บล.หยวนต้า(ประเทศไทย) : EKH แนะนำ`ซื้อ` ราคาเหมาะสมที่ 8.50 บาท
14/08/2562
กำไร 2Q62 มาแรงสุดในกลุ่ม รพ. และ ดีกว่าคาด
► EKH รายงานกำไรสุทธิใน 2Q62 ที่ 38 ล้านบาท (-14%QoQ ,+72%YoY) สูงกว่าประมาณการของเราและตลาดคาด 27% จากรายได้ที่สูงกว่าคาด
► กำไรโดดเด่น YoY ซึ่งได้ผลบวกจาก
1) การเติบโตของกลุ่มคนไข้เงินสด จากโรคระบาดที่เพิ่มขึ้นและฤดูฝนปีนี้ที่มาเร็ว รวมถึงปัญหามลพิษในเขตตัวเมือง หนุนให้ผู้ป่วยมาใช้บริการเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยอัตราการใช้บริการ (Occupancy Rate) ของ IPD ปรับเพิ่มขึ้นจาก 2Q61 ที่ 60% เป็น 65%
2) ผู้ที่มาใช้บริการศูนย์ผู้มีบุตรยาก (IVF) เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากเฉลี่ย 30 - 35 เคส/ไตรมาส ปีก่อน เป็น 50 - 60 เคส ส่งผลให้รายได้รวม ปรับเพิ่มขึ้น 50% เป็น 213 ล้านบาท ด้านประสิทธิภาพในการทำกำไรดีขึ้น จากผลของขนาดรายได้ที่เพิ่มขึ้น และสัดส่วนการรักษาโรครุนแรงที่มีอัตรามาร์จิ้นสูง มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับเพิ่มจาก 2Q61 ที่ 36.7% เป็น 43.7%
แนะนำ "ซื้อ" กำไรโดดเด่น และ ยังมี upside ปรับเพิ่มประมาณการ
► แนวโน้ม 2H62 คาดผลประกอบการจะยังเติบโตดีต่อ ซึ่งจะเข้า High season ในไตรมาสที่ 3 ขณะบริษัทยังมีแผนเปิดศูนย์การแพทย์เฉพาะทางต่อเนื่อง โดยเดือน ก.ค. เตรียมเปิดศูนย์กุมารเวชแห่งใหม่ ขนาด 60 เตียง ซึ่งจะช่วยลดความแออัด จากที่ศุนย์กุมารเวชเดิมค่อนข้างหนาแน่น นอกจากนี้ยังเตรียมเปิดศูนย์เฉพาะทางเพิ่มได้แก่ ศูนย์ ตา หู คอ จมูก ในเดือน ก.ย. และ ศูนย์ทันตกรรม ในเดือน พ.ย. ช่วยเพิ่มขีดความสามารถรองรับผู้ป่วยเฉพาะทางที่มีรายได้ต่อหัวที่สูงขึ้น ด้วยกำไร 1H62 คิดเป็น 55% ของประมาณการกำไรปี 2562 ที่ 152 ล้านบาท (+29%YoY) ซึ่งเบื้องต้นเราประเมินมี Upside Risk ต่อการปรับเพิ่มประมาณการขึ้นราว 10%
► คงคำแนะนำ "ซื้อ" ด้วยแนวโน้มผลประกอบการที่เติบโตเด่นสุดในกลุ่มโรงพยาบาล ด้านสถานะทางการเงินของ EKH ค่อนข้างแข็งแกร่ง ไม่มีภาระหนี้สิน และระดับ ROE ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากปีก่อนที่ 13.9% เป็น 17% เบื้องต้นเราคงราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2562 ที่ 8.50 อิงวิธี DCF ด้วย WACC ที่ 8% และ Terminal Growth 3% แต่ยังมี Upside ในการปรับเพิ่มประมาณการ
--------------------------------------
