ยินดีต้อนรับ กรุณา สมัครสมาชิก หรือเข้าสู่ระบบ

Home » หุ้น CKP
เข้าชม : 1053

เค พาวเวอร์" มั่นใจรายได้-กำไรปีนี้มากกว่าปีก่อน ส่วนปี 62 โตก้าวกระโดด หลังไซยะบุรีเริ่มจำหน่ายไฟฟ้า

โพสต์เมื่อ: วันพฤหัสบดี 8 ตุลาคม 2558  12:08 น.
นางสาวสุภามาส ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKP มั่นใจว่ารายได้และกำไรของบริษัทปีนี้จะมากกว่าปีก่อนที่มีรายได้ 77,062.04 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 471.82 ล้านบาท แม้จะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าที่จำหน่ายไฟเข้าระบบเท่าเดิม คือ 755 เมกะวัตต์ แต่หลายโครงการเริ่มสร้างกำไรทำให้บริษัทนำเงินไปชำระหนี้สถาบันการเงินเพื่อลดต้นทุนดอกเบี้ย ประกอบกับโรงไฟฟ้าพลังงานไอน้ำ BIC โครงการที่ 1 มีกำลังการผลิตไอน้ำเพิ่มขึ้น ทำให้มีรายได้?จากการขายไอน้ำเพิ่มเข้ามาอีกพอสมควร ทั้งนี้ จะเห็นรายได้และกำไรของบริษัท เติบโตก้าวกระโดดในปี 2562 หลังโครงการโรงไฟฟ้าไซยะบุรี เริ่มจำหนายไฟ ซึ่งมีกำลังการผลิต 1,285 เมกะวัตต์ โดยจะทำให้กำลังการผลิตไฟฟ้าของบริษัทเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันอีกเกือบ 2 เท่าตัว ขณะที่ปัจจุบันบริษัท อยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำเพิ่มเติมในเมียนมาร์ และลาว แต่ยังไม่มีรายละเอียดขณะนี้ เพราะยังอยู่ระหว่างเริ่มต้น ส่วนโครงการโรงไฟฟ้าน้ำบาก กำลังการผลิต 160 เมกะวัตต์ คาดว่าจะได้ใบอนุญาตขายไฟฟ้าจากรัฐบาลลาวภายในช่วงครึ่งปีหลังนี้และจะเริ่มก่อสร้างทันที
Source: กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ | Jun 23, 2015 20:15
 
