EKH มั่นใจปีนี้รายได้โต 10% ผุด “เอกชัย เนอร์สซิ่ง โฮม” เสริมแกร่ง
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -14 ส.ค. 62 12:13 น.
นายแพทย์อำนาจ เอื้ออารีมิตร กรรมการและผู้อำนวยการ บริษัท เอกชัยการแพทย์ จำกัด (มหาชน) หรือ EKH เปิดเผยว่า มั่นใจรายได้ทั้งปีโตไม่ต่ำกว่า 10% บอร์ดอนุมัติตั้งบริษัทย่อย เอกชัย เนอร์ซิ่ง โฮม ดำเนินธุรกิจศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ เพิ่มช่องทางสร้างรายได้ ส่วนผลงานครึ่งปีแรก มีกำไรสุทธิ 83.14 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 87.50%
- แนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงที่เหลือของปีนี้ ประเมินว่ายังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากการเปิดให้บริการศูนย์กุมารเวชแห่งใหม่ในเดือนสิงหาคมนี้, รวมถึงการปรับปรุงห้องพักผู้ป่วย ซึ่งจะทำให้มีจำนวนเตียงเพิ่มขึ้นอีก 60 เตียง จากเดิม 80 เตียง และเตรียมเปิดศูนย์เฉพาะทางเพิ่มได้แก่ ศูนย์ ตา หู คอ จมูก และศูนย์ผิวหนังและความงาม ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถรองรับผู้ป่วยเฉพาะทางได้มากขึ้น ขณะที่ศูนย์ IVF ที่พระราม 9 ได้พัฒนาให้เป็น One Stop Service และเปิดให้บริการเต็มรูปแบบแล้ว ทำให้สามารถรองรับผู้ใช้บริการได้เพิ่มขึ้น
"นับตั้งแต่ EKH ยกระดับการให้บริการรักษาโรคเฉพาะทางมากขึ้น รวมถึงได้เจาะตลาดใหม่ที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นศูนย์ IVF และศูนย์บริการเฉพาะทางต่างๆ รวมทั้งปรับปรุงห้องพักผู้ป่วย ทำให้มีผู้ป่วยเข้ามารับบริการมากขึ้น ส่งผลให้รายได้และกำไรงวดครึ่งปีแรกปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และมั่นใจว่าผลการดำเนินงานทั้งปีจะเติบโตมากกว่าเป้าที่ตั้งไว้ 10% " นายแพทย์อำนาจ กล่าวในที่สุด
- คณะกรรมการบริษัทฯ ยังมีมติให้ตั้งบริษัท เอกชัย เนอร์สซิ่ง โฮม จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ โดยบริษัท เอกชัยการแพทย์ จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นในสัดส่วน 99.99%
- ผลประกอบการงวด 6 เดือนแรกปี 2562 (สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2562) มีกำไรสุทธิ 83.14 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.80. ล้านบาท หรือ 87.50% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 44.34 ล้านบาท ขณะที่รายได้รวมเท่ากับ 425.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 136.44 ล้านบาท หรือ 47.27% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 288.65 ล้านบาท
- สำหรับสาเหตุที่ผลการดำเนินงานปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีรายได้จากกิจการโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น จากจำนวนผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน ที่เข้ารับบริการเพิ่มมากขึ้น โดยศูนย์ที่ทำรายได้เติบโตโดดเด่นได้แก่ ศูนย์กุมารเวช และศูนย์อุบัติเหตุฉุกเฉิน และรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการเปิดศูนย์ผู้มีบุตรยาก หรือศูนย์เด็กหลอดแก้ว (IVF) ซึ่งได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี ขณะที่บริษัทฯ มีการควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี จึงทำให้รายได้และกำไรปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
------------------------------
16/10/2562
บล.หยวนต้า(ประเทศไทย) : EKH แนะนำ BUY ราคาเป้าหมาย 9 บาท
What's new?
