|
|
โพสต์เมื่อ: วันพฤหัสบดี 18 มิถุนายน 2563 13:54 น.
MEGA มั่นใจปีนี้ยอดขาย-กำไรโต 5-10% รับเทรนด์สุขภาพมาแรง
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -5 มิ.ย. 63 12:03 น. MEGA มั่นใจปีนี้ยอดขาย-กำไรโต 5-10% หลังโควิดทำเทรนด์สุขภาพมาแรง ส่วนโรงงานบางปูคาดเริ่มผลิตช่วง ก.ค.64 ฟากบ.ย่อยในอินโดฯ เริ่มรับรู้รายได้ - เร่งเจรจาลงทุนโรงงานยาในเมียนมาต่อเนื่อง นายวิเวก ดาวัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมก้า ไลฟ์ไซแอ็นซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ MEGA เปิดเผยว่าภาพรวมทิศทางการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทยังคงดำเนินการให้เติบโตได้ตามแผน ช่วยหนุนยอดขายและกำไรทั้งปีเติบโต 5-10% เนื่องจากปัจจุบันผู้บริโภคหันมาดูแลสุขภาพมากขึ้น จากโควิด-19 "การแพร่ระบาดโควิด-19 เกิดล็อกดาวน์ ทำให้ร้านขายยาปิดบาง วัตุดิบบางส่วนแพงขึ้นจากความต้องการใช้เพิ่ม แต่คนก็หันมาดูแลสุขภาพมากขึ้นซึ่งหนุนผลดีต่อธุรกิจ MEGA ซึ่งมองว่าไม่ได้กระทบบริษัทอย่างมีนัยเราสามารถบริหารได้ ทั้งปียังวางเป้าหมายการเติบโต 5-10%" นายวิเวกกล่าว ทั้งนี้การเติบโตยังคงมาจากกลุ่มธุรกิจยาและอาหารเสริมจาก 2 แบรนด์หลัก คือ Mega We Care และ Maxxcare(ขายใน 3 ประเทศเมียนมา, เวียดนาม, กัมพูชา) โดยสิ้นสุดQ1/63 สัดส่วนยอดขายอยู่ที่ 46% และ 52% ตามลำดับ และที่เหลือมาจากธุรกิจ OEM และหากแบ่งสัดส่วนยอดขายมาจากต่างประเทศ 70% ในประเทศ 30% โดยบริษัทจำหน่ายใน 33 ประเทศทั่วโลก ด้านความคืบหน้าของการดำเนินโรงงานบางปูที่เริ่มลงทุนไปก่อนหน้านี้มูลค่าประมาณ 510 ล้านบาท ปัจจุบันสามารถดำเนินการได้แล้วบางส่วนเช่นในส่วน คลังสินค้า(Warehouse) , ศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D) คาดว่าจะเริ่มใช้งานได้ประมาณอีก 3 เดือนจากนี้ และเริ่มดำเนินการผลิตได้ประมาณกรกฎาคมปี 2564 ส่วนการดำเนินธุรกิจหลังซื้อบริษัท PT Futamed Pharmaceuticals ประเทศอินโดนีเซียในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สามารถสร้างรายได้จำนวน 16 ล้านบาท และมีผลขาดทุนสุทธิ (ไม่รวมอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ) จำนวน 10.6 ล้านบาท โดยผลขาดทุนสุทธิเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว ซึ่งแสดงอยู่ในส่วนของต้นทุนขายเป็นจำนวน 8.2 ล้านบาทจากการรวมธุรกิจ สำหรับการลงทุนโรงงานยาในเมียนมาซึ่งจะทำร่วมกับพาร์ทเนอร์ในประเทศดังกล่าว ปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการศึกษาและเจรจา ซึ่งหากมีความคืบหน้าจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งในช่วงการประกาศงบ Q2/63 --------------------------- บล.ทิสโก้ : MEGA แนะนำ“ถือ” มูลค่าที่เหมาะสมเพิ่มขึ้นเป็น 35 บาท 22/05/2563 MEGA : อัตรากำไรขั้นต้นลดลงกดดันผลประกอบการ 1Q20 อัตรากำไรลดลงทำให้ผลประกอบการต่ำกว่าคาด รายได้รวมอยู่ที่ 3 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% YoY และ 0.8% QoQ ตามคาด ปรับประมาณการปี 2020F ลง แต่ปรับปี 2021 – 22F ขึ้น มูลค่าที่เหมาะสม 35.00 บาท อิง PER ที่ 30 เท่าสำหรับปี 2020F คำนวณจาก PEG ที่ 1.8 เท่า จากอัตราการเติบโต 16.6% เฉลี่ย แต่มีความเสี่ยงคือ ยอดขายสินค้าแบรนด์ที่ลดลง, การแข่งขันที่เพิ่มขึ้น และมีความเสี่ยงเชิงบวกจากยอดขายที่เพิ่มขึ้น และการดำเนินงานที่เมียนมาที่ดีขึ้น MEGA : กังวลเรื่องสุขภาพ MEGA ช่วยได้ ได้ประโยชน์จากการระบาดของ COVID-19 ตั้งเป้ารายได้โต 5 – 10% YoY ในปี 2020F แบบเชิงรับ เราคงประมาณการและมูลค่าที่เหมาะสม เราแนะนำให้ “ถือ” โดยมีมูลค่าที่เหมาะสม 35.00 บาท อิง PER ที่ 30 เท่าสำหรับปี 2020F ตาม PEG ที่ 1.8 เท่า โดยมีความเสี่ยงคือ ยอดขายที่โตต่ำกว่าคาด, การแข่งขันที่เพิ่มขึ้น แต่มีความเสี่ยงเชิงบวกจากการทำ M&A และยอดขายที่ดีกว่าคาด |
|




