ยินดีต้อนรับ กรุณา สมัครสมาชิก หรือเข้าสู่ระบบ

Home » หุ้น MEGA
เข้าชม : 374

กำไรสุทธิ Q1/63 เพิ่มขึ้น 10% YoY แต่ลดลง 25% QoQ (ไม่รวมกำไรพิเศษ) ต่ำกว่าคาด

โพสต์เมื่อ: วันพฤหัสบดี 18 มิถุนายน 2563  13:54 น.
MEGA มั่นใจปีนี้ยอดขาย-กำไรโต 5-10% รับเทรนด์สุขภาพมาแรง
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -5 มิ.ย. 63 12:03 น.

 

MEGA มั่นใจปีนี้ยอดขาย-กำไรโต 5-10% หลังโควิดทำเทรนด์สุขภาพมาแรง ส่วนโรงงานบางปูคาดเริ่มผลิตช่วง ก.ค.64  ฟากบ.ย่อยในอินโดฯ เริ่มรับรู้รายได้ - เร่งเจรจาลงทุนโรงงานยาในเมียนมาต่อเนื่อง 

   นายวิเวก ดาวัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมก้า ไลฟ์ไซแอ็นซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ MEGA  เปิดเผยว่าภาพรวมทิศทางการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทยังคงดำเนินการให้เติบโตได้ตามแผน ช่วยหนุนยอดขายและกำไรทั้งปีเติบโต 5-10% เนื่องจากปัจจุบันผู้บริโภคหันมาดูแลสุขภาพมากขึ้น จากโควิด-19

   "การแพร่ระบาดโควิด-19 เกิดล็อกดาวน์ ทำให้ร้านขายยาปิดบาง วัตุดิบบางส่วนแพงขึ้นจากความต้องการใช้เพิ่ม แต่คนก็หันมาดูแลสุขภาพมากขึ้นซึ่งหนุนผลดีต่อธุรกิจ MEGA ซึ่งมองว่าไม่ได้กระทบบริษัทอย่างมีนัยเราสามารถบริหารได้ ทั้งปียังวางเป้าหมายการเติบโต 5-10%" นายวิเวกกล่าว

   ทั้งนี้การเติบโตยังคงมาจากกลุ่มธุรกิจยาและอาหารเสริมจาก 2 แบรนด์หลัก คือ Mega We Care และ Maxxcare(ขายใน 3 ประเทศเมียนมา, เวียดนาม, กัมพูชา) โดยสิ้นสุดQ1/63 สัดส่วนยอดขายอยู่ที่ 46% และ 52% ตามลำดับ และที่เหลือมาจากธุรกิจ OEM และหากแบ่งสัดส่วนยอดขายมาจากต่างประเทศ 70% ในประเทศ 30% โดยบริษัทจำหน่ายใน 33 ประเทศทั่วโลก

   ด้านความคืบหน้าของการดำเนินโรงงานบางปูที่เริ่มลงทุนไปก่อนหน้านี้มูลค่าประมาณ 510 ล้านบาท ปัจจุบันสามารถดำเนินการได้แล้วบางส่วนเช่นในส่วน คลังสินค้า(Warehouse)  , ศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D) คาดว่าจะเริ่มใช้งานได้ประมาณอีก 3 เดือนจากนี้ แลเริ่มดำเนินการผลิตได้ประมาณกรกฎาคมปี 2564

   ส่วนการดำเนินธุรกิจหลังซื้อบริษัท PT Futamed Pharmaceuticals ประเทศอินโดนีเซียในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สามารถสร้างรายได้จำนวน 16 ล้านบาท และมีผลขาดทุนสุทธิ (ไม่รวมอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ) จำนวน 10.6 ล้านบาท โดยผลขาดทุนสุทธิเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว ซึ่งแสดงอยู่ในส่วนของต้นทุนขายเป็นจำนวน 8.2 ล้านบาทจากการรวมธุรกิจ

   สำหรับการลงทุนโรงงานยาในเมียนมาซึ่งจะทำร่วมกับพาร์ทเนอร์ในประเทศดังกล่าว ปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการศึกษาและเจรจา ซึ่งหากมีความคืบหน้าจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งในช่วงการประกาศงบ Q2/63




---------------------------

บล.ทิสโก้ : MEGA แนะนำ“ถือ” มูลค่าที่เหมาะสมเพิ่มขึ้นเป็น 35 บาท
22/05/2563

MEGA : อัตรากำไรขั้นต้นลดลงกดดันผลประกอบการ 1Q20

อัตรากำไรลดลงทำให้ผลประกอบการต่ำกว่าคาด
MEGA รายงานผลประกอบการ 1Q20 ที่ 320 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26% YoY แต่ลดลง 16% QoQ เนื่องจากอัตรากำไรรวมที่ลดลง แต่หากเราไม่รวมรายการพิเศษผลประกอบการจะอยู่ที่ 305 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% YoY แต่ลดลง 25% QoQ ทำให้เราปรับประมาณการปี 2020F ลง แต่ปรับปี 2021 - 22F ขึ้น แนะนำให้ “ถือ” โดยมีมูลค่าที่เหมาะสมเพิ่มขึ้นเป็น 35.00 บาท จากแผนการเติบโตระยะยาว และส่วนแบ่งการตลาดที่เพิ่มขึ้น

