MEGA ตกใจ! กำไรต่ำคาด กดราคาหุ้นนิวโลว์รอบปี
16 พฤศจิกายน 2561 | 09:25
MEGA ร่วงแตะ 33.5 บาท ทำจุดต่ำสุดใหม่ในรอบปี แม้โชว์กำไรไตรมาส 3/61 พลิกกลับมาเติบโตจากปีก่อนอีกครั้ง แต่ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์เอาไว้ ทำให้นักวิเคราะห์ปรับคาดการณ์กำไรปี 61-62 ลงจากเดิม
หุ้น บริษัท เมก้า ไลฟ์ไซแอ๊นซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ MEGA ร่วงลงต่อเนื่องมาทำจุดต่ำสุดในรอบ 1 ปี ที่ระดับ 33.5 บาท ลดลงมา 23% จากราคาปิดเมื่อปีก่อน สวนทางกับกำไรสุทธิ 9 เดือนแรก ที่ยังคงเติบโต 9.7% จากปีก่อน โดยทำได้ 798.8 ล้านบาท ขณะที่รายได้จากการดำเนินงานเติบโตในอัตราใกล้เคียงกันที่ 8.3% ทำได้ 7,472.3 ล้านบาท
MEGA เป็นบริษัทจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยา ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและสินค้าอุปโภคบริโภค (Fast Moving Consumer Goods หรือ FMCG) ชั้นนำระดับสากล ณ ปัจจุบัน MEGA เป็นผู้จัดจำหน่ายชั้นนำในประเทศกำลังพัฒนา ได้แก่ประเทศเมียนมาร์ เวียดนาม และกัมพูชา ซึ่งประเทศดังกล่าวมีแนวโน้มการเติบโตอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ MEGA มีการพัฒนา ผลิต ทำการตลาด และขายผลิตภัณฑ์กลุ่มบำรุงสุขภาพ ผลิตภัณฑ์ยาตามใบสั่งแพทย์และผลิตภัณฑ์ยาจำหน่ายหน้าเคาน์เตอร์สุขภาพภายใต้เครื่องหมายการค้า Mega We Care ของบริษัทผ่านเครือข่ายการจัดจำหน่ายของบริษัทและผู้จัดจำหน่ายภายนอกใน 29 ประเทศต่างๆ ทั่วโลก
แม้กำไรสุทธิของ MEGA ล่าสุด ในไตรมาส 3/61 จะสามารถพลิกกลับมาเติบโตได้จากงวดเดียวกันของปีก่อน โดยทำได้ 254.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.4% แต่หลังจากเปิดตลาดการซื้อขาย ราคาหุ้น MEGA กลับตอบรับออกมาในเชิงลบ จนปรับตัวลดลงไปเกือบ 7% ภายใน 1 วัน ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าผลประกอบการที่ออกมานั้นต่ำกว่าที่คาดการณ์กันเอาไว้
บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุว่า เรามีมุมมองเชิงลบต่อกำไรสุทธิไตรมาส 3/61 ของ MEGA เนื่องจากแย่กว่าที่เราและตลาดคาดเอาไว้ 9% และ 13% ตามลำดับ โดยมีสาเหตุหลักมาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่แย่กว่าคาด โดยกำไรสุทธิ 9 เดือน ซึ่งเติบโตราว 10% คิดเป็นเพียง 62% ของประมาณการกำไรทั้งปีของเราที่ 1.3 พันล้านบาท แม้คาดว่าไตรมาส 4/61 บริษัทจะได้อานิสงส์จากการเข้าสู่ไฮซีซั่น แต่เรากังวลเรื่องแนวโน้มประสิทธิภาพในการทำกำไรที่จะไม่ดีอย่างที่คาด
ในระยะสั้นเรามองว่าราคาหุ้นมีแนวโน้มปรับตัวลงตอบรับผลการดำเนินงานที่แย่กว่าคาด ทั้งนี้ เราอยู่ระหว่างปรับประมาณการจากเดิมที่แนะนำ ซื้อ สำหรับความเสี่ยงจากประมาณการเดิมของเรานั้น ทุกๆ 1% ที่ลดลงของอัตรากำไรสุทธิจะส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง 8% และราคาพื้นฐานลดลง 5 บาท