บล.ฟิลลิป : EKH แนะนํา ทยอยซื้อ ราคาพื้นฐาน 8.40 บาท
14/08/2562
กำไรดีกว่าคาด
กําไร 2Q62 ดีกว่าคาดจากรายได้และมาร์จิ้นสูงกว่าคาด: กําไรดีกว่าทางฝ่ายและตลาดคาดที่ 38 ลบ. +72.1%y-y, -14.9%q-q แม้เป็นช่วง Low season ที่ จํานวนผู้ใช้บริการลดลง แต่ว่าศูนย์ IVF มีอัตราขยายตัวที่ดี (คงเป้าทั้งปี 300 เคส) ทําให้รายได้เติบโตสูงกว่าคาดอยู่ที่ 213 ลบ. +50.1%y-y, +6.7%q-q โดยต้นทุน +33.40 y-y, +9.66q-q แต่เทียบเป็น GPM ดีกว่าคาดที่ 43.7% สูงขึ้นจาก 2061 ที่ 36.7% แต่ลดลงจาก 1Q62 ที่ 45.2% แต่ว่า SG&A +70.4%y-y, +15.4%q-q ส่วนใหญ่เป็นคชจ.จากศูนย์ IVF และคชจ.พนักงานตามพรบ.ใหม่ ราว 1 ลบ. เทียบต่อรายได้อยู่ที่ 22.2% ขยับสูงขึ้นจาก 2Q61 ที่ 19.5% และ 1Q62 ที่ 20.5%
คงประมาณการและราคาพื้นฐาน: แม้ 6M62 คิดเป็น 55% ของประมาณการ และ3Q62 ที่เป็น High season รวมทั้งศูนย์ IVF ที่คาดจะเติบโตมากขึ้นหลังจากปรับ ให้บริการที่สาขาพระราม 9 เป็น One Stop Service ตั้งแต่ ก.ค แต่ทางฝ่ายยังคง กําไรเดิม เพราะคาดทั้งต้นทุน (4-5 ลบ./ไตรมาส) และคชจ.ของบริษัทจะเพิ่มขึ้น จากการเปิดศูนย์กุมารเวชแห่งใหม่ต้น ก.ย. ซึ่งเทียบฐานสูงในปีก่อน ทําให้ 2H62 เติบโตไม่มาก ลดคําแนะนําลงเป็น “ทยอยซื้อ” จาก “ซื้อ” ราคาพื้นฐาน 8.40 บ. มี มติตั้ง บ.เอกชัย เนอร์สซิ่ง โฮม เพื่อดําเนินธุรกิจดูแลผู้สูงอายุ จะเริ่มให้บริการ 1Q64
หทัยชนก มูลวงศ์ นักวิเคราะห์การลงทุนด้านหลักทรัพย์ # 64324 หมายเหตุ: กำไร = ล้านบาท, EPS = บาท
-----------------------------------
บล.เคจีไอ : EKH แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 8.70 บาท
29/08/2562
จิ๋วแต่แจ๋ว
Event
ปรับเพิ่มประมาณการกำไรและขยับไปใช้ราคาเป้าหมายใหม่กลางปี 2563
lmpact
ผลประกอบการ 1H62: แข็งแกร่งมาก
เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี FY62-63F ขึ้นอีก 1.1% และ 3.8% เนื่องจากเราปรับเพิ่มสมมติฐานรายได้, margin และสัดส่วน SG&A/รายได้ของ EKH ขึ้น เราคาดว่ากำไรสุทธิในปีนี้จะอยู่ที่ 161 ล้านบาท (+37.4% YoY) และปีหน้าจะอยู่ที่ 184 ล้านบาท (+14.3% YoY) โดยเราได้ปรับเพิ่มประมาณการรายได้ปีนี้เป็น 823 ล้านบาท (+29.0% YoY) และปีหน้าเป็น 922 ล้านบาท (+12.0% YoY) ตามการเติบโตอย่างต่อเนื่องของรายได้จากบริการรักษาพยาบาลทั่วไป และบริการ IVF ทั้งนี้ เราคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นในปี 2562-63F จะเพิ่มขึ้นเป็น 44.0% และ 44.5% จากเดิมที่ 43.5% และ 44.0% ตามลำดับ โดยมีปัจจัยหนุนจากการรักษาโรคในส่วนของโรงพยาบาลทั่วไปที่เติบโตดีกว่าคาด นอกจากนี้ เรายังปรับเพิ่มสัดส่วน SG&A ต่อยอดรายได้ ในปี FY2562-63 ขึ้นเป็น 22% จากเดิมที่ 21.0% เนื่องจากมีการขยายศูนย์ IVF และกุมารเวช
