เข้าชม :
402
|
|
โพสต์เมื่อ: วันพฤหัสบดี 20 กันยายน 2561 11:43 น.
หุ้น CKP มีการซื้อขายคึกคัก ดันราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นทำนิวไฮรอบ 8 เดือน จากความคาดหวังผลการดำเนินงานไตรมาส 3/61 ที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเป็นจุดสูงสุดของปีนี้ จากโรงไฟฟ้าน้ำงึม 2 และโรงไฟฟ้าไซยะบุรี (XPCL) ที่เดินเครื่องได้เร็วกว่ากำหนด บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ระบุ กำไรจากการดำเนินงาน 3Q61 มีแนวโน้มปรับตัวขึ้น QoQ ตามฤดูกาลหลังเข้าสู่ช่วงการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 (NN2) ซึ่งเป็นกำไรหลักของ CKP เนื่องจากผลประกอบการ 2H61 ที่คาดจะได้ผลบวกจาก NN2 เบื้องต้นเราจึงยังคงประมาณการไม่เปลี่ยนแปลง ผลประกอบการที่อ่อนแอคาดเป็นปัจจัยกดดันหุ้นในระยะสั้น อีกทั้ง Upside ไปสู่ราคาเป้าหมายของเราที่ 4.10 บาท ยังมีจำกัด เชิงกลยุทธ์แนะนำรอย่อตัวให้ Upside เพิ่มสูงขึ้น ก่อนจึงเข้าสะสมเพื่อ Trading Buy จากแนวโน้มผลประกอบการที่เริ่มเข้าสู่ช่วงสูงสุดของปีในไตรมาส 3 ตามการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าน้ำงึม 2 และ Catalyst เชิงบวกจากการเริ่มทดสอบการผลิต โรงไฟฟ้า XPCL ในเดือน ต.ค. 2561 (กรอบการ Trading 4.50 บาท หรือ +10% จากราคาเป้าหมายของเรา) ขณะที่มีความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าคาดความผันผวนของเงินบาทเทียบกับเหรียญสหรัฐปริมาณน้ำในเขื่อนNN2 ความล่าช้าของการก่อสร้างของโครงการต่างๆ และความเสี่ยงจากการจัดหาเงินทุนในโครงการที่มีอยู่ในมือ ด้านนายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ CKP เปิดเผยว่า บริษัทคาดว่าโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำไซยะบุรี จะเดินเครื่องทดสอบชุดที่ 1 ได้ในเดือนพ.ย. 61 เร็วกว่ากำหนดเดิมที่คาดไว้เดือนก.พ. 62 ซึ่งจะสามารถจ่ายไฟเชิงพาณิชย์(COD) ได้ในเดือนต.ค. 62 โดยจะส่งผลให้ต้นทุนลดลง แต่การใช้เงินกู้เพื่อลงทุนทำให้นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าอาจเป็นความเสี่ยงต่อสถานะการเงินในอนาคต ด้าน บล.ทรีนีตี้ ระบุ จุดแข็งของ CKP คือการใช้เทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าที่กำลังเป็นเทรนด์ใหม่ของโลก ไม่ว่าจะเป็น โครงการไฟฟ้าพลังน้ำ โคเจนเนอร์เรชั่น และโครงการโซลาร์ โดยมีการเติบโตอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะอย่างยิ่งในแถบเอเชีย นอกจากนี้ เทคโนโลยีของการผลิตไฟฟ้าด้วยเทคโนโลยีไฟฟ้าพลังน้ำ โคเจนเนอร์เรชั่น และโครงการโซลาร์ ล้วนแต่มีต้นทุนที่ลดลงอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ ราคาถ่านหินที่ใช้ผลิตไฟฟ้า มีแนวโน้มที่จะกลับมาสูงขึ้นเช่นเดียวกับราคาน้ำมัน จุดแข็งที่สองของ CKP คือ การที่ CK มีประสบการณ์จากการทำธุรกิจในสปป.ลาว มาเป็นระยะเวลายาวนาน จึงทำให้การดำเนินธุรกิจในธุรกิจที่ต้องติดต่อกับทางการมีความราบรื่นกว่าผู้ประกอบการรายอื่น อย่างไรก็ดี ปัจจุบัน เรามองว่าการเริ่มเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในโครงการไซยะบุรี อาจต้องเพิ่มการพึ่งพาการก่อหนี้มากขึ้น โดยต้องเพิ่มเงินลงทุนให้กับโครงการไซยะบุรีราว 400 ล้านบาท รวมเป็นลงทุนทั้งสิ้นที่ราว 2.5 พันล้านบาท หลังจากเพิ่งออกหุ้นกู้สำหรับโครงการน้ำงึม 2 มูลค่า 6 พันล้านบาท ซึ่งจะทำให้การลงทุนในโครงการอื่นเพิ่มเติมอาจต้องใช้ระยะเวลาอีกสักพัก เราแนะนำ "ซื้อ "ราคาเป้าหมายที่ 5.38 บาท ด้วยวิธี่ SOTP จากโครงการไฟฟ้าพลังน้ำ โคเจนเนอร์เรชั่น และโครงการโซลาร์ ขณะที่ ทริสเรทติ้ง ระบุ การลงทุนขนาดใหญ่โดยใช้เงินกู้เป็นหลักซึ่งส่งผลให้สถานะการเงินของบริษัทอ่อนแอลงก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่อาจมีผลต่อการปรับลดอันดับเครดิตลง ในระยะสั้น ผลการดำเนินงานไตรมาส 3/61 ถือเป็นปัจจัยบวกสำหรับ CKP แต่ระยะยาว ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นเป็นประเด็นที่ต้องจับตา รวมไปถึงราคาหุ้นที่เกินพื้นฐานที่นักวิเคราะห์บางค่ายให้เอาไว้แล้ว อาจต้องระวังแรงขายทำกำไรด้วยเช่นกัน |
|