ลุ้นไตรมาส 4/61 เข้าไฮซีซั่น รักษาการเติบโตของกำไรรวมทั้งปี ขณะที่นักวิเคราะห์ไม่เชื่อมือ หั่นเป้าหมายกำไรลง 5% ทำให้กำไรสุทธิส่อแววชะลอครั้งแรกในรอบ 5 ปี
บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ระบุว่า เราปรับประมาณการกำไรปกติปี 61 – 62 ลง 5.3% และ 2.2% ตามลำดับ เพื่อสะท้อนผลการดำเนินงานไตรมาส 3/61 ที่เติบโตช้ากว่าที่เราคาด เดิมเราคาดกำไรปกติปี 61 อยู่ที่ 1,168 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม เรามองว่ากำไรปกติไตรมาส 4/61 ยังขยายตัวต่อเนื่องอยู่ที่ 393 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.3% เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซั่น และการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ เราคาดว่า Mega Malee จะเริ่มวางขายในตลาด เดือน พ.ย. นี้ ทั้งนี้เรายังไม่ได้รวมรายได้ของ MEGA MALEE ในการประเมินราคา
เราปรับคำแนะนำเป็น “ถือ” และปรับราคาเป้าหมายปี 62 เป็น 40 บาท จากราคาเป้าหมายเดิมที่ 43.00 บาท เทียบเท่า PER 26.3 เท่า อย่างไรก็ตาม เรามองว่าราคาหุ้นได้ปรับตัวลง 13.2% ใน 6 เดือนที่ผ่านมา สะท้อนผลการดำเนินงานปี 61 ที่เติบโตในอัตราชะลอตัวลงไปบางส่วนแล้ว ในระยะยาว เรายังมองว่า MEGA ยังได้ประโยชน์เศรษฐกิจเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ขยายตัว ส่งผลให้รายได้ต่อหัวของประชากรเพิ่มขึ้น ช่วยเพิ่มโอกาสในการบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมากขึ้น ทั้งนี้เรายังไม่ได้รวมรายได้ของ MEGA MALEE และ Wellness We Care Center ในการประเมินราคาหุ้น เราแนะนำให้เข้า “ซื้อสะสม” หุ้น MEGA ซึ่งปัจจุบันซื้อขายอยู่ที่ PER ปี 62 ที่ 23.7 เท่า ต่ำกว่า PER กลุ่ม Commerce และ Healthcare สำหรับปี 62 คาดกำไรปกติอยู่ที่ 1,313 ล้านบาท ขยายตัว 12.3%
ทั้งนี้ กำไรสุทธิของ MEGA เติบโตมาต่อเนื่องตั้งแต่ปี 57 – 60 จากระดับ 547.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมาเป็น 695.75 ล้านบาท เพิ่มเป็น 794.91 ล้านบาท และล่าสุดทำได้ 1,112.80 ล้านบาท ตามลำดับ
ที่ผ่านมา MEGA ถูกความคาดหวังจากการเติบโตมาต่อเนื่อง 4 ปีติดต่อกัน ดันให้ราคาหุ้นพุ่งทะยานเกือบ 3 เท่าตัว ภายในช่วงเวลาไม่ถึง 2 ปี แต่เมื่อการเติบโตไม่เป็นไปอย่างที่หวัง กับราคาที่ดูเหมือนจะเกินพื้นฐานไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นค่า P/E ปีก่อนที่ขึ้นไปแตะระดับ 37.20 เท่า สูงที่สุดในรอบ 4 ปี หรือจะเป็นผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ลดลงมาเหลือต่ำเพียง 1% อาจทำให้ความน่าสนใจลดลง