แนวโน้มกำไร 3Q62 คาดยังทำสถิติสูงสุดต่อเนื่อง
ปี 2562 เรายังคงประมาณการกำไรเติบโตโดดเด่น 29%YoY จากศูนย์เฉพาะทางโดยเฉพาะศูนย์ IVF
บริษัทมีแผนเปิดศูนย์ผู้สูงอายุ รองรับ Aging society แบบเต็มรูปแบบในปี 2564
Our view
เราคงมุมมองเป็นบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการ ปี 2562 - 2563 ที่ยังคงเติบโตดีต่อเนื่อง ทั้งจากกลุ่มลูกค้าเงินสด และศูนย์รักษาโรคเฉพาะทาง และ EKH ถือเป็น รพ.เล็กที่กำไรเติบโตเด่น สุด โดยเราคงคำแนะนำ "ซื้อ" และปรับใช้มูลค่าพื้นฐานปี 2563 ที่ 9.00 บาท
คาดกำไร 3Q62 ทำสถิติสูงสุดต่อเนื่อง
คาดกำไร 3Q62 ยังเติบโต QoQ , YoY เป
เราคาดกำไรสุทธิ 3Q62 ที่ 48 ล้านบาท (+26%QoQ +6%YoY) ทำสถิติสูงสุดต่อเนื่อง โดยกำไรเติบโต QoQ จากปัจจัยฤดูกาล ซึ่งเข้า high season ขณะที่เทียบ YoY เติบโตในอัตราที่ลดลงจาก 1H62 ที่เติบโตถึง 88%YoY เนื่องจากฐานกำไรที่สูงในปีก่อน อย่างไรก็ตามรายได้จากการให้บริการยังเติบโตสูง 19%YoY เป็น 223 ล้านบาท จาก
1) กลุ่มคนไข้เงินสด โดยคาดอัตราการใช้บริการ (Occupancy Rate) ของ IPD ปรับเพิ่มขึ้นจาก 3Q61 ที่ 60% เป็น 71%
2) รายได้จากศูนย์ผู้มีบุตรยาก (IVF) เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากเฉลี่ย 35 เคส/ไตรมาส ปีก่อน เป็น 60 เคส
เตรียมเปิดศูนย์เฉพาะทางเพิ่ม หนุนรายได้โตต่อเนื่อง
บริษัทมีแผนเปิดศูนย์การแพทย์เฉพาะทางต่อเนื่อง โดยเดือน ต.ค. เตรียมเปิดศูนย์กุมารเวชแห่งใหม่ ขนาด 60 เตียง ซึ่งจะช่วยลดความแออัด จากที่ศูนย์กุมารเวชเดิมค่อนข้างหนาแน่น ซึ่งคาดว่าจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าเสื่อมราคา แต่คาดว่าจะมีรายได้เข้ามาชดเชยได้เกือบทั้งหมด โดยบริษัทตั้งเป้าว่าสามารถทำกำไรได้ในปีแรก นอกจากนี้ภายใน 4Q62 ยังเตรียมเปิดศูนย์เฉพาะทางเพิ่มได้แก่ ศูนย์ ตา หู คอ จมูก และ ศูนย์ทันตกรรม ช่วยเพิ่มขีดความสามารถรองรับผู้ป่วยเฉพาะทางที่มีรายได้ต่อหัวที่สูงขึ้น ภาพรวมปี 2562 เราคงประมาณการกำไรสุทธิที่ 152 ล้านบาท เติบโต 30% YoY ขณะที่บริษัทมีแผนจะเปิดศูนย์ผู้สูงอายุในปี 2564 สอดคล้องกับข้อมูลของ United Nations World Population Aging ที่คาดการณ์ว่าในปี 2564 ไทยจะเข้าสู่สังคมประชากรสูงวัยแบบสมบูรณ์ โดยมีผู้ที่อายุมากกว่า 60 ปี เกิน 20% ของจำนวนประชากรทั้งหมด หนุนให้ผลประกอบการเติบโตต่อเนื่องในระยะยาว