รายได้รวมอยู่ที่ 3 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% YoY และ 0.8% QoQ ตามคาด
  รายได้เพิ่มขึ้น YoY จาก Maxxcare ที่เพิ่มขึ้น 32% YoY ในขณะที่สินค้าแบรนด์เพิ่มขึ้น 8% YoY แต่โดยรวมอัตรากำไรรวมลดลงเป็น 38.1% จากเดิมที่ 42.4% YoY และ 41% QoQ จากสัดส่วนสินค้าแบรนด์ และการจัดจำหน่ายที่ลดลงทั้ง YoY และ QoQ ด้าน SG&A ต่อยอดขายลดลงเป็น 25.7% เทียบกับ 29.9% YoY

ปรับประมาณการปี 2020F ลง แต่ปรับปี 2021 – 22F ขึ้น
  เราปรับอัตรากำไรปีนี้ลงจาก 41% เป็น 39% แต่ปรับรายได้ปี 2021 – 2022F ขึ้น 6 – 7% ต่อปี จากเศรษฐกิจที่กลับมาขยายตัว แต่อัตรากำไรจะลดลงจาก 41.1 – 41.8% เป็น 40.2 – 41.3% ตามลำดับ ด้าน SG&A ต่อยอดขายลดลงเป็น 29% จากเดิมที่ 30% ทำให้ผลประกอบการปีนี้ลดลง 5% แต่ปีถัดไปเพิ่มขึ้น 6% และ 7% ตามลำดับ

  มูลค่าที่เหมาะสม 35.00 บาท อิง PER ที่ 30 เท่าสำหรับปี 2020F คำนวณจาก PEG ที่ 1.8 เท่า จากอัตราการเติบโต 16.6% เฉลี่ย แต่มีความเสี่ยงคือ ยอดขายสินค้าแบรนด์ที่ลดลง, การแข่งขันที่เพิ่มขึ้น และมีความเสี่ยงเชิงบวกจากยอดขายที่เพิ่มขึ้น และการดำเนินงานที่เมียนมาที่ดีขึ้น

-----------------------------

บล.ยูโอบีเคย์เฮียน : MEGA แนะนำถือ ราคาเป้าหมาย 33.50 บาท
27/05/2563
กำไรที่เติบโตดี 1Q63 จะค่อยๆชะลอตัวลง เนื่องจากมาตรการทิ่ออกมาเพื่อป้องกันการระบาด แม้สถานการณ์การระบาดดีขึ้น ในช่วง 2H63 แต่ดอกเบี้ยจ่ายๆและการปรับตัวเพิ่มขึ้นของภาษี จะทำให้กำไรปี 63 เติบโตเล็กน้อย ราคาหุ้นปรับตัวสะท้อนข่าวดีแล้ว ปรับคำแนะนำ เป็นถือ ราคาเป้าหมาย 33.50 บาท

---------------------------

บล.ทิสโก้ : MEGA แนะนำ“ถือ” มูลค่าที่เหมาะสม 35.00 บาท
16/06/2563

 

MEGA : กังวลเรื่องสุขภาพ MEGA ช่วยได้

ได้ประโยชน์จากการระบาดของ COVID-19
ในมุมมองของเรา MEGA ได้ประโยชน์จากการหันมาใส่ใจสุขภาพของคนมากยิ่งขึ้น หนุนโดยอาหารเสริมและวิตามินต่างๆ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนรายได้ 50 – 60% ของแบรนด์บริษัท โดยเรายังคงประมาณการเดิม แต่ด้วยความล่าช้าในการก่อสร้างของ PT Futamed จะทำให้ผลประกอบการในส่วนนี้ขาดทุนก่อนกลับมากำไรในปี 2024F ทำให้เราแนะนำเพียง “ถือ”

ตั้งเป้ารายได้โต 5 – 10% YoY ในปี 2020F แบบเชิงรับ
  ผู้บริหารคาดรายได้ในปีนี้โต 5 – 10% YoY ในขณะที่เราคาดไว้ที่ 7% YoY และมีมุมมองในเชิงรับต่อสถานการณ์ในปัจจุบัน และเชื่อว่าตราบใดที่วัคซีนของ COVID-19 ยังไม่กระจายไปทั่วโลก MEGA จะได้ประโยชน์จากการใส่ใจสุขภาพของคนผ่านอาหารเสริมที่เพิ่มขึ้น

เราคงประมาณการและมูลค่าที่เหมาะสม
  เรายังคงประมาณการรายได้และผลประกอบการปี 2020 – 2022F คาดรายได้โต 7% ในปี 2020 – 2022F ตามที่ผู้บริหารให้ไว้ที่ 5 – 10% YoY และคงอัตรากำไรขั้นต้นที่  39% ในปี 2020F, 40% ในปี 2021F และ 41% ในปี 2022F ใช้ SG&A ที่ 29% ต่อปี

  เราแนะนำให้ “ถือ” โดยมีมูลค่าที่เหมาะสม 35.00 บาท อิง PER ที่ 30 เท่าสำหรับปี 2020F ตาม PEG ที่ 1.8 เท่า โดยมีความเสี่ยงคือ ยอดขายที่โตต่ำกว่าคาด, การแข่งขันที่เพิ่มขึ้น แต่มีความเสี่ยงเชิงบวกจากการทำ M&A และยอดขายที่ดีกว่าคาด

 


s


คุณต้องสมัครสมาชิก ถึงจะโพสกระทู้ได้

สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