RE : เค พาวเวอร์" มั่นใจรายได้-กำไรปีนี้มากกว่าปีก่อน ส่วนปี 62 โตก้าวกระโดด หลังไซยะบุรีเริ่มจำหน่ายไฟฟ้า [ ความเห็นที่ 1]
โพสต์เมื่อ: วันพฤหัสบดี 8 ตุลาคม 2558  12:09 น.
CKP เผยโรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น โครงการ 2 กำลังผลิต 120 MW เดินหน้าตามแผน คาดจ่ายไฟกลางปี 60 สร้างรายได้ปีละ 3 พันลบ. ส่วนโครงการไซยะบุรี กำลังผลิต 1,285 MW สร้างเสร็จเกือบ 50% คาดจ่ายไฟปลายปี 62 สร้างรายได้กว่า 1.5 หมื่นลบ.ต่อปี ดันกำลังการผลิตเพ่มจาก 755 MW เป็น 2,160 MW ด้านผลงานไตรมาส 2/58 โชว์กำไรพุ่ง 270%   นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) (CKP) เปิดเผยว่า แม้ว่าขณะนี้เศรษฐกิจทั้งภายในประเทศและทั่วโลกยังคงชะลอตัว แต่บริษัทมี ความมั่นใจต่อผลการดำเนินงานของบริษัทว่ามีความมั่นคงและยั่งยืน เพราะทุกโครงการที่บริษัทเปิด ดำเนินการอยู่มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว รองรับ ขณะเดียวกัน บริษัทยังมีโครงการที่อยู่ระหว่าง การก่อสร้างอีก 2 โครงการ ได้แก่ โรงไฟฟ้า บางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น โครงการ 2 (BIC-2) ขนาดกำลังการผลิต 120 เมกะวัตต์ ที่เริ่มดำเนินการก่อสร้างตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่าน มา และมีความคืบหน้าการก่อสร้างเป็นไปตามแผน โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์กลางปี 2560 ซึ่ง โครงการ BIC-2 จะสร้างรายได้ให้ CKP ปีละประมาณ 3,000 ล้านบาท และ โครงการไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี ซึ่งบริษัทได้เข้าซื้อจากบริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) (CK) เมื่อเดือนมิถุนายน 2558 และขณะนี้ดำเนินการก่อสร้างได้แล้วเสร็จเกือบ 50% ทั้งนี้ โครงการไซ ยะบุรี ตั้งอยู่ในสปป.ลาว มีกำลังการผลิต 1,285 เมกะวัตต์ และจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ ปลายปี 2562 และจะสร้างรายได้ถึงปีละกว่า 15,000ล้านบาท   นายธนวัฒน์ กล่าวว่า เมื่อโครงการทั้งสองเริ่มขายไฟฟ้า จะทำให้กำลังการผลิตไฟฟ้าของบริษัทและ บริษัทในเครือเพิ่มจาก 755 เมกะวัตต์ เป็น 2,160 เมกะวัตต์ และจากการเพิ่มทุนของบริษัทเมื่อ เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทำให้ CKP มีความพร้อมด้านการเงินมากยิ่งขึ้น และแม้ CKP จะเพิ่ง IPO ได้เพียง 2 ปี บริษัทก็ได้รับการคัดเลือกเป็นหลักทรัพย์ที่ถูกนำเข้ามาคำนวณในดัชนี SET100 ในช่วง ครึ่งหลังของปี 2558   "ด้วยศักยภาพและประสบการณ์ของบุคคลากรและความพร้อมทางการเงิน บริษัทยังคงมุ่งมั่นพัฒนาและ ศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนโครงการที่ดีและมี ศักยภาพอื่นๆ อีก เพื่อสร้างผลตอบแทนที่มั่นคง และยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้น ประเทศและประโยชน์ของส่วนรวมด้วย" นายธนวัฒน์กล่าว   ขณะที่ผลการดำเนินงานของ CKP และบริษัทย่อย ในไตรมาสที่ 2/2558 ว่า CKP มีผลการดำเนิน งานที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีรายได้รวม 1,712 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2 ของปีก่อน หน้านี้กว่า 11% มีกำไรก่อนหักค่าใช้จ่ายทางการเงิน ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) 1,459 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 17% และมีกำไรสุทธิ 131 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ช่วงเดียวกันของปีก่อน 270%   ปัจจัยหลักที่ทำให้ผลประกอบการเติบโตค่อนข้างสูงในไตรมาสนี้ มาจากปริมาณน้ำที่ไหลเข้าเขื่อนน้ำ งึม 2 มากขึ้น ทำให้สามารถจ่ายไฟฟ้ามากขึ้นกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยัง ต้องจับตาดูผลกระทบของปรากฎการณ์เอลนีโญ่ที่อาจจะมีผลต่อปริมาณน้ำ ฝนในภูมิภาคเอเชียตะวัน ออกเฉียงใต้ นอกจากนี้ ผลประกอบการที่ดีขึ้น เพราะโรงไฟฟ้าโคเจนเนอเรชั่น โครงการ 1 (BIC-1) มีผล กำไรที่ดีขึ้น เนื่องจากราคาก๊าซธรรมชาติที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับผลิตไฟฟ้าปรับตัวลดลง อีกทั้ง ปริมาณการขายไฟฟ้ายังปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องโดยเฉพาะการขายให้โรงงานใน นิคมอุตสาหกรรม บางปะอิน  สำหรับผลประกอบการในครึ่งปีแรกของปี 2558 CKP มีรายได้รวม 3,358 ล้านบาท และมีกำไร สุทธิ 215 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากครึ่งปีแรกของปี 2557 คิดเป็น 36%   อนึ่ง CKP ดำเนินธุรกิจในลักษณะ Holding Company และลงทุนในบริษัทที่ประกอบธุรกิจผลิตและ จำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานประเภทต่างๆ 3 ประเภท ประกอบด้วย โครงการไฟฟ้าพลังน้ำ โครงการไฟฟ้าโคเจนเนอเรชั่นที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง และโครงการไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ โดยมีบริษัทย่อยประกอบด้วย บริษัท เซาท์อีสท์ เอเชีย เอนเนอร์จี จำกัด (SEAN) ถือหุ้น 56% บริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด (XPCL) ถือหุ้น 30% บริษัท บางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น จำกัด (BIC) ถือหุ้นอยู่ 65% บริษัท บางเขนชัย จำกัด (BKC) ถือหุ้น 100% บริษัท เชียงราย โซล่าร์ จำกัด (CRS) ถือหุ้น 30% และ บริษัท นครราชสีมา โซล่าร์ จำกัด (NRS) ถือหุ้น 30%


เรียบเรียง โดย ดาริน ปริญญากุล อีเมล์. darin@efinancethai.com
อนุมัติ โดย พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน
 
RE : เค พาวเวอร์" มั่นใจรายได้-กำไรปีนี้มากกว่าปีก่อน ส่วนปี 62 โตก้าวกระโดด หลังไซยะบุรีเริ่มจำหน่ายไฟฟ้า [ ความเห็นที่ 2]
โพสต์เมื่อ: วันพฤหัสบดี 8 ตุลาคม 2558  12:10 น.
ถ้าปี 2563 รายได้ 30,000 ล้านบาท Net profit margin กี่%อะครับธุรกิจนี้


10-15% ครับ
 


คุณต้องสมัครสมาชิก ถึงจะโพสกระทู้ได้

สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