% และอื่นๆ และแบรนด์ Maxxcare มีสัดส่วนรายได้จากเมียนมา 70% , เวียดนาม 20% และกัมพูชา 10% โดยในปีนี้ใช้งบลงทุน(Capex) ประมาณ 800 ล้านบาท โดย 400 ล้านบาทแรกใช้ไปแล้วในการลงทุนซื้อหุ้น 83.33% ในบริษัท PT Futamed Pharmaceuticals ประเทศอินโดนีเซีย เป็นมูลค่าลงทุน 414.481 ล้านบาท ซึ่งการลงทุนดังกล่าวจะเริ่มรับรู้รายได้ในปี 2566-2567 และอีกประมาณ 400 ล้านบาทจะใช้ลงทุนโรงงานที่บางปู ที่มีทั้งส่วนแวร์เฮ้าส์ ซึ่งเริ่มใช้งานได้แล้ว , ศูนย์วิจัยและพัฒนา(R&D) ยา คาดเริ่มดำเนินการได้ในเดือนมิถุนายนหรือกรกฎาคมนี้ และในส่วนของโรงงานผลิตจะเริ่มดำเนินการได้ในช่วงไตรมาส 1/64 ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ยาในทุกรูปแบบที่รอขึ้นทะเบียนประมาณ 300 รายการ โดยในปีนี้จะออกสินค้าใหม่ประมาณ 10-15 ผลิตภัณฑ์ เป็นยาสามัญประจำบ้าน , ยาสมุนไพร , วิตามิน , ยาเพื่อสุขภาพ ฯลฯ ซึ่งสินค้าใหม่นี้ใช้ค่าใช้จ่ายประมาณ 2% ของยอดขาย ด้านผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 มองว่าไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน เนื่องจากปัจจุบันบริษัทมีสต็อกสินค้าไว้แล้วประมาณ 6-8 เดือน ซึ่งยังไม่กระทบกระบวกการผลิตถึงมือผู้บริโภค (Supply Chain) และมองว่า สินค้าในกลุ่มยายังมีความจำเป็น โดยเฉพาะในโรงพยาบาล |
|