ทั้งนี้ กำไรสุทธิของ EKH ใน 1H62 อยู่ที่ 82 ล้านบาท (+85.2% YoY) ซึ่งถือว่าแข็งแกร่งมากสำหรับไตรมาสที่หนึ่งและสอง ซึ่งปกติแล้วผลประกอบการจะไม่หวือหวา โดยปัจจัยสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนกำไรในครึ่งแรกของปีนี้ได้แก่ i) การรับรู้รายได้เต็มไตรมาสจากบริการ IVF (จากที่ยังไม่เปิดให้บริการ IVF ใน 1H61) และ ii) รายได้จากการให้บริการโรงพยาบาลทั่วไปยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง (ได้แก่ ศูนย์การแพทย์ฉุกเฉิน, ศูนย์กุมารเวช, ศูนย์สูติ-นรีเวช)
รายได้จากบริการ IVF จะยังคงแข็งแกร่งใน 2H62 และในปี 2563
ตามประมาณการของเรา บริษัทจะมีผู้มาใช้บริการ IVF ในปีนี้เพิ่มขึ้นถึง 93.5% YoY เป็น 300 รายในปีนี้ (เท่ากับเดือนละ 25 ราย) ทั้งนี้ รายได้จากบริการ IVF คิดเป็น 15% ของรายได้ของโรงพยาบาลใน 1H62 เราคาดว่ารายได้จากบริการ IVF ของ EKH ในปี FY62-63F จะเพิ่มขึ้นเป็น 120 ล้านบาท (+84.3% YoY) และ 160 ล้านบาท (+33.3% YoY) คิดเป็น 15% และ 17% ของประมาณการรายได้ปี FY62-63F ของเรา โดยเราใช้สมมติฐานราคาเฉลี่ยต่อรายที่ 400,000 บาทในช่วงปี 2562-63F ลดลงจาก 420,000 บาทในปี 2561 เรามองว่าจะมีผู้ใช้บริการชาวจีนมาใช้บริการคลีนิค IVF ของ EKH มากขึ้นจากอัตราการประสบความสำเร็จที่สูงถึงประมาณ 60% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของทั้งโลกที่ 30-40%
Valuation & Action
เรายังคงคำแนะนำซื้อ และให้ราคาเป้าหมายกลางปี 2563 ที่ 8.70 บาท (หลังจากปรับประมาณการกำไรปี 2562-63F และปรับลดสมมติฐาน risk-free rate ลงจาก 3.7% เหลือ 3.1%) จากเดิม 8.20 บาท เรายังคงเลือก EKH เป็นที่เราชอบมากที่สุดในกลุ่มโรงพยาบาลจากอัตรากำไรที่โดดเด่น การเติบโต และราคาหุ้น ทั้งนี้ ราคาหุ้น YTD ปรับตัวขึ้นมาแล้วถึง 50.9% มาถึงจุดสูงสุดที่ 8.15 บาท ซึ่งสะท้อนถึงแนวโน้มการเติบโตที่แข็งแกร่ง และราคาหุ้นที่ถูกกว่าหุ้นอื่นในกลุ่ม
Risks
การแทรกแซงของรัฐบาล, ปัญหาเสถียรภาพการเมืองรอบใหม่ของไทย และเกิดเหตุก่อการร้ายครั้งใหญ่
Parin Kitchatornpitak
66.2658.8888 Ext. 8858
parink@kgi.co.